ตอนที่ 1100 ฉันชิปคู่ของหุ่นยนต์ (1)
วันนี้เป็นวันฉายรอบปฐมทัศน์ของเรื่องวอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อยไม่ว่าในวงการแอนิเมชันของบลูสตาร์จะดูแคลนอิ่งจือกันแค่ไหน แต่ในความเป็นจริง พวกเขาต่างแอบเดินเข้าโรงภาพยนตร์กันอย่างเงียบเชียบ
เหล่าจางกับหูเหยียนเดินตรงไปหาเหล่าหวัง
และทันใดนั้นเหล่าจางก็ตะโกนขึ้นมา “เหล่าหวัง อย่ามาตีเนียนหน่อยเลย!”
เหล่าหวังสะดุ้งเฮือก “ให้ตายสิ พวกนายสองคนมาที่นี่ได้ยังไง!?”
หูเหยียนยิ้มตาหยีแล้วพูดว่า “ถ้าเราไม่อยู่ที่นี่ ใครจะมาเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของนายล่ะ?”
พรึบ
เหล่าหวังหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
ชายวัยกลางคนรู้สึกอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
เหล่าจางหัวเราะพลางพูดว่า “ให้ฉันถ่ายรูปส่งลงกลุ่มไหม?”
เหล่าหวังกัดฟันพูดอย่างจำยอม “ขอร้องละ อย่าทำลายสภาพจิตใจฉันเลย ถ้าพวกนั้นรู้เข้าจริงๆ หน้าฉันคงไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดที่ไหนแล้ว!”
“ช่างเถอะ”
“นั่น ดูนั่นสิ”
“เหมือนจะเป็นเหล่าม่ายในกลุ่มเราหรือเปล่า?”
“ดูเหมือนว่าคนในวงการเราแต่ละคน ถึงจะพูดจาดูถูกสารพัด แต่จริงๆ แล้วในใจก็ให้ความสำคัญกับหนังของอิงจื่อมากเลยนะ”
เหล่าหวังมองไป
โอ้โฮ จริงด้วยแฮะ!
วันนี้คนในวงการภาพยนตร์แอนิเมชันมาโรงหนังกันตั้งเท่าไหร่ เพื่อจะมาดูหนังเรื่องนี้ของอิงจื่อ?
…
ไม่เพียงวงการภาพยนตร์แอนิเมชันเท่านั้น
ที่จริงแล้ว คนในวงการการ์ตูนหลายคนก็ไปที่โรงภาพยนตร์เช่นกัน
“หนังแอนิเมชันเรื่องแรกของเทพแห่งการ์ตูน ทำเอาต่อมความอยากรู้อยากเห็นเต้นตุบๆ ได้ยินมาว่านักวาดการ์ตูนในเหลียนเหมิงหลายคนก็ซื้อตั๋วแล้วนะ”
“ช่วงนี้ในเน็ตมีการถกเถียงกันค่อนข้างดุเดือดเลย”
“ผมละสงสัยจริงๆ ว่าอิ่งจือทำภาพยนตร์แอนิเมชันจะยังประสบความสำเร็จได้เหมือนตอนทำการ์ตูนไหม?”
“ผมว่าไม่น่ารอดนะ”
“นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชัน แถมหนังเรื่องนี้ก็ใช้เวลาสร้างแค่สองเดือนเอง”
“สองเดือนนี่เกินจริงไปไหม?”
“เทียบกับการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันในสองเดือนแล้ว เรื่องที่อิ่งจือทำได้เกินจริงกว่านี้ยังมีอีกเยอะเลย”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ก็ตอนที่วาดการ์ตูนห้าเรื่องพร้อมกันนั่นแหละ ที่คนเดียวล้มทั้งปู้ลั่ว นั่นแหละเกินจริงของแท้!”
“ฮ่าๆๆ จริงด้วย!”
“คนในวงการหนังแอนิเมชันนี่ก็ตกใจง่าย ไม่รู้เลยว่าอิ่งจือเคยทำเรื่องเหลือเชื่อมาแล้วตั้งเท่าไหร่”
…
อีกด้านหนึ่ง
ผู้ชมจำนวนมากทยอยซื้อตั๋วเข้าโรงฉาย
โรงภาพยนตร์ที่ร่วมมือกับสตาร์ไลท์ในทุกทวีป ล้วนจัดรอบฉายให้กับ วอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อย
“มาดูหน่อยแล้วกัน”
“ยังไงฉันก็ชอบงานการ์ตูนของอิ่งจือมากที่สุดอยู่ดี”
“ต่อให้แอนิเมชันจะห่วยก็ยอมรับได้แหละ”
“จะว่าไป ตัวอย่างหนังก็ดูน่าสนใจอยู่นะ”
“พูดถึงภาพนะ ตัวอย่างนี่ภาพสวยจริง”
“แต่ในเน็ตมีคนพูดไม่ใช่เหรอว่า อิ่งจือตัดเอาฉากเจ๋งๆ มาใส่ในตัวอย่างหมดแล้ว ตัวหนังจริงนี่ห่วยแตกสุด ?”
“ไม่น่าใช่มั้ง”
“ยังไงเดี๋ยวก็รู้กันละ”
“เริ่มตรวจตั๋วแล้ว เข้าไปกันเถอะ”
…
ในโลกออนไลน์เหล่าชาวเน็ตจากแต่ละทวีปเริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากขึ้น
‘เข้ามาในโรงหนังกับแฟนแล้ว หวังว่าหนังเรื่องนี้จะไม่กลายเป็นเรื่องตลกนะ ไม่งั้นฉันจะผิดหวังในอิ่งจือมากเลย’
‘อีกแค่นาทีเดียวก็จะเริ่มแล้ว คนในโรงก็เยอะใช้ได้เลยนะ’
‘ถึงอิ่งจือจะเป็นนักวาดการ์ตูน แต่ดูเหมือนจะมีพลังดึงดูดผู้ชมพอตัวเลยแฮะ?’
‘พวกนายรีบเข้าไปเป็นหนูทดลองให้เราก่อนเลย’
‘ฮ่าๆ ’
‘นี่ไม่ใช่หนูทดลองแล้วละ พวกนั้นน่ะ เหยื่อชั้นดีเลยต่างหาก’
‘เหยื่อ?’
‘ในฐานะแฟนคลับของเทพอิ่ง ฉันขอบอกเลยว่าพวกคุณดูถูกเขาเกินไปแล้วรู้ไหมว่าเขาแค่ทำการ์ตูนสักเรื่องก็หาเงินได้มหาศาล จะมาทำหนังแอนิเมชันเพื่อหาเงินจากพวกนายทำไม?’
‘นั่นสิ’
‘ไม่อยากดูก็ไม่ต้องดู’
‘คนเขาหาเงินได้เยอะจนใช้ไปอีกแปดชาติก็ไม่หมดแล้ว แค่อยากทำหนังแอนิเมชันเล่นๆ หน่อย มันไปหนักส่วนไหนของพวกคุณกัน?’
หลินเยวียน ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกออนไลน์ตอนนี้เขาอยู่ที่ฉินโจว และได้ชวนครอบครัวไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยกัน
แม่
พี่สาว
น้องสาว
ทั้งสี่คนนั่งเรียงกันเป็นแถว
โดยที่หลินเยวียนใส่หน้ากากอนามัยไว้ เพื่อไม่ให้คนอื่นจำเขาได้
แม่กล่าวว่า “ผู้กำกับแอนิเมชันเรื่องนี้ คือเพื่อนของเสี่ยวเยวียนคนนั้นที่ชื่ออิ่งจือใช่ไหม?”
พี่สาวตอบ “น้องยังเป็นคนแต่งเพลงประกอบให้หนังเรื่องนี้ด้วยนะคะแม่ แถมยังพาราชวงศ์ปลามาช่วยพากย์เสียงอีก”
น้องสาวเอ่ยเสริม “แต่ว่าหนังเรื่องนี้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครคาดหวังเท่าไหร่เลย”
แม่พลันรู้สึกหัวเสียขึ้นมา “พวกนั้นจะไปรู้อะไร เพื่อนของลูกชายฉัน ไม่มีใครห่วยสักคน!”
หลินเยวียน “แม่พูดถูกที่สุด!”
…
สามสิบวินาทีต่อมา
ทันใดนั้นภาพก็สว่างวาบขึ้น
ภาพยนตร์ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ปรากฏภาพต่างๆ วาบผ่านไป
นั่นคือภาพท้องฟ้าที่พร่างพราย
ภาพของดวงดาวในอวกาศเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันลึกลับ มีความงามตระการตาโดยธรรมชาติ ดูเหมือนว่าทุกเฟรมของภาพสามารถจับภาพเก็บไว้เป็นภาพพื้นหลังสำหรับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้เลย!
“เชี่ย!”
“ภาพนี้!”
“ไหนบอกว่าส่วนที่เจ๋งที่สุดอยู่ในตัวอย่างหนัง?”
“ฉากนี้ไม่เคยปรากฏในตัวอย่างหนังเลย แต่สวยมากจริงๆ !”
“หรือว่าทั้งเรื่องจะมีคุณภาพของภาพแบบนี้?”
“เป็นไปไม่ได้มั้ง?”
“ภาพโคตรเจ๋งเลย!”
“นี่ไม่เหมือนงานที่เร่งทำสองเดือนเลยนะ!”
“ถ้าทั้งเรื่องรักษาระดับคุณภาพของภาพแบบนี้ได้ตลอด ต้องลงทุนเท่าไหร่กันเนี่ย?”
“เห็นในโฆษณาบอกว่าหกร้อยล้านหยวน?”
“ให้ตายเถอะ!”
ชาวเน็ตจากทุกทวีปต่างตะลึงงัน!
แต่ก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง
หลังจากเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นระลอกแล้ว ระลอกเล่า ทุกคนก็เข้าสู่เนื้อเรื่องอย่างรวดเร็ว
…
ที่ดาวเคราะห์แห่งหนึ่ง
ฝุ่นควันคละคลุ้ง ขยะเกลื่อนกลาด
ทันใดนั้น ตัวอักษรสีขาวสว่างวาบขึ้นมา
บลูสตาร์ ปี 2700!
กรงเล็บหุ่นยนต์ที่เปื้อนฝุ่นของวอลล์อี ยื่นมาวางบนมือของอีฟ รีบพาอีฟหนีเข้าไปในบ้านของมัน แล้วปิดประตูล็อกไว้แน่นหนา
…
เว่ยโจว
ในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง
“ฮ่าๆๆๆๆๆ วอลล์อีตกหลุมรักอีฟเข้าแล้วเหรอเนี่ย!”
“หุ่นยนต์สองตัวกำลังมีความรัก?”
“อีฟนี่ดูยังไงก็มาแนวสาวสวยบ้านรวยชัดๆ”
“ส่วนวอลล์อีนี่ก็เป็นบ้านนอกแบบดั้งเดิม”
“แต่หุ่นยนต์สองตัวนี้น่ารักมากเลยนะ!”
“หุ่นยนต์มีความรักกันแบบนี้ ฉันชอบเซตติงหนังไซไฟแบบนี้มาก!”
“ว่าแต่อีฟมาที่บลูสตาร์เพื่อหาอะไรเหรอ?”
“หาเจอแล้ว!”
“เป็นต้นไม้!”
“ต้นไม้หนึ่งต้นน่ะหรือ!?”
…
เนื้อเรื่องได้แสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างหุ่นยนต์สองตัว
วอลล์อีนำของเล่นแปลกๆ ทั้งหมดที่ตัวเองเคยเก็บได้จากกองขยะมาแบ่งให้อีฟดู ให้อีฟลองเล่น ทั้งยังพาอีฟเล่นเกมเล็กๆ สนุกๆ ด้วยกัน
ความโดดเดี่ยว
ความรู้สึกต่ำต้อย
ความไร้เดียงสา
และความใจดี
นิสัยที่ชวนให้ผู้คนเด็นดู ท่าทางเงอะงะเวลาเผชิญหน้ากับความรักของวอลล์อีนั้น น่ารักจนผู้ชมตกหลุมรัก!
ทันใดนั้นเอง
วอลล์อีก็หยิบต้นไม้ออกมาหนึ่งต้น
ทันใดนั้นเอง ร่างกายของอีฟก็เกิดการสั่นไหวราวกับคำสั่งที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาเธอรีบจัดเก็บต้นไม้ไว้ในตัว แล้วเข้าสู่ โหมดหลับใหลในทันที
วอลล์อีร้อนใจสุดขีด
ในวันเวลาต่อจากนั้น ไม่ว่าจะลมพัด ฝนตก หรือพายุกระหน่ำวอลล์อีก็คอยดูแลอีฟที่อยู่ในโหมดหลับใหลอย่างไม่ห่าง
จนกระทั่งวันหนึ่ง
ยานอวกาศลำหนึ่งบินลงมายังบลูสตาร์และนำอีฟที่อยู่ในโหมดหลับใหลไป
แต่วอลล์อีไม่ยอมอยู่เฉย มันไล่ตามยานลำนั้นไปและออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่
เจ้าแมลงสาบ เพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของวอลล์อีอยากติดตามไปด้วย
แต่วอลล์อีปฏิเสธ
เพราะเพื่อความรักที่มีต่ออีฟ วอลล์อีเลือกที่จะผจญภัยตามลำพัง
…
หานโจว
ในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง
“วอลล์อีกล้าหาญมากจริงๆ !”
“ฉากนี้ซึ้งมากเลย วอลล์อีถึงกับแอบขึ้นยานเพื่อไปหาอีฟ”
“เจ้าแมลงสาบอยากตามไปด้วยยังโดนปฏิเสธเลยนะ”
“นี่แหละคือมิตรภาพ วอลล์อีรู้ว่าข้างนอกอันตรายมันเลยไม่อยากให้แมลงสาบตัวน้อยเสี่ยงไปด้วย”
“น่าสงสารน้อง ดูเขารักกันมาตลอด สุดท้ายต้องอยู่คนเดียวบนบลูสตาร์”
“ฮ่าๆๆๆ แล้วเธอสนใจแต่แมลงสาบทำไม?ในชีวิตจริงไม่ใช่ว่าเกลียดแมลงสาบเข้าไส้เหรอ?”
“แมลงสาบในการ์ตูนมันคนละเรื่อง!”
“อีฟจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“ขอให้วอลล์อีกับอีฟได้อยู่ด้วยกันเถอะ!”
“พูดไปอาจไม่เชื่อ แต่ฉันนี่แหละกำลังอินกับคู่ชิปหุ่นยนต์คู่หนึ่งอยู่เลยเนี่ย!”
…………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...