เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1114

ตอนที่ 1114 จงโจวกำลังจะมา

………………..

เรตติงเฉลี่ยของแอนิเมชันทะลุสาม!

ช่องเด็กหมายเลขสองของบลูสตาร์กลายเป็นกระแสไปแล้ว!

วันรุ่งขึ้น

บนโลกออนไลน์

การถกเถียงทั้งหลายล้วนเกี่ยวข้องกับแอนิเมชันของช่องหมายเลขสอง

ไม่มีใครพูดถึงแอนิเมชันของช่องแรกมากเท่าไหร่นัก

ในบรรดาแอนิเมชันของช่องหมายเลขสอง

มีอยู่หลายเรื่องที่แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็รับชมด้วยความเพลิดเพลิน

ทว่ากลุ่มที่คลั่งไคล้แอนิเมชันที่สุด ก็ยังคงเป็นเด็กๆ อยู่ดี

เช้าวันหนึ่ง

ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง

เด็กๆ พากันพูดคุยกันอย่างคึกคัก

“พวกเธอเคยดูบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศไหม?”

“เคยสิ ฉันยังดูอุลตร้าแมนด้วยนะ!”

“ฉันชอบดูเหมียวฟ้าสามพันคำถาม!”

“ที่สนุกที่สุดน่าจะเป็นการผจญภัยของปลาคาร์ปน้อย!”

“ฉันชอบเจ็ดพี่น้องน้ำเต้าวิเศษมากกว่า!

“ฉันว่าโดราเอมอนสนุกที่สุดเลย!”

“กัปตันซึบาสะ!”

“งั้นคนที่เก่งที่สุดก็คือเจ็ดพี่น้องน้ำเต้าวิเศษ!”

“เจ็ดพี่น้องน้ำเต้าวิเศษยังสู้ซุนหงอคงไม่ได้เลยนะ เขามีกระบองทองคำ!”

“บรรพกาลก็สนุกเหมือนกัน!”

“เทพสงครามวัยเยาว์ก็เก่งมากเลย!”

“บรรพกาลคืออะไรเหรอ?”

“เทพสงครามวัยเยาว์คืออะไรเหรอ?”

“ยังไม่เคยดูเลย”

“ไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ”

“เธอคงดูช่องหนึ่งสินะ?”

“พวกเราดูกันแต่ช่องสอง!”

“ช่องสองสนุกกว่าช่องหนึ่งเยอะเลย!”

เมื่อเด็กบางคนเริ่มพูดถึงการ์ตูนของช่องเด็กหมายเลขหนึ่ง เด็กส่วนใหญ่ในห้องเรียนกลับไม่สนใจ

เด็กที่ดูช่องหมายเลขหนึ่งในตอนกลางคืนเริ่มแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา

เด็กเล็กมักจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ

เมื่อพวกเขารู้ว่าตัวเองคุยเรื่องเดียวกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง ก็มักจะรู้สึกน้อยใจโดยไม่รู้ตัว

หลังเลิกเรียนตอนบ่าย

เมื่อเด็กเหล่านั้นกลับถึงบ้าน ก็โวยวายเสียงดังว่า

“ไม่ดูช่องหนึ่งแล้ว!”

“หนูอยากดูช่องสอง!”

“ผมอยากดูอุลตร้าแมน!”

“หนูอยากดูพญาวานร!”

“หนูอยากดูการผจญภัยของปลาคาร์ปน้อย!”

“ช่องหนึ่งไม่น่าดูเลย!”

“เพื่อนหนูไม่มีใครดูเลย!”

“เสี่ยวหมิงยังล้อหนูด้วย!”

ทั้งที่เป็นแค่เพียงเรื่องเล็กน้อย เด็กบางคนก็ถึงกับร้องไห้ออกมา เด็กวัยนี้น้ำตาไหลง่ายทีเดียว

พลอยให้พ่อแม่ผู้ปกครองต่างก็ปวดหัว

บางคนที่ไม่สนใจช่องหมายเลขสองและยังคงเชื่อมั่นในผลงานของห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ ก็จำต้องปลอบลูกและนั่งดูการ์ตูนช่องหมายเลขสองไปด้วยอย่างว่าง่าย

เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในทุกทวีป

ตามโรงเรียนอนุบาล และแม้แต่โรงเรียนประถมหลายแห่ง ต่างก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับการ์ตูนจากช่องหมายเลขสอง

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เด็กที่ดูช่องหนึ่งกลับมาบ้านแล้วงอแงอยากดูช่องหมายเลขสองแทน นี่แหละคืออิทธิพลจากเพื่อนในวัยเดียวกัน

การไหลตามกระแสคือสัญชาตญาณของมนุษย์

เด็กก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ต้องเข้าใจก่อนว่า ช่องเด็กทั้งสองช่องนี้อยู่ในความสัมพันธ์ที่แข่งขันกันโดยตรงและในช่วงไม่กี่วันต่อมา เมื่อเด็กๆ จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หันไปดูช่องหมายเลขสอง ยอดผู้ชมของช่องหนึ่งก็เริ่มลดลง ส่วนของช่องหมายเลขสองกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สามวัน

สี่วัน

ห้าวัน

เมื่อยอดผู้ชมของช่องหมายเลขหนึ่งลดลงเรื่อย

สถานการณ์ของช่องหมายเลขหนึ่งก็ยิ่งย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ

ชาวเน็ตต่างพากันเฝ้าดูช่องเด็กทั้งสองช่อง และเห็นความแตกต่างซึ่งห่างกันออกเรื่อยๆ !

ชัยชนะเป็นที่แน่นอนแล้ว!

ไม่มีใครพูดอีกต่อไปว่า ยอดผู้ชมของช่องสองเกิดจากความแปลกใหม่ของเนื้อหาอีกแล้ว!

แค่เจ็ดวัน

กระแสความแปลกใหม่จบลงไปหมดแล้ว

เมื่อกระแสน้ำลดลง ใครกันที่กำลังว่ายน้ำเปลือยย่อมถูกพบเห็นได้ชัดเจน!

อิ่งจือเอาชนะการรวมพลังของทั้งห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ได้เพียงลำพัง แอนิเมชันของเขาเริ่มมีอิทธิพลต่อเด็กๆ ในทั้งเจ็ดทวีปทั้งงฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว และเว่ย!

…

“ใช่แล้ว ปีนี้เทศกาลฤดูใบไม้ผลิน่าจะคึกคักเป็นพิเศษด้วยนะ เพราะจงโจวจะเข้าร่วมการผนวกรวม บลูสตาร์ก็จะรวมเป็นหนึ่งอย่างแท้จริงแล้ว”

“อืม”

“อันนี้วางไว้ในห้องรับแขกนะ”

“หนักจัง”

“ลู่วิ่งน่ะ ช่วยติดตั้งให้พี่หน่อย”

“อ้อ แล้วอันนี้ล่ะ?”

“อันนี้เหรอ ก็อุปกรณ์โยคะไง”

“แบบนี้ก็ถือเป็นของเทศกาลฤดูใบไม้ผลิด้วยเหรอ?”

“นายนี่ไม่รู้อะไรเลยนะ ช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิคนเราจะกินดีอยู่ดี ทั้งเนื้อทั้งปลามาเต็ม ก็เลยอ้วนง่ายไง ต้องเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า กินแค่ไหนก็เบิร์นออกให้หมด!”

“อ้อ”

ตอนนี้พี่สาวของหลินเยวียนเป็นผู้หญิงที่ดูแลตัวเองมากชื่นขอบการแต่งตัว แต่งหน้า ตามแฟชั่น ทั้งยังชอบออกกำลังกาย

ไม่เหมือนต้าเหยาเหยา

หน้าสดไร้เครื่องสำอาง ดูไร้เดียงสาและใสซื่อบริสุทธิ์

แต่ก็อย่างว่า สกุลหลินนั้นมีหน้าตาดีเป็นทุนเดิม สมาชิกทั้งสี่คนในครอบครัวหน้าตาดีกันหมด ต่อให้ไม่แต่งหน้าเลย ก็ยังสวยหล่อโดดเด่น

ไม่นาน

ลู่วิ่งก็ประกอบเสร็จเรียบร้อย

พี่สาวอยากลองขึ้นไปวิ่งดู แต่กลับเห็นหนานจี๋กำลังอยากลองเล่นตาเป็นมัน

เธอจึงหันตาเกิดไอเดียขึ้นมา

ก่อนจะรีบอุ้มหนานจี๋ขึ้นลู่วิ่ง แล้วแอบเปิดความเร็วสูงสุดทันที

ทันใดนั้น

สายพานก็หมุนขึ้นมา

หนานจี๋ต้องใส่เกียร์หมาวิ่งขาลากจนแทบกลิ้งขลุกๆ !

พี่สาวยืนอยู่ข้างๆ ปรบมือหัวเราะลั่นด้วยความขบขัน

ส่วนหนานจี๋ก็วิ่งพล่านพลางเห่าด้วยความร่าเริง

หลินเยวียนได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนคำพูด ก่อนจะเดินกลับขึ้นไปชั้นบนเงียบๆถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วน สุขภาพดีมาตลอดรูปร่างก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ของเหล่านั้นเลย

เขาปิดประตูอีกครั้ง

แล้วก็เริ่มคิดว่า ควรจะทำอะไรต่อไปดี

ตอนนี้จงโจวกำลังจะเข้าร่วมการผนวกรวม ในอนาคตคงมีความท้าทายมากมายรออยู่

ในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ที่ผ่านมาก็ได้ย้ำเตือนเขาแล้วว่าจงโจวนั้นมีอิทธิพลและความสามารถในการครองอันดับหนึ่งในหลากหลายด้านจริงๆ

ตอนนี้การผนวกรวมเข้าใกล้ความจริงทุกทีวัฒนธรรมจากทั่วบลูสตาร์กำลังจะเชื่อมถึงกัน

งั้นเซี่ยนอวี๋ควรจัดคอนเสิร์ตสักครั้งไหม?

อิ่งจือควรบุกเข้าสู่วงการจิตรกรรมแนวศิลปะดั้งเดิมหรือเปล่า?

หรือฉู่ขวงควรนำผลงานชิ้นโบแดงที่เขาเก็บซ่อนไว้ออกมาเผยแพร่ดี?

……………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน