เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1105

ตอนที่ 1105 มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่ต้องเลือก

………………..

ในห้องโถง

ทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

แอนิเมชันเรื่องแรกเริ่มฉายขึ้นมา

นี่คือแอนิเมชันที่มีสไตล์โดดเด่นมาก เมื่อเริ่มฉายก็ทำให้ทุกคนเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา!

“เอ๊ะ?”

“นี่มัน?”

“ภาพเขียนหมึกโบราณ?”

“ฝีมือของจิตรกรท่านไหนกัน ความหมายในภาพช่างงดงามเหลือเกิน!”

“แอนิเมชันภาพวาดหมึกโบราณงั้นเหรอ?”

“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นแอนิเมชันแบบนี้ คิดไอเดียนี้มาได้ยังไงเนี่ย!”

“ดันเลย!”

“ควรค่าแก่การโปรโมตมาก!”

“ศิลปะแอนิเมชันแบบนี้ ควรแนะนำให้เด็กๆ ได้ดูจริงๆ!”

ในห้อง

ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างออกรส

สายตาของผู้อำนวยการอันก็ฉายแววตื่นตาตื่นใจออกมา

หลายคนในที่ประชุมล้วนมีความรู้เกี่ยวกับศิลปะภาพวาดหมึกโบราณดั้งเดิมของบลูสตาร์

แม้บางคนจะศึกษามาเพียงเพื่อความดูดี แต่โดยพื้นฐานแล้วก็ล้วนเคยสัมผัสมาไม่มากก็น้อย

และในขณะนี้

ทุกคนต่างก็สัมผัสได้ถึงฝีมือการวาดภาพที่ยอดเยี่ยมของผู้สร้าง!

“อาจารย์อิ่งจือนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ”

ผู้อำนวยการอันพูดขึ้น ก่อนจะหันไปถามเจ้าหน้าที่ว่า “ภาพหมึกโบราณพวกนี้ก็เป็นฝีมือของอิ่งจือด้วยใช่ไหม?”

เจ้าหน้าที่รีบตอบว่า “ใช่ครับท่าน!”

ผู้อำนวยการอันยิ้มออกมา “แอนิเมชันเรื่องแรกก็ยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้ ดูท่าพวกเราจะมีเหตุผลพอที่จะตั้งความหวังกับเรื่องต่อๆ ไปแล้ว”

ทุกคนพยักหน้า

แอนิเมชันเรื่องแรกได้รับเสียงชื่มชมเป็นเอกฉันท์!

แอนิเมชันเรื่องที่สอง

ทั้งห้องก็ร้องอุทานขึ้นมาอีกครั้ง!

“อีกแล้วหรือ?”

“แปลกจังเลย!”

“จะว่าแปลกก็ไม่เชิง ต้องเรียกว่าพิเศษมากกว่า”

“นี่คือศิลปะการตัดกระดาษพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาชัดๆ”

“สามารถนำศิลปะการตัดกระดาษมาใช้ได้ถึงระดับนี้ อิ่งจือคนนี้ไอเดียดีจริงๆ ”

“เนื้อเรื่องก็ดีด้วย”

“ยังคงความสนุกไว้ได้อย่างดี”

“ผลงานแบบนี้มีคุณค่าและความหมายมากจริงๆ ”

แอนิเมชันเรื่องที่สาม

“สนุก แถมยังสอนความรู้ให้เด็กๆ ได้อีกด้วย!”

“ถึงเด็กบางคนอาจจะไม่เข้าใจหมดทุกอย่าง แต่ก็มีประโยชน์ อย่างน้อยจำได้สักเรื่องสองเรื่องก็ดีแล้ว!”

“ฉันชอบเรื่องนี้นะ”

“นี่แหละที่เรียกว่าสนุกและมีสาระความรู้ในเวลาเดียวกัน”

แอนิเมชันเรื่องที่สี่

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ !”

“ตัวเอกเป็นฟองน้ำเหรอ?”

“พล็อตเรื่องนี่ตลกมากเลยนะ!”

“ผมเป็นผู้ใหญ่ยังดูได้แบบเพลินๆ เลย”

“เหมือนกับโดราเอมอนเลย”

“เหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่”

“อิ่งจือไปหาความคิดสร้างสรรค์พวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย?”

แอนิเมชันเรื่องที่ห้า

“ไลฟ์แอ็กชันหรือ?”

“เขาทำได้ถึงขนาดนี้เชียว?”

“ฮีโร่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด”

“รูปแบบค่อนข้างเรียบง่ายนะ”

“แต่จังหวะการดำเนินเรื่องดีมาก”

“เหมือนจะซ่อนความหมายบางอย่างไว้ด้วย”

“เด็กอาจจะดูไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็ต้องได้รับอิทธิพลอย่างแน่นอน”

“ฉันว่ามันอาจจะไม่เหมาะหรือเปล่า?”

“ผมว่าไม่มีปัญหานะ”

แอนิเมชันเรื่องที่หก

“นี่คือหุ่นเชิดใช่ไหม?”

“รูปแบบศิลปะแบบนี้ หลายคนคงไม่เคยเห็นมาก่อน ลองดูดีๆ สิ ช่างฝีมือในบ้านเราน่ะ ความสามารถระดับเทพเลยนะ หลายอย่างสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ถ้าหายไปก็น่าเสียดาย นี่คือสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมนะ”

“อาจารย์อิ่งจือทุ่มเทแรงกายแรงใจไม่น้อยเลยจริงๆ ”

“ของแบบนี้ ให้เด็กๆ ได้สัมผัสบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร”

โดยเฉลี่ยดูเรื่องละประมาณครึ่งชั่วโมง

ผู้อำนวยการอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปทางคณะกรรมการตรวจพิจารณา “ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นตามตรงได้เลย คิดอย่างไรกันบ้างกับผลงานเหล่านี้”

ครืน!

ทั้งคณะกรรมการก็พลันแตกตื่นขึ้นมา!

“ผลงานอื่นๆ พวกคุณก็ลองตกลงกันดูนะ แต่สำหรับผม ผมคิดว่าแอนิเมชันภาพหมึกโบราณนั่นสร้างสรรค์ที่สุด ต้องโปรโมตให้แพร่หลายเลย ระดับของผลงาน รวมถึงความงามทางศิลปะของภาพวาดน้ำหมึก นี่คือการแสดงออกถึงเสน่ห์ของงานศิลป์อย่างแท้จริง!”

“แต่ภาพน้ำหมึกมันไม่สามารถโปรโมตอย่างทั่วถึงได้นะคะ”

“ผมกลับคิดว่าไลฟ์แอ็กชันเรื่องนั้นทำออกมาได้ดีมาก ทั้งด้านเนื้อหาสาระ การดำเนินเรื่องก็ดี ความตื่นเต้นก็มาครบ!”

“เรื่องหุ่นเชิดก็ดีมาก!”

“แอนิเมชันแนววิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมที่สุด!”

“ที่พวกคุณพูดๆ กันมา ยังไม่สนุกเท่าเรื่องที่มีฟองน้ำเป็นพระเอกเลย!”

“เรื่องฟองน้ำนั่นเลอะเทอะไปหน่อยนะ ลองดูเรื่องที่ให้ปลาคาร์ปเป็นพระเอกสิ อันนั้นดูจริงจังมากกว่าเยอะ!”

“งานศิลปะตัดกระดาษต้องโปรโมต แล้วก็เรื่องเจ็ดพี่น้องน้ำเต้านั่นด้วย!”

“ฟังผมพูดสักประโยคนะ ทุกเรื่องที่ว่ามาต่างก็ดีมากๆ ทั้งนั้น เรามีโควตาอยู่สิบเรื่อง ทำไมไม่เลือกทั้งสิบเรื่องนี้ไปเลยล่ะ?”

“เห็นด้วยเลย!”

“ฉันว่ามันเวิร์กนะ”

“ถ้าจะให้ตัดออกสักเรื่อง ฉันก็ไม่อยากตัดเลยสักเรื่องเดียว อาจารย์อิ่งจือสุดยอดจริงๆ ทำอนิเมชันออกมาได้ตั้งหลายเรื่อง!”

“แอนิเมชันทั้งสิบเรื่องต่างก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง”

“อาจารย์อิ่งจือนี่แหละ ทำออกมาได้โดนใจพวกเราสุดๆ ”

“แต่ละเรื่องล้วนมีจุดเด่นเฉพาะตัว ทำให้เราเลือกไม่ได้เลยจริงๆ ”

“ตามหลักแล้ว งานแอนิเมชันมันก็คล้ายกันไปหมดไม่ใช่เหรอ ทำไมของเขาถึงทำออกมาให้ต่างกันได้ขนาดนี้?”

“มีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่ต้องเลือก เราเหมาหมดทั้งสิบเรื่องไปเลย!”

บรรดาหัวหน้าในคณะกรรมการตรวจสอบต่างก็พูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น

จนกระทั่งรองผู้อำนวยการอันอดไม่ไหว ต้องกระแอมขึ้นมาเตือนทุกคนว่า “ตอนนี้พวกเราเพิ่งดูไปแค่งานของอิ่งจือเท่านั้นนะครับ งานของบริษัทอื่นๆ สตูดิโออื่นๆ รวมถึงห้าบริษัทใหญ่ในวงการ ยังไม่ได้ดูเลย ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะสรุปอะไร อีกอย่าง การคัดเลือกของเราจะมีหลายรอบ หลังจากนี้ยังจะมีผู้ตรวจสอบกลุ่มอื่นๆ ทั้งเด็กๆ และผู้ปกครองมาร่วมด้วย เพื่อให้ความคิดเห็นในหลากหลายแง่มุม ความเห็นของพวกเราในวันนี้ไม่ได้ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย”

“เอาเถอะ”

ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ดูเหมือนเมื่อครู่จะตื่นเต้นกันเกินไปแล้วจริงๆ

ต่อให้งานของอิ่งจือจะถูกใจพวกเขามากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ยึดเพียงความเห็นของกลุ่มเดียวเห็นจะไม่ได้ การพิจารณาต้องผ่านหลายขั้นตอน ต้องรวบรวมความคิดเห็นจากกลุ่มคนหลากหลาย หากผู้บริหารชอบ แต่คนรุ่นใหม่ไม่ชอบ ผู้ปกครองไม่ชอบ เด็กๆ ก็ไม่ชอบ ย่อมส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์สุดท้าย ไม่มีใครสามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้เพียงคนเดียว

พิจากรณาต่อไปก่อนแล้วกัน

แต่ไม่รู้เพราะว่าพลังใจถูกใช้ไปจนหมดกับผลงานชุดแรกหรือไม่

การประเมินผลงานที่เหลือสำหรับกลุ่มนี้จึงดูจืดชืดอย่างประหลาด

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่…

ความตื่นเต้นกลับไม่ปรากฏขึ้นอีกเลย…

แม้แต่ผลงานจากห้าบริษัทใหญ่ ก็ไม่สามารถทำให้รู้สึกตื่นตาได้

ผลงานทั้งสิบเรื่องของอิ่งจือซึ่งมีสไตล์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยังคงฉายซ้ำอยู่ในห้วงความคิดของกรรมการแต่ละคน…

…………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน