เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1103

ตอนที่ 1103 แอนิเมชันสิบเรื่อง

หลินเยวียนลองนับดู

ตอนนี้เขาหยิบแอนิเมชันออกมาแล้วทั้งหมดหกเรื่อง

“แค่หกเรื่องเองเหรอ?”

หลินเยวียนรู้สึกไม่พอใจนัก

เมื่อก่อนตอนที่สมาคมวรรณศิลป์รวบรวมนิทาน

ฉู่ขวงยังหยิบผลงานเข้าร่วมได้ตั้งมากมาย

ตอนนี้สมาคมวรรณศิลป์ก็รวบรวมผลงานแอนิเมชันสถานการณ์ก็ใกล้เคียงกันเช่นนี้ อิ่งจือจะอ่อนด้อยกว่าไม่ได้!

อย่างน้อยที่สุด จำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่แพ้ฉู่ขวง!

อย่าลืมว่า

ก็เพราะโอกาสนั้นเอง ตอนนั้นฉู่ขวงถึงได้กลายเป็น ราชานิทานสั้นแห่งบลูสตาร์

ถ้ารอบนี้อิ่งจือทำได้สำเร็จบ้าง เรียกเขาว่าปรมาจารย์แอนิเมชันก็คงไม่เกินจริงใช่ไหมล่ะ?

อีกอย่าง

หานซินนับทหารยังบอกว่ายิ่งมากยิ่งดีเลย!

ยิ่งเราส่งผลงานเข้าร่วมกับสมาคมวรรณศิลป์มากเท่าไหร่ โอกาสที่ผลงานจะถูกเลือกก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

คิดได้ดังนั้น

ในวันรุ่งขึ้น

หลินเยวียนก็ลงมือวาดผลงานใหม่ๆ เพิ่มเติมทันที

…

บ่ายวันนี้

หัวหน้าแผนกแอนิเมชันของสตาร์ไลท์พูดว่า

“แอนิเมชันหลายเรื่องของอาจารย์อิ่งจือกำลังอยู่ระหว่างการผลิต ทุกอย่างยังค่อนข้างราบรื่น คุณอาจารย์เซี่ยนอวี๋ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”

“ยังมีคนเหลืออยู่ไหมครับ?”

“ยังพอมีอยู่บ้างครับ ท่านต้องการอะไรหรือครับ?”

“ฉันมีแอนิเมชันอีกสองสามเรื่อง อยากให้จัดการให้หน่อย”

“ฮะ?”

“คราวก่อนคุณบอกไม่ใช่เหรอที่บอกว่าเด็กผู้หญิง อาจจะไม่ชอบแอนิเมชันเกี่ยวกับฟุตบอล เรื่องนี้แหละที่พวกเธอน่าจะชอบ!”

“ฝูง ม้า?”

“ม้าเหล่านี้ดูไม่ดีหรือไง?”

“ก็ดูดีอยู่นะครับ แค่มันดู…”

“เรื่องอื่นช่างมันเถอะ ผมจะพูดถึงแอนิเมชันเรื่องถัดไปเลยแล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อนครับ อาจารย์เซี่ยนอวี๋ ได้โปรดหยุดไว้แค่นี้ก่อนเถอะ!”

หัวหน้าแผนกแอนิเมชันของสตาร์ไลท์ยิ้มแหย “ตอนนี้คนของเราน่าจะไม่พอแล้วครับ!”

บ้าไปแล้ว!

อิ่งจือเล่นจะทำแอนิเมชันกี่เรื่องกันแน่เนี่ย!?

…

แผนกแอนิเมชันไม่มีคนเหลือจะทำงานแล้ว?

งั้นก็ให้แผนกซีรีส์ช่วย!

อะไรนะ?

ต้องเป็นแอนิเมชันเท่านั้น?

งานไลฟ์แอ็กชันน่ะ แผนกซีรีส์ก็ทำได้!

จ้าวเจวี๋ยหัวหน้าแผนกซีรีส์ เป็นคนคุ้นเคยของหลินเยวียน

เมื่อรู้ถึงจุดประสงค์ของหลินเยวียน

จ้าวเจวี่ยถึงกับตะลึง

“ให้เราถ่ายไลฟ์แอ็กชันหรือ?”

“ใช่ครับ ถ่ายตามบทที่ผมเขียน”

“ฮะ?”

“ผมหมายถึงบทที่อิ่งจือเขียนน่ะ”

“แต่พวกเราน่ะไม่เคยทำซีรีส์แนวนี้เลยนะ”

“ไปจ้างผู้กำกับที่มีประสบการณ์มาก็พอครับ”

“แล้วชุดของตัวเอกนี่จะใช้สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ช่วยเหรอ?”

“ไม่ต้องใช้เอฟเฟ็กต์อะไรหรอก สั่งตัดตามดีไซน์ของตัวเอก”

“ได้ ว่าแต่ พระเอกในไลฟ์แอ็กชันของอิ่งจือนี่ ใส่ชุดรัดรูปเหมือนสไปเดอร์แมนเลยนะ?”

“ฟังพี่จ้าวพูดแบบนี้ก็รู้สึกว่าเหมือนจริงแฮะ”

…

เมื่อกลับมาที่สตูดิโอ

หลินเยวียนเรียกจินมู่มา

“ตอนนี้คนเริ่มไม่พอแล้ว จะทำยังไงดี?”

จินมู่รู้สึกเหลือเชื่อ

“ทั้งสตูดิโอตามเงาฝัน รวมถึงแผนกแอนิเมชันของสตาร์ไลท์ มีคนทำแอนิเมชันตั้งเยอะมาช่วยคุณ ยังไม่พออีกหรือ ตกลงรอบนี้คุณตั้งใจจะผลิตแอนิเมชันกี่เรื่องกันแน่ครับ”

“แค่บอกผมว่ามีวิธีไหม”

“ก็จ้างบริษัทข้างนอกทำเป็นเอาต์ซอร์สไง”

“แล้วคุณภาพจะไว้ใจได้หรือเปล่า?”

“ก็เลือกบริษัทที่ฝีมือดีๆ หน่อย ถ้ายังใช้ไม่ได้ ก็ขยายขนาดบริษัทตามเงาฝันซะ แล้วก็รับคนเพิ่ม แค่ก็กลัวอย่างเดียวว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีงาน คนจะว่างงานกันหมด”

“ถ้าทำงานกับผม ไม่มีวันว่างแน่นอน!”

“คุณหมายความว่า จะให้สตูดิโอตามเงาฝันเปิดรับพนักงานเพิ่มอีก?”

“ใช่!”

หลินเยวียนไม่ได้พูดเล่น

เพราะเขามีไอเดียแอนิเมชันมากมายเหลือเกิน

ถึงแม้ว่าแอนิเมชันพวกนี้จะฉายจนจบไปหมดแล้ว แล้วไงล่ะ?

ช่องเด็กและเยาวชนของบลูสตาร์ก็ยังต้องการรายการใหม่ๆ มาฉายต่ออยู่ดี

หากเป็นแบบนี้ต่อไป

ถึงจะรับพนักงานเพิ่มอีกเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันไม่มีงานให้ทำ!

…

คืนนั้น

บัญชีทางการของสตูดิโอตามเงาฝันได้โพสต์ประกาศใหม่

บริษัทกำลังเปิดรับสมัครพนักงานจากทุกทวีปผ่านช่องทางทางออนไลน์!

ทันใดนั้น สายตาของคนในและคนนอกวงการต่างจับจ้องมาทันที!

‘รับคนช่วงนี้เลยหรือ?’

‘ขยายบริษัทกะทันหันแบบนี้?’

‘แสดงว่าเรื่องลือคงไม่ผิดแน่’

‘ดูเหมือนว่าอิ่งจือจะไม่พอใจแค่มีโดราเอมอน เรื่องเดียวที่ถูกเลือก’

‘รอบนี้ที่ตามเงาฝันรับคน คงเพื่อทำการ์ตูนเรื่องใหม่แหงๆ ’

‘กำลังเดือดเลย!’

‘พักนี้คนในวงการแอนิเมชันหลายคนแทบจะคลั่งแล้ว!’

‘แม้แต่ห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ทุ่มสุดตัว งานนี้ใครจะไม่คลั่งได้ล่ะ’

‘ไม่รู้สุดท้ายจะมีผลงานของใครได้รับเลือกบ้างนะ’

‘ได้ข่าวว่าห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ก็กำลังทุ่มสุดตัวแข่งกันอยู่’

‘น่าจะถือโอกาสนี้มาแข่งกันว่าใครทำแอนิเมชันได้โดนใจเด็กที่สุดล่ะมั้ง’

“ก็แบ่งท่าทางแต่ละท่าของหุ่นออกเป็นหลายๆ ขั้นตอน แล้วใช้วิธีถ่ายภาพทีละเฟรมแบบค่อยๆ ขยับจากนั้นเมื่อนำไปฉายต่อกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะได้ภาพเคลื่อนไหวออกมา”

“ชื่อเรื่องล่ะครับ?”

“คุณคิดว่าชื่ออาฝานถีเป็นยังไง?”

…

สุดท้าย

หลินเยวียนครุ่นคิดถึงเนื้อหาของแอนิเมชันเรื่องที่สิบ

“เอาอีกเรื่องก็แล้วกัน”

“เรตติงต้องแรงพอ”

“เนื้อหาต้องยาวหน่อย”

“ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรมีศักยภาพในการคว้ารางวัลด้วย”

“เพิ่มความสนุกให้เด็กประถม แล้วก็ให้ผู้ใหญ่ดูไปด้วยแบบเพลินๆ”

“ก็แกนี่แหละ!”

“ออกมาเลยสพันจ์บ็อบ!”

“ทั้งเรตติง ทั้งรางวัล ไม่มีใครสู้ได้!”

“เป็นแอนิเมชันที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ก็ดูสนุก เหมือนกับโดราเอมอนเลย!”

…

เรียบร้อย!

แอนิเมชันสิบเรื่องครบถ้วน!

ในแต่ละวัน ช่องเด็กของบลูสตาร์มักจะฉายแอนิเมชันไม่เกินสิบเรื่อง

สิ่งที่หลินเยวียนเตรียมไว้นั้น เรียกได้ว่าพร้อม

ผ่านไปหลายวัน แอนิเมชันแต่ละเรื่องค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างติดตามความคืบหน้าในทุกขั้นตอน ปริมาณงานก็พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง!

สามวัน

ห้าวัน

สิบวัน

ครึ่งเดือน

หลินเยวียนงานยุ่งจนแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

ส่วนจินมู่ก็พยายามข่มความตกตะลึงไว้ในใจ แล้วไล่ตรวจสอบสถานะของแอนิเมชันทั้งสิบเรื่องให้ครบถ้วน

หลังจากตรวจสอบเสร็จ

จินมู่ก็ตกอยู่ในภวังค์

ในบรรดาแอนิเมชันเหล่านี้ บางเรื่องก็ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อยอย่างเรื่องเทพปกรณัมที่มีนาจาเป็นตัวเอกหรือแอนิเมชันธีมฟุตบอลที่แม้จะเฉพาะทางแต่ก็อาจสร้างชื่อได้หรือแม้แต่ไลฟ์แอ็กชันที่ดูไปดูมาก็เหมือนจะน่าสนใจอยู่เหมือนกัน

แล้วเรื่องที่เหลือล่ะ?

ยิ่งจินมู่ดู ก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

ปลาก็เป็นตัวเอกได้ ม้าก็เป็นตัวเอกได้ แม้แต่ฟองน้ำท่าทางบ๊องๆ ยังเป็นตัวเอกได้อีก!?

เอาสิ!

แอนิเมชันไม่ใช่หรือ

ก็ต้องมีอะไรหลุดโลกบ้างอยู่แล้วจินมู่พอจะทำใจยอมรับได้ แต่ใครก็ได้ช่วยบอกที พวกที่เหลือคืออะไร!?

แอนิเมชันแนววิทยาศาสตร์?

แอนิเมชันภาพตัดกระดาษ?

แอนิเมชันหุ่นเชิด?

แอนิเมชันภาพน้ำหมึก!?

ฟังชื่อแต่ละอันยังแทบไม่เข้าใจเลย

เล่นนอกสูตรกันหมดแบบนี้

หรือว่าตัวเขาเองจะโง่งมเกินไป ทำไมรู้สึกว่างานเหล่านี้เป็นแนวทางใหม่ที่โลกบลูสตาร์ไม่เคยมีมาก่อนเลยแม้แต่เรื่องเดียวเลยล่ะ?

……………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน