ตอนที่ 1108 ศึกชิงเรตติง
………………..
สตูดิโอตามเงาฝัน
“ได้รับเลือกหมดเลย!”
“ทุกเรื่องที่เราส่งไปได้ฉายหมดเลย!”
“ความพยายามของพวกเราไม่สูญเปล่า!”
“ผลงานของอาจารย์อิ่งจือ ดีที่สุดอย่างที่คิดจริงๆ !”
“แต่เบื้องบนดันช่องเด็กตั้งสองช่อง แบบนี้มันชัดเลยว่าเตรียมจัดศึกดวลเรตติงใช่ไหม?”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“สองช่องนี้อยู่ในสถานะทางการตลาดเหมือนกันเป๊ะ”
“ถ้าคู่แข่งคือห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ พวกเราจะไหวไหมนะ?”
…
แผนกแอนิเมชันของสตาร์ไลท์
“ฮ่าๆๆๆๆๆ !”
“อาจารย์อิ่งจือสุดยอดไปเลย!”
“ทั้งของพวกเราและของสตูดิโอตามเงาฝันก็ได้ฉาย!”
“นี่ก็เท่ากับว่า สมาคมวรรณศิลป์จัดทำช่องใหม่ขึ้นมาเพื่ออิ่งจือเลยเหรอ?”
“ในความเข้าใจของฉัน ช่องเด็กหมายเลขสอง ก็คือช่องของอิ่งจือ!”
“ถูกต้อง!”
“ตอนนี้ช่องเด็กหมายเลขสองกลายเป็นช่องของเทพอิ่งไปแล้ว!”
“เดาว่าต่อจากนี้ เราคงต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อช่วยเทพอิ่งสู้ศึกเรตติงแอนิเมชันนี้ให้ได้!”
แผนกซีรีส์ของสตาร์ไลท์
จ้าวเจวี๋ยยิ้มแก้มปริ!
เธอไม่คิดเลยว่าตนเองแค่ทำตามคำขอของเซี่ยนอวี๋ ช่วยอิ่งจือสร้างผลงานไลฟ์แอ็กชันเรื่องหนึ่ง ก็จะได้ออกอากาศในช่องเด็กด้วย!
แม้ช่องแอนิเมชันสำหรับเด็กจะถูกแบ่งเป็นสองช่อง
แต่โดยรวมแล้วมูลค่าของการออกอากาศก็ยังสูงมาก!
ไม่ต้องถึงกับทั้งบลูสตาร์ดูพร้อมกัน แค่มีครึ่งหนึ่งของบลูสตาร์” ให้ความสนใจก็นับว่าไม่เลวแล้วใช่ไหมล่ะ?
เห็นได้ชัดว่า
สองช่องนี้จะต้องแข่งกันเองอย่างแน่นอน
ใครชนะก็จะกลายเป็นจ้าวตลาดในอนาคต!
จ้าวเจวี๋ยมองว่า การที่สมาคมวรรณศิลป์เปิดสองช่องสำหรับเด็กขึ้นมาสองช่อง สุดท้ายแล้วก็แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นเอง
“ขอให้อิ่งจือชนะด้วยเถอะ”
ถึงจะรู้ดีว่าความหวังนั้นริบหรี่
เพราะคู่แข่งคือบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้า
แต่แค่ตอนนี้สามารถครองทั้งช่องเด็กหมายเลขสองได้ ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว!
…
ในห้องทำงาน
เมื่อหลินเยวียนได้ยินข่าวนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
แอนิเมชันทั้งสิบเอ็ดเรื่องได้รับเลือกทั้งหมด!
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย!
แม้แต่เรื่องที่สมาคมวรรณศิลป์จะตั้งช่องเด็กเพิ่มอีกช่อง หลินเยวียนเองก็ไม่คาดคิด
“ชัดเจนเลยนะครับ”
จินมู่เริ่มวิเคราะห์ว่า “สมาคมวรรณศิลป์ตั้งใจจะให้ช่องเด็กทั้งสองแข่งกัน แล้วมอบสิทธิ์ในการเลือกให้กับผู้ชม เพราะข้างในองค์กรเขาคงตัดสินใจกันไม่ได้แน่ๆ คงทะเลาะกันอุตลุดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ลากยาวเป็นครึ่งเดือนแบบนี้ ตอนนี้ก็จะถึงปีใหม่แล้วด้วย”
“อืม”
หลินเยวียนพยักหน้าเล็กน้อย “แล้วทำไมถึงเอาผลงานทั้งหมดของผมไปไว้ในช่องหมายเลขสองล่ะ?”
จินมู่ครุ่นคิดก่อนตอบว่า “หนึ่งคือผลงานของคุณมีเยอะมาก สองคือสไตล์ของแต่ละเรื่องนั้นแปลกใหม่เป็นพิเศษ บางเรื่องเบื้องบนก็คงไม่มั่นใจว่าจะได้ผลตอบรับดีหรือเปล่า เลยอยากเอามาทดลองก่อน ยังไงศึกชิงเรตติงก็ต้องเกิดแน่นอน เราต้องเริ่มเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด ถ้ามีแอนิเมชันที่สามารถทำเรตติงดีๆ ได้ ก็ต้องสำรองไว้เปลี่ยนมาแทนเรื่องที่ใกล้จบ ถ้าเราทำได้ดีพอ ไม่แน่ว่าช่องเด็กหมายเลขสองในอนาคตอาจตกเป็นของคุณทั้งหมดจริงๆ ก็ได้!”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
จินมู่ก็เอ่ยขึ้นว่า “ยังไงทางสมาคมวรรณศิลป์ก็ได้ติดต่อผมมาแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือ งานแอนิเมชันของช่องเด็กช่องหมายเลขสอง จะมอบหมายให้อิ่งจือดูแลชั่วคราว ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขาพูดหมายความว่ายังไงนะครับ”
“ครับ”
หลินเยวียนพยักหน้าเบาๆ
ที่จริงแล้ว แอนิเมชันเหล่านี้ที่หลินเยวียนผลิตขึ้นมาเป้าหมายหลักก็เพื่อให้มีความหลากหลายของแนวเรื่อง
มีครบทุกประเภท
บางประเภทก็รู้ตัวว่าอาจจะสู้เรตติงไม่ได้ อย่างเช่น ลูกอ๊อดน้อยตามหาแม่
แต่งานแอนิเมชันภาพสีน้ำหมึกแนวนี้ มีคุณค่าทางศิลปะสูงมากหากไม่ได้เผยแพร่ออกมาก็เสียดายเปล่า ไหนๆ ก็มีความยาวไม่มากแล้วแถมยังสามารถดึงดูดคะแนนนิยมจากบรรดาผู้ปกครองได้อีกต่างหาก
หากต้องเปิดศึกเรตติงกับช่องเด็กช่องแรกจริงๆ ล่ะ?
หลินเยวียนก็พร้อมจะงัดผลงานที่เรียกเรตติงได้ดีออกมาเพื่อสับเปลี่ยนกับแอนิเมชันเรื่องสั้นเหล่านี้ทันที
ขณะนั้นเอง
จินมู่ก็ยิ้มขึ้นมาแล้วพูดว่า
“ว่าแต่ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่แล้วสินะครับ ปีนี้งานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เขาเชิญคุณไปร่วมไหม?”
หลินเยวียนตอบว่า “คำเชิญแปดฉบับ”
จินมู่ถึงกับตกใจ “ฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว เว่ย จงโจวก็เชิญคุณด้วยหรือ?”
หลินเยวียนพยักหน้าเบาๆ
การที่สมาคมวรรณศิลป์ทำเช่นนี้ ก็เหมือนการทำให้การพิจารณาผลงานที่ผ่านมาไร้ความหมาย
สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ
คือการมอบอำนาจการคัดเลือกสุดท้ายให้กับผู้ชม
“คราวนี้ล่ะสนุกแน่!”
“ช่องหมายเลขสองเป็นผลงานของอิ่งจือทั้งช่อง ส่วนช่องแรกส่วนใหญ่เป็นของห้าบริษัทใหญ่”
“ศึกนี้คืออิ่งจือคนเดียว ปะทะกับบริษัทห้ายักษ์ใหญ่เลยเหรอ!?”
“แบบนี้จะเล่นกันได้ยังไงกันเล่า!”
“ห้าบริษัทใหญ่ แค่ส่งมาสักเจ้าก็สามารถถล่มทุกอย่างได้แล้ว อิ่งจือจะไปสู้การรวมพลังของห้าบริษัทนี้ได้ยังไง?”
“ก็จริงนั่นแหละ”
“แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว!”
“สามสหายขึ้นชื่อเรื่องลุยเดี่ยว หนึ่งสู้ร้อยไม่ใช่หรือไง?”
“ทั้งเซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงก็เคยมีผลงานแบบนั้นมาแล้ว อิ่งจือเองก็เหมือนกัน”
“ลองนึกถึงตอนนั้นสิ ปู้ลั่วการ์ตูนพังพินาศได้ยังไง?”
“ฮึ่ย”
“จะเป็นไปได้ไงกัน?”
“เว็บบล็อกการ์ตูนนั่นน่ะ ถูกหลิงคงทำลายจนป่นปี้ต่างหาก”
“อุก!”
พูดเล่นก็ส่วนพูดเล่น
แต่ในใจของผู้คนกลับเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาจริงๆ !
ก็เพราะว่าเจ้าเซี่ยนอวี๋ ฉู่ขวง และอิ่งจือ สามคนนี้มันน่ากลัวเกินไปจริงๆ !
แม้แต่อิ่งจือ ที่ทุกคนโดยทั่วไปมองว่าเป็นคนที่อ่อนที่สุดในบรรดาสามสหาย ก็เคยมีผลงานอันยิ่งใหญ่มาแล้ว
เทพเจ้าแห่งวงการการ์ตูนไม่ใช่ฉายาที่ได้มาแบบลอยๆ แน่นอน!
อีกอย่าง
อิ่งจือได้พิสูจน์ความสามารถในการกำกับภาพยนตร์แอนิเมชันมาแล้วผ่าน เรื่องวอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อย
แม้ว่าภาพยนตร์แอนิเมชันกับการ์ตูนขนาดยาวจะแตกต่างกัน แต่คนที่ทำภาพยนตร์แอนิเมชันได้ดี มักจะไม่พลาดเมื่อลงมาทำการ์ตูนซีรีส์!
และในเมื่อสมาคมวรรณศิลป์เลือกที่จะมอบสังเวียนนี้ให้อิ่งจือ ก็แปลว่า ผลงานของอิ่งจือไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน กระทั่งอาจจะอยู่ในระดับที่คู่ควร ต่อการแข่งขันกับบริษัทใหญ่ทั้งห้าเจ้า ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีความจำเป็นต้องจัดอะไรแบบนี้ขึ้นมาเลย
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้
ชาวเน็ตหลายคนก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจ
บางทีศึกชิงเรตติงแอนิเมชันครั้งนี้ อาจจะสนุกสะใจกว่าที่พวกเขาคิดไว้ก็ได้!
………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...