เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1138

ตอนที่ 1138 ราชาแห่งการ์ตูนและแอนิเมชัน (1)

ตั้งแต่มีการก่อตั้งช่องเด็กบลูสตาร์ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ช่องที่สองก็มักจะมีเรตติงเหนือกว่าช่องหมายเลขหนึ่งมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม

สถานการณ์นี้เริ่มค่อยๆ เปลี่ยนไปในช่วงไม่นานมานี้

ฝั่งช่องเด็กหมายเลขหนึ่ง

เมื่อการออกอากาศของแอนิเมชันเก่าชุดหนึ่งหรือสองชุดสิ้นสุดลง ก็ได้มีการนำผลงานแอนิเมชันชุดใหม่เข้ามาฉายต่อ เบื้องหลังของผลงานเหล่านั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือสำนักงานใหญ่ของห้าบริษัทภาพยนตร์และซีรีส์ยักษ์ใหญ่แห่งบลูสตาร์!

ด้วยระดับฝีมือของห้าสำนักงานใหญ่ที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง

ทำให้แอนิเมชันทั้งห้าเรื่องใหม่ที่ออกฉาย มีทั้งยอดผู้ชมและเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยม

กำลังช่วยให้ช่องหมายเลขหนึ่งค่อยๆ ชิงส่วนแบ่งเรตติงกลับคืนมาอย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน

ฝั่งช่องหมายเลขสอง

หลังจากผลงานแอนิเมชันของอิ่งจือทยอยฉายจบไป ก็มีแอนิเมชันชุดใหม่มาแทนที่ ทว่าแอนิเมชันชุดใหม่นั้นกลับมีคุณภาพไม่สูงเท่าผลงานก่อนหน้า ส่งผลให้เรตติงของช่องหมายเลขสองลดลงอย่างต่อเนื่อง!

เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายบริหารของช่องที่สองตระหนักได้ว่า

หากไม่มีอิ่งจือมาช่วย ช่องหมายเลขสองก็ไม่มีทางสู้ช่องหมายเลขหนึ่งได้เลย!

ทุกวันนี้ที่ยังพอสู้ได้อยู่ เป็นเพียงเพราะยังมีแอนิเมชันของอิ่งจือบางเรื่องที่ยังไม่ฉายจบ

และบังเอิญว่าในวันนี้

แอนิเมชันเรื่องกัปตันซึบาสะของอิ่งจือ ซึ่งมีความยาวกว่า 100 ตอน ก็เดินทางมาถึงตอนอวสานพอดี

ทางผู้อำนวยการช่องหมายเลขสองจึงรีบติดต่อจินมู่อย่างเร่งด่วน หวังจะขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากอิ่งจือในการผลิตแอนิเมชันใหม่

และในเวลานี้หลินเยวียนก็ได้รับข่าวนี้เรียบร้อยแล้ว

ในสตูดิโอ

จินมู่พูดกับหลินเยวียนว่า

“เรื่องกัปตันซึบาสะที่ยาวกว่าหนึ่งร้อยตอน วันนี้ฉายตอนจบแล้ว ทางช่องสองขอให้เราสนับสนุนแอนิเมชันเพิ่ม ถ้าเราไม่ส่งผลงานใหม่ไปให้พวกเขา ช่องสองจะโดนช่องหนึ่งถล่มแน่นอนครับ”

หลินเยวียนถามว่า

“ตอนนี้ยังเหลือเรื่องไหนที่ยังฉายอยู่บ้าง?”

จินมู่ก็ไล่ชื่อได้อย่างคล่องแคล่วราวกับจำได้ขึ้นใจ “ตอนนี้ยังเหลืออยู่ไม่กี่เรื่องแล้ว คือสพันจ์บ็อบ เหมียวฟ้าสามพันคำถาม โพนี่น้อยแสนรัก และโดราเอมอนซึ่งเป็นเรื่องที่เรตติงอันดับหนึ่งของช่องสองในตอนนี้ ส่วนอีก เจ็ดเรื่องที่เหลือฉายจบหมดแล้ว”

โอ้โฮ

เมื่อปลายปีที่แล้ว อิ่งจือจัดทำแอนิเมชันไว้ทั้งหมดสิบเอ็ดเรื่อง ปัจจุบันนี้เหลือเพียงสี่เรื่องเท่านั้นที่กำลังออกอากาศ

สี่เรื่องนี้ถือว่าเป็นงานชิ้นใหญ่

หลายซีซันรวมกันมีความยาวเกินสองร้อยตอนแทบทั้งหมด จึงยังออกอากาศไม่จบแม้จะผ่านมาแล้วสามเดือน

“อีกเจ็ดเรื่องสินะ”

หลังจากการขยายบริษัทครั้งก่อน จำนวนพนักงานของสตูดิโอตามเงาฝันก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

พนักงานใหม่เหล่านี้หลังจากเข้ามาทำงานก็ ไม่ได้อยู่เฉยๆ พวกเขาผลิตแอนิเมชันมากมายภายใต้การนำของพนักงานรุ่นเก๋าอย่างเงียบๆ

ในขณะเดียวกัน

ทาแผนกแอนิเมชันของสตาร์ไลท์ก็มีงานล้นมือไม่แพ้กัน พวกเขาก็กำลังช่วยอิ่งจือผลิตแอนิเมชัน เพื่อป้อนให้กับช่องเด็กหมายเลขสองเช่นกัน

จนถึงตอนนี้

ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันผลิตแอนิเมชันไปแล้วถึงสิบเรื่อง ตามความต้องการของอิ่งจือ

นี่แหละคือข้อดีของการขยายบริษัท ไม่อย่างนั้นอิ่งจือก็คงไม่สามารถตอบสนองความต้องการมหาศาลขั้นนี้ได้

ช่องที่สองยังขาดอีกเจ็ดเรื่อง

แต่ตอนนี้หลินเยวียนมีแอนิเมชันใหม่อยู่ในมือถึงสิบเรื่อง แถมยังจะผลิตเพิ่มต่อไปอีก เรียกได้ว่ามีศักยภาพพอจะเติมเต็มช่องว่างของตารางฉายได้ทั้งหมดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ประจวบเหมาะเหลือเกิน

เมื่อจงโจวเข้าผนวกรวมอย่างเป็นทางการ

อิ่งจือจึงเตรียมที่จะกลับมาผงาดในตลาดแอนิเมชันของบลูสตาร์อีกครั้ง สร้างกระแสและชื่อเสียงถล่มทลาย!

ทั้งยังสามารถใช้โอกาสนี้ โปรโมตนิทรรศการศิลปะในช่วงปลายปีได้ด้วย

แล้วทำไมจะไม่ทำล่ะ?

เมื่อนึกได้ดังนั้น

หลินเยวียนจึงเริ่มพิมพ์รายชื่อแอนิเมชันใหม่ทั้งเจ็ดเรื่องลงในคอมพิวเตอร์

เรื่องแรก คือ ‘ตือโป๊ยก่ายตกสวรรค์’ เป็นภาคต่อจากแอนิเมชันบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศเพื่อช่วย เพิ่มชื่อเสียงให้ตัวละครตือโป๊ยก่ายและเสริมพลังของลิขสิทธิ์บันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศ

เรื่องที่สองมีชื่อว่า ‘เจ้าหนูอะตอม’

ในโลกเดิม เรื่องนี้เคยกลายเป็นกระแสฮ็อตฮิตไปทั่วโลก และแม้แต่ในแดนอาทิตย์อุทัยเองก็ยังทำเรตติงได้แบบที่ยังไม่มีใครลบสถิติได้

นอกจากนั้น สิ่งที่ควรเอ่ยถึงก็คือ

เจ้าหนูอะตอมเป็นผลงานแอนิเมชันต่างประเทศเรื่องแรกที่แดนมังกรเคยซื้อมาฉาย

หลินเยวียนจึงมั่นใจว่าเรื่องนี้จะทำเรตติงได้ดีอย่างแน่นอน

เรื่องที่สามนั้นมีชื่อว่า ‘โคมวิเศษ’

เรื่องนี้นับเป็นภาคต่อของนาจาน้อย เดินหน้าทำแอนิเมชันแนวเทพปกรณัมต่อไป

บังเอิญว่าสตาร์ไลท์เคยสร้างเวอร์ชันซีรีส์ของ เรื่องโคมวิเศษมาก่อนด้วยนับว่าเป็นผลงานลิขสิทธิ์ที่ถือกำเนิดจากบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

แอนิเมชันเรื่องที่สี่ คือ ‘เช้าวันใหม่ของมาร์ติน’

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในแอนิเมชันที่ผู้คนจากแดนมังกรในยุค 90 ชื่นชอบที่สุดร่วมผลิตระหว่างจีนกับต่างประเทศ และได้คะแนนรีวิวสูงมากในเว็บไซต์โต้วปั้น

เรื่องที่ห้า คือ ‘สารวัตรแมวดำ’

เดิมทีแอนิเมชันเรื่องนี้ถูกตัดจบด้วยเหตุผลบางประการ

โชคดีที่ความเสียดายในโลกเดิม สามารถชดเชยได้ในบลูสตาร์ด้วยการควบคุมของที่นี่หยุ่นกว่า เพียงแค่ปรับเล็กน้อยก็สามารถออกอากาศได้

เรื่องที่หก คือ ‘เสื้อน้อยกลับบ้าน’

ถือเป็นแอนิเมชันในแนวเดียวกับการผจญภัยของปลาคาร์ฟน้อยแอนิเมชันที่ใช้สัตว์เป็นตัวเอก ซึ่งเป็นแนวถนัดของแอนิเมชันจีนยุคแรกหลายเรื่องที่มีคุณภาพไม่เลว

เรื่องที่เจ็ด คือ ‘อุลตร้าแมนเมบิอุส’

อุลตร้าแมนทีก้าประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างสรรค์ขึ้นมาแล้วดังนั้นจึงยังคงเดินหน้าสร้างจักรวาลอุลตร้าแมนต่อไปเพื่อให้กลายเป็นผลงานไลฟ์แอ็กชันที่ได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนเหล่าพี่น้องอุลตร้าแมนที่ปรากฏในเรื่อง ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้เหมาะสมเรียบร้อยแล้ว

ผลงานทั้งเจ็ดเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกอย่างแท้จริง

หลินเยวียนตัดสินใจเลือกทั้งเจ็ดเรื่องในคราวเดียว

และแนวคิดเบื้องหลังแต่ละเรื่องนั้นก็ชัดเจนเป็นอย่างมาก

“ไม่เป็นไรหรอก พอโดราเอมอนฉายเมื่อไหร่เราค่อยเปลี่ยนกลับไปดูช่องสองก็ได้”

“ก็ได้”

“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิ!”

“เหมือนว่าช่องสองจะมีแอนิเมชันเรื่องใหม่ออกมาแล้วละ!”

“เรื่องอะไรเหรอ?”เด็กสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน ทุกคืนจะนั่งดูการ์ตูนด้วยกันเสมอ และเมื่อก่อนพวกเขาชอบช่องสองมาก

แต่ระยะหลังคุณภาพโดยรวมของการ์ตูนช่องสองเริ่มตกต่ำ

คืนนั้นขณะที่พวกเขากำลังจะลองหันไปดูช่องหนึ่งที่เริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้น จู่ๆ ก็พบว่าช่องหมายเลขสองกลับมีแอนิเมชันเรื่องใหม่เข้าฉาย!

การ์ตูนเรื่องนี้มีชื่อว่าเจ้าหนูอะตอม!

เด็กสองคนหยุดมือที่กำลังจะเปลี่ยนช่องทันที แล้วนั่งดูด้วยความสงสัยใคร่รู้

เมื่อดูแล้ว

พวกเขากลับถูกดึงดูดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น!

สนุกมาก!

สนุกสุดๆ ไปเลย!

อะตอมซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีความคิดแบบมนุษย์นั้นช่างน่ารักเหลือเกิน ไม่มีทางที่เด็กๆ จะไม่ตกหลุมรัก!

ยิ่งไปกว่านั้น อะตอมยังแข็งแกร่งสุดๆ อีกด้วย!

ต้องเข้าใจว่าว่าสิ่งที่เด็กๆ ชื่นชอบที่สุดก็คือฮีโร่ผู้แข็งแกร่งแบบนี้นี่แหละ!

เพียงแค่ดูตอนแรก เด็กทั้งสองก็ลืมเรื่องเปลี่ยนช่องไปเสียสนิทแล้ว!

ลำพังเรื่องเจ้าหนูอะตอมเพียงเรื่องเดียว วิกฤตเรตติงของช่องสองก็ได้รับการบรรเทาลงอย่างมากในคืนนั้นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ในวันต่อๆ มา

ช่องหมายเลขสองก็เริ่มทยอยปล่อยแอนิเมชันเรื่องใหม่ของอิ่งจือมาต่อคิวออกอากาศแทนที่การ์ตูนเก่าบางเรื่องที่ถึงแม้จะฉายจนจบแล้ว แต่ก็ยังได้รับคำวิจารณ์เพียงแค่พอใช้เท่านั้น

ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว

เรตติงของช่องหมายเลขสองก็พุ่งกลับขึ้นมาแซงช่องหมายเลขหนึ่งอีกครั้ง!

ดูเหมือนว่า สำหรับอิ่งจือแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นสาขา หรือสำนักงานใหญ่ของห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ในบลูสตาร์ ก็ไม่มีใครที่เป็นคู่แข่งด้านแอนิเมชันของเขาได้เลย!

แอนิเมชันที่โด่งดังที่สุดเป็นเรื่องแรก แน่นอนว่าคือเรื่องเจ้าหนูอะตอมที่ออกอากาศก่อนเรื่องอื่นๆ เพียงแค่วันถัดมาหลังจากที่แอนิเมชันเรื่องนี้ออกอากาศ เด็กๆ ในระดับอนุบาลหลายแห่งก็เริ่มพูดคุยกันอย่างกระตือรือร้น

“เธอดูอะตอมในช่องสองรึยัง?”

“ใครน่ะ?”

“แม่ฉันบอกว่าเขาเป็นหนูน้อยพลังแสนแรงม้าเลยน่ะ!”

“เขาเป็นหุ่นยนต์ อะตอมเป็นหุ่นยนต์ ตอนบินขึ้นไปบนฟ้าน่ะ เท่สุดๆ ไปเลย!”

เรื่องนี้ทำเรตติงได้สูงมาก!

…………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน