เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1102

ตอนที่ 1102 ศึกภายในของวงการการ์ตูนถือกำเนิดขึ้นแล้ว (2)

แน่นอนว่า หลินเยวียนไม่อาจรู้ได้เลยว่าหลี่ซ่งหวาคิดอะไรอยู่

ตอนนี้เขากำลังตั้งใจอ่านหัวข้อ และศึกษามาตรฐานของสมาคมวรรณศิลป์อย่างจริงจัง

ช่องรายการเด็กต้องการผลงานแอนิเมชันสำหรับกลุ่มเด็กเล็กเป็นหลัก ซึ่งข้อนี้ก็ปัดทิ้งผลงานการ์ตูนส่วนใหญ่ไปได้เลย

แอนิเมชันประเภทวัยรุ่นเลือดร้อน เช่น นินจาจอมคาถา ราชาโจรสลัด หรือเทพมรณะพวกนั้นน่ะหรือ

ไม่เข้ากับบรรยากาศของช่องเด็กเลยแม้แต่น้อย

ถ้าพูดถึงแอนิเมชันสำหรับเด็กจริงๆ แล้ว ตัวเลือกมีเยอะมาก

เขาเผลอนึกถึงทอมกับเจอร์รีขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

แต่ไม่นานก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปเอง

ไม่ใช่ว่าเรื่องทอมกับเจอร์รี่นั้นไม่ดีแต่ปัญหาคือเรื่องดนตรีประกอบของแอนิเมชันเรื่องนี้จัดอยู่ในระดับงานหิน

หลายตอนใช้ผลงานดนตรีคลาสสิกระดับโลกเป็นแบ็กกราวด์ ถึงขั้นมีบทเพลงของเบโทเฟินด้วยซ้ำ

เก็บไอเดียนี้ไว้ก่อนดีกว่า

ในเมื่อบลูสตาร์นั้นมีวัฒนธรรมแบบโลกตะวันออกเป็นแกนหลักหลินเยวียนจึงคิดว่า ทำไมไม่ลองนึกถึงผลงานจากแดนมังกรดูล่ะ

“อย่างเช่นบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศไงล่ะ!”

สมาคมวรรณศิลป์อยากได้แอนิเมชันแนวตำนานเทพนิยาย งั้นบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศก็เหมาะสุดๆ แล้ว

ต้องเข้าใจว่า

บันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศเวอร์ชันซีรีส์นั้นเคยโด่งดังมาก แต่กลับไม่เคยมีเวอร์ชันแอนิเมชันฉายออก

อันที่จริงบริษัทได้เริ่มผลิตไปแล้ว เพียงแต่ความคืบหน้าอาจช้าไปเล็กน้อย

หลินเยวียนคิดว่าควรกลับไปเร่งทีมงานสักหน่อย

เพราะถ้าพูดถึงแอนิเมชันแนวตำนานเทพนิยายบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศนั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง!

เขาก็นึกถึง ‘เหมียวฟ้าสามพันคำถาม’

แอนิเมชันแนวสารคดีวิทยาศาสตร์ที่คลาสสิกมาก นับว่าเป็นความทรงจำในวัยเด็กของเด็กจากแดนมังกรรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังมีแอนิเมชันแนวการศึกษาอีกด้วย

แต่แนวนี้ค่อนข้างกว้าง เพราะแอนิเมชันหลายเรื่องก็มีแง่มุมด้านการศึกษาอยู่แล้ว

อย่างเช่น ‘แมวแดงกับกระต่ายฟ้า ตำนานเจ็ดวีรบุรุษ’ ซึ่งมีกลิ่นอายของยุทธภพ

หรือสารวัตรแมวดำที่สื่อถึงแนวคิดธรรมะย่อมชนะอธรรม

หรือจะเป็น…

‘เจ็ดพี่น้องน้ำเต้าวิเศษ’ ดีไหม?

ดูเหมือนว่าสมาคมวรรณศิลป์ยังพูดถึงแอนิเมชันที่มีแนวศิลปะด้วย?

แล้วอะไรล่ะคือแอนิเมชันแนวศิลปะ?หลินเยวียนก็พอจะเดาออกคร่าวๆ แต่ก็ยังไม่มั่นใจนัก

เพราะข้อกำหนดโดยรวมของสมาคมวรรณศิลป์คือ “ต้องสนุก น่าสนใจ และมีคุณค่าด้านการศึกษา อาจเป็นเหตุผลที่พวกเขายังยอมรับซีรีส์แนวไลฟ์แอ็กชัน ถ้ามีคุณภาพเพียงพอ

เอาเถอะ!

ลุยเลยแล้วกัน!

เอาตามแนวทาง “สนุก น่าสนใจ และมีคุณค่าทางการศึกษา” ไปเลย

หลินเยวียนรีบเรียกจินมู่มา “เราจะเริ่มทำแอนิเมชันออกมาจำนวนหนึ่งก่อน!”

“กี่เรื่องครับ”

“อย่างน้อยห้าเรื่อง”

“งั้นคุณอย่าให้เราทำกันอยู่ฝ่ายเดียว ฝ่ายแอนิเมชันของสตาร์ไลท์ก็ต้องลุยด้วยนะ”

“โอเค งั้นคุณแบ่งทีมไปก่อนเลย”

“เดี๋ยวผมแบ่งเป็นสามทีมให้ น่าจะพอไหว ทีมละหนึ่งเรื่อง”

“ดีมาก!”

หลินเยวียนเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ!

ในไม่กี่วันต่อมา เขาเขียนบทออกมาหลายเรื่องติดกัน ยังวาดภาพออกแบบไปอีกกองใหญ่ ทั้งหมดคือแผนที่เขาเตรียมไว้สำหรับแอนิเมชันที่กำลังจะสร้าง!

สองวันต่อมา

หลินเยวียนมาถึงสตูดิโอตามเงาฝัน

ทีมที่หนึ่ง

“แอนิเมชันเรื่องนี้ ผมเรียกมันว่าแอนิเมชันกระดาษตัด มันใช้วิธีผลิตต่างจากแอนิเมชันทั่วไป พวกคุณต้องตัดตัวละครออกมาแล้วใส่ลงไปในแอนิเมชัน”

“กระดาษตัดเหรอ?”

“ง่ายมาก เดี๋ยวผมสอนให้”

“ทำไมคุณไม่ใช้เอฟเฟ็กต์ทำแอนิเมชันตรงๆ ไปเลยล่ะคะ?”

“คุณไม่คิดเหรอว่ากระดาษตัดมันน่าสนุกดี?”

“ก็จริงนะ ถือว่าแหวกแนวเลย จริงสิ ฉันยังมีอีกคำถาม ทำไมพวกเจ็ดพี่น้องน้ำเต้าวิเศษถึงไม่รวมทีมกันไปสู้กับปีศาจ ต้องแยกกันไปโดนจับทีละคนด้วยคะ?”

“ทำได้ไหมครับ?”

“ได้ค่ะ!”

พูดมากจริงๆ

หลินเยวียนดันหน้ากากขึ้นเล็กน้อย “คนต่อไป!”

หัวหน้าทีมที่สองมาถึง

หลินเยวียนพูดขึ้นว่า “อ่านบทแล้วหรือยังครับ?”

หัวหน้าทีมที่สองรีบพยักหน้า “อ่านแล้วครับ!”

“รีบลงมือทำได้เลย!”

“นี่จัดว่าเป็นแอนิเมชันประเภทไหนเหรอครับ?”

“การ์ตูนให้ความรู้”

“ฮ่าๆ การ์ตูนให้ความรู้จริงๆ พระเอกชื่อเจ้าเหมียวฟ้าดูใสซื่อ เรียบร้อยมากเลยครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก การ์ตูนแนวความรู้ก็ต้องมีพระเอกที่ดูน่าเชื่อถือและมั่นคง”

“เข้าใจแล้วครับ!”

ทีมที่สาม

หัวหน้าทีมทำหน้าหนักใจแล้วพูดว่า

“อาจารย์อิ่งจือ ขอโทษนะครับ แต่งานแบบนี้พวกเราทำไม่ได้จริงๆ!”

“แอนิเมชันภาพวาดน้ำหมึก!”

“จะทำยังไงดีล่ะครับ!”

“พวกเราถนัดแต่เรื่องเทคนิค”

“ภาพวาดน้ำหมึกนี่ต้องให้ปรมาจารย์ในสายงานนี้มาทำเท่านั้นครับ”

“อย่ามัวเสียดายเงิน!”

“ถ้าได้ขึ้นฉายบนช่องเด็ก มันจะทำเงินคืนให้ทุกบาทแน่นอน!”

“บริษัทเราต้องพุ่งขึ้นเพราะโอกาสนี้แหละ!”

“โค่นห้าบริษัทยักษ์ใหญ่!”

“ทำหนังแอนิเมชันเราอาจสู้พวกนั้นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการ์ตูนเด็ก เราไม่แพ้แน่!”

“จำนวนโควตาก็ไม่น้อย”

“อย่างน้อยเราต้องคว้ามาให้ได้สักหนึ่งที่!”

ตราบใดที่มีเนื้อเรื่อง ก็สามารถผลิตการ์ตูนสำหรับเด็กได้อย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะในบลูสตาร์ บริษัทที่มีเงินทุนพร้อมมักจะกล้าทุ่มไม่อั้น

ห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างผลิตผลงานออกมาหลายเรื่องด้วยวิธีการเดียวกัน

ต่างจากภาพยนตร์แอนิเมชัน

ที่ต้องการเทคนิคพิเศษระดับสูงและการลงทุนจำนวนมาก

ในความเป็นจริง

การผลิตการ์ตูนเด็กหลายเรื่องนั้นง่ายมาก

เพราะกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กเล็ก จึงเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก

อย่างน้อย สำหรับเด็กๆ แล้ว

ต่อให้คุณเพิ่มเอฟเฟกต์สุดอลังการแค่ไหน ก็ยังไม่สู้ที่ออกแบบตัวละครเรียบง่ายสดใสแต่ดึงดูดใจได้มากกว่า

ในขณะที่บริษัทใหญ่จากหลากหลายทวีปเร่งผลิตผลงานกันอย่างเข้มข้น

ชาวเน็ตก็ตั้งตารอข่าวใหม่อย่างใจจดใจจ่อ

‘กลุ่มแอนิเมชันชุดแรกจะเลือกผลงานของใครบ้างนะ?’

‘บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้าเข้าร่วมด้วยหรือเปล่า?’

‘ไม่ได้ดูข่าวเหรอ นักข่าวสัมภาษณ์ไปหลายบริษัทแล้ว ตอนนี้บริษัทใหญ่ๆ กำลังเร่งผลิตกันหมดเลยนะ’

‘จริงสิ’

‘ฉันยังได้ยินข่าวลืออีกเรื่องหนึ่ง’

‘หลังจากที่โดราเอมอนของอิ่งจือได้รับเลือก เขาก็เริ่มทำการ์ตูนเรื่องใหม่อีกแล้ว’

‘หา?’

‘เขาคิดจะคว้าสองที่นั่งในคราวเดียวเลยเหรอ?’

‘เป็นไปไม่ได้หรอก แอนิเมชันนี่ไม่เหมือนการ์ตูนนะ’

‘ใช่เลย’

‘แต่ถ้าเป็นการคัดเลือกการ์ตูนแนววัยรุ่นเลือดเดือดละก็ อิ่งจือกินเรียบแน่นอน’

ในโลกออนไลน์มีข่าวลือมากมายแพร่สะพัดออกไป

ขณะเดียวกัน หลินเยวียนก็กำลังวุ่นวายจนตัวเป็นเกลียว

ต้องคอยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิตแอนิเมชันหลากหลายเรื่องทุกวัน

นี่แหละคือผลจากความโลภของตนเอง

ที่จริงแล้ว หลินเยวียนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในการ์ตูนทั้งหมดนี้ สุดท้ายแล้วสมาคมวรรณศิลป์จะเลือกเรื่องไหนบ้าง

………………………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน