ตอนที่ 1149 ฟินิกซ์รำพัน
เว่ยหลานหลานอาจเป็นเหยื่อรายแรก แต่เธอไม่ใช่รายสุดท้ายอย่างแน่นอน
ในหลากหลายทวีป
ผู้อ่านต่างพากันดีอกดีใจ รีบซื้อแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมกลับไปอ่านที่บ้านกันอย่างคึกคัก!
ตอนเริ่มต้น เรื่องราวก็ดำเนินไปตามที่ทุกคนคาดไว้
นิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์แต่ละเล่มล้วนเล่าเรื่องราวในหนึ่งปีการศึกษา
เล่มนี้เป็นเล่มที่หก จึงเริ่มต้นด้วยปีที่หกของแฮร์รี่ที่โรงเรียนเวทมนตร์ฮอกวอตส์
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ
ช่วงต้นเรื่องของเล่มนี้ กลับมีเนื้อหาจำนวนมากที่โฟกัสไปยังมัลฟอย!
มัลฟอยกลายเป็นผู้เสพความตาย!
ครอบครัวของมัลฟอยร่วมมือกับโวลเดอมอร์อย่างลับๆ
และยังติดต่อกับสเนปอีกด้วย!
สเนปให้คำสัญญากับแม่ของมัลฟอย
ว่าจะปกป้องและช่วยเหลือมัลฟอยในการปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้เสพความตายครั้งแรกของเขา และเพื่อพิสูจน์คำสัญญา สเนปถึงกับสาบานด้วยคำสาบานที่ไม่อาจละเมิดได้!
ไม่มีใครคาดคิด!
ว่าแค่เริ่มเรื่อง เนื้อหาก็ทำให้จิตใจของผู้อ่านสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแล้ว!
…
ในกลุ่มแฟนคลับแฮร์รี่ พอตเตอร์กลุ่มหนึ่ง
หลายคนกำลังอ่านหนังสือไปพร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม
‘ยังไงกันแน่เนี่ย?’
‘สเนปทรยศฮอกวอตส์เหรอ?’
‘ว่าแล้วเชียว!’
‘สเนปก็เป็นผู้เสพความตายตั้งแต่แรก จะให้กลับใจได้ยังไง? หมอนี่เป็นพวกของโวลเดอมอร์ชัด ๆ แล้วพวกคุณยังชอบเขากันอยู่อีก!’
‘อย่าเพิ่งด่วนสรุปกันสิ’
‘อ่านต่อไปก่อน ถ้าสเนปเป็นตัวร้ายจริงๆ เขาจะหลอกดัมเบิลดอร์ได้เหรอ?’
‘ฉันสงสัยว่าสเนปเป็นสายลับสองหน้า นี่อาจจะเป็นแผนของดัมเบิลดอร์ก็ได้’
‘เห็นด้วย!’
‘เห็นด้วยบ้านคุณสิ!’
‘รอบนี้ล้างภาพลักษณ์ไม่ไหวหรอก สเนปร่วมมือกับโวลเดอมอร์มานานแล้ว เนื้อเรื่องก็บอกไว้ชัดเจนมาก!’
ในกลุ่มเริ่มโต้เถียงกันอย่างร้อนแรง
ทันใดนั้น
สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มที่ใช้ชื่อ ‘สาวกสเนป’ ก็เอ่ยขึ้นมาว่า
‘สเนปโดนเข้าใจผิดมาหลายครั้งแล้ว รอบนี้ก็ต้องเป็นความเข้าใจผิดอีกแน่ๆ !’
‘ไอดีของคุณเปิดโปงตัวตนหมดแล้วนะ’
สมาชิกในกลุ่มต่างก็หัวเราะทั้งน้ำตา
คนคนนั้นชื่อว่าหูจี๋
หูจี๋เป็นแฟนคลับของสเนป เช่นเดียวกับชื่อผู้ใช้ของเขาไม่มีผิดเขาชอบตัวละครนี้มาตั้งแต่เล่มแรกของนิยาย และไม่เคยเชื่อว่าสเนปจะเป็นตัวร้ายเลย
เรื่องราวต้องมีจุดหักมุมแน่!
หูจี๋เชื่อมั่นในข้อนี้อย่างแรงกล้า!
เขาจึงอ่านต่อด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้เห็นความจริงในภายหลัง
และกลุ่มแชตก็ไม่ได้ถกเถียงกันนานนัก เนื้อเรื่องที่ตามมาจะต้องให้คำตอบกับพวกเขาอย่างแน่นอน
…
ดัมเบิลดอร์สามารถเกลี้ยกล่อมให้ฮอเรซ ซลักฮอร์นกลับมาสอนที่ฮอกวอตส์อีกครั้ง โดยให้เขารับหน้าที่เป็นอาจารย์วิชาปรุงยา
ชายคนนี้เคยเป็นครูของโวลเดอมอร์มาก่อน!
ดัมเบิลดอร์หวังว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์จะสามารถล้วงความลับบางอย่างของโวลเดอมอร์จากเขาได้
ส่วนศาสตราจารย์สเนปก็ได้รับตำแหน่งใหม่ เขากลายเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปีนี้
ในห้องเรียนของซลักฮอร์น
แฮร์รี่ได้หนังสือเรียนปรุงยาเก่าเขรอะเล่มหนึ่ง บนปกในมีชื่อเขียนว่าเจ้าชายเลือดผสม
เจ้าชายเลือดผสมคือใครกัน?
ไม่มีใครรู้
แต่ในหนังสือเล่มนั้นกลับเต็มไปด้วยบันทึกที่เจ้าชายเลือดผสมจดไว้
และด้วยบันทึกเหล่านี้เอง แฮร์รี่สามารถทำคะแนนวิชาปรุงยาได้สูงยิ่งกว่าเฮอร์ไมโอนี่เสียอีก!
ขณะเดียวกัน
เรื่องความรู้สึกของแฮร์รี่ก็เริ่มเติบโตขึ้น เขาเริ่มรู้ตัวว่าความรู้สึก บางอย่างที่มีต่อจินนี่ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนเฮอร์ไมโอนี่กับรอนก็เริ่มมีปัญหา
รอนควงแขนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่เฮอร์ไมโอนี่นั่งหึงเงียบๆ คนเดียว
เช่นเดียวกับเล่มก่อนๆ
ความสัมพันธ์ของตัวเอกหลักทั้งสามถูกหยิบยกขึ้นมาเล่าในเนื้อหาส่วนหนึ่งอย่างชัดเจน
แต่นี่ก็คือสิ่งที่ผู้อ่านหลายคนชอบที่สุดเช่นกัน
ผู้อ่านก็มักจะถกเถียงกันไม่รู้จบเกี่ยวกับคู่ชิปในเรื่องนี้อยู่ร่ำไป
เวลาผันผ่าน
แฮร์รี่ค่อยๆ ได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของโวลเดอมอร์ ผ่านการชี้แนะของดัมเบิลดอร์ และในที่สุดก็สามารถได้มาซึ่งความทรงจำของซลักฮอร์นซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของโวลเดอมอร์ในอดีต
จากเบาะแสที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำนั้น
ดัมเบิลดอร์ก็ตีความออกมาเป็นข้อสรุปอันน่าสะพรึงกลัว
โวลเดอมอร์เคยแบ่งวิญญาณของตัวเองออกเป็นแปดส่วน และได้นำเจ็ดส่วนในนั้นซ่อนไว้ในวัตถุลึกลับที่เรียกว่าฮอร์ครักซ์
ทำไมโวลเดอมอร์ถึงไม่ตายสักที?
เพราะตราบใดที่ฮอร์ครักซ์ยังไม่ถูกทำลายจนสิ้นซาก เขาก็ไม่มีวันตาย
แต่นี่คือศาสตร์มืดที่ลึกล้ำยิ่งนัก ผู้ที่ทำสิ่งนี้ย่อมต้องมือเปื้อนเลือดและความตายอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดัมเบิลดอร์ยังบอกด้วยว่า
ในบรรดาฮอร์ครักซ์ของโวลเดอมอร์ มีสองชิ้นที่ถูกทำลายไปแล้ว
หนึ่งในนั้นคือสมุดบันทึกประหลาดที่แฮร์รี่ทำลายในภาคที่สอง อีกชิ้นหนึ่งคือแหวนของมาร์โวโล่ ก๊อนท์ที่ดัมเบิลดอร์เป็นผู้ทำลาย
หากต้องการฆ่าโวลเดอมอร์ให้ได้จริง
ก็ต้องทำลายฮอร์ครักซ์ที่เหลือให้หมด!
และบังเอิญว่าดัมเบิลดอร์ค้นพบเบาะแสของฮอร์ครักซ์ชิ้นถัดไปแล้ว
นั่นคือล็อกเกตของซัลลาซาร์ สลิธีริน!
ดัมเบิลดอร์จึงขอให้แฮร์รี่ไปด้วย เพื่อช่วยกันตามหาฮอร์ครักซ์ชิ้นนั้นและทำลายมัน เขามีเพียงข้อเดียวที่ขอจากแฮร์รี่คือ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาโดยไม่มีข้อแม้
แฮร์รี่ตอบตกลง
…
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
กลุ่มแฟนคลับแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่หูจี๋อยู่ด้วยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
‘สนุกมาก!’
‘ถึงโทนเรื่องจะดูหม่นๆ หน่อย แต่พล็อตเรื่องยิ่งใหญ่มาก อ่านรวดเดียวหยุดไม่ได้เลย’
‘ฉันกินข้าวไป อ่านไป!’
‘ว่าแล้วเชียวว่าทำไมโวลเดอมอร์ถึงตายยากนัก ที่แท้ก็มีฮอร์ครักซ์นี่เอง’
‘พล็อตแบบนี้น่าสนใจดีนะ’
‘ฉันรู้สึกว่านี่หมือนจะเข้าใกล้ตอนจบแล้วหรือเปล่า?’
‘แต่ในโปรโมตไม่ได้บอกว่าจะเป็นเล่มจบ งั้นก็น่าจะมีต่ออีกแหละ แต่ดูจากเรื่องราวที่ดำเนินมาถึงตรงนี้ ก็น่าจะเป็นช่วงท้ายของเรื่องแล้วละ’
‘อย่าเพิ่งจบเลยนะ!’
‘ฉันยังอ่านไม่เต็มอิ่มเลย!’
‘นี่พวกนายดูสารบัญหรือยัง?’
‘สารบัญอะไร?”
‘สารบัญของบทท้ายๆ น่ะ เหมือนจะมีบทที่ชื่อว่าสุสานสีขาวด้วย!’
‘จริงเหรอ?’
‘อย่าทำให้ผมตกใจสิ!’
ตอนนั้นเป็นช่วงบ่ายแล้ว
มีบางคนอดไม่ได้ เลื่อนดูสารบัญข้างหลัง
แล้วก็พบเข้ากับชื่อตอนบางตอนที่ชวนให้อึดอัดใจอย่างมาก
และก็จริง
ตอนสุดท้ายของเล่มนี้มีชื่อว่า ‘สุสานสีขาว’
ชื่อตอนนี้ชวนให้ผู้คนจินตนาการไปในทางที่ไม่ดีอย่างมาก
แม้ในใจจะเริ่มคิดฟุ้งซ่าน
แต่หูจี๋ก็พยายามข่มความรู้สึกนั้นไว้
แล้วอ่านต่อไป
…
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับดัมเบิลดอร์ ได้เดินทางเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง
พวกเขาฝ่าฟันอันตรายมากมาย จนกระทั่งไปหยุดอยู่หน้าอ่างหินใบหนึ่ง ที่ภายในเต็มไปด้วยของเหลวสีเขียว
ดัมเบิลดอร์มั่นใจว่า ฮอร์ครักซ์อยู่ในอย่างนั้นแน่นอน
แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ของเหลวสีเขียวนั้นไม่สามารถใช้มือตักออกได้ ไม่สามารถแบ่งแยกออกหรือตักออกจนหมด แม้แต่เวทมนตร์ก็ยังไม่สามารถทำให้มันหายไปได้
วิธีเดียวที่สามารถจัดการกับมันได้ คือดื่มมันเข้าไป!
“ยานี้จะต้องมีผลในการขัดขวางฉันไม่ให้ได้ฮอร์ครักซ์ไปแน่นอน มันอาจทำให้ฉันเป็นอัมพาต ทำให้ฉันลืมเป้าหมายที่มาที่นี่ ทำให้ฉันเจ็บปวดอย่างรุนแรง จนไม่สามารถตั้งสติได้ หรือทำให้ฉันสูญเสียความสามารถในรูปแบบอื่นๆ หากเกิดอะไรแบบนั้นขึ้น แฮร์รี่ หน้าที่ของเธอคือต้องทำให้ฉันดื่มมันต่อไปให้ได้ แม้จะต้องกรอกมันใส่ปากที่ฉันกัดแน่นก็ตาม เข้าใจไหม?”
ดัมเบิลดอร์กล่าวอย่างจริงจัง
แฮร์รี่ปฏิเสธทันที
แต่ดัมเบิลดอร์กลับสั่งอย่างเด็ดขาด ว่าแฮร์รี่ต้องทำตาม!
“ทำไมถึงไม่ให้ผมดื่มเองล่ะ”
แฮร์รี่ถามด้วยเสียงสิ้นหวัง
ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
…
เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของเล่มนี้ก็ใกล้จะถึงบทสรุปแล้ว
หูจี๋นึกถึงชื่อตอนสุดท้ายที่น่าหวาดหวั่นอีกครั้ง
สุสานสีขาว
สุสานของใครกันแน่?
เขารู้สึกไม่กล้าอ่านต่อ แต่ก็ยังมีความหวังเล็กๆ อยู่ในใจ
อาจจะเป็นแค่การเข้าใจผิดก็ได้
สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจอ่านต่อไป
แต่แล้ว
เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ
มือของหูจี๋ก็เริ่มสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง และด้วยแรงที่เขาใช้มากเกินไป มือของเขาก็ซีดขาวราวกับไร้เลือด!
เช่นเดียวกับใบหน้าของเขาที่ขาวซีดราวกับกระดาษ!
เขาตายแล้ว…
ดัมเบิลดอร์ ตายแล้ว!!!
มัลฟอยฉวยโอกาสในขณะที่ดัมเบิลดอร์บาดเจ็บสาหัส เสกคาถาปลาอาวุธของเขาตกจากมือ แต่สุดท้ายก็ไม่มีความกล้าพอจะลงมือ
แต่สุดท้าย ดัมเบิลดอร์ก็ยังตายอยู่ดี
ผู้ที่ฆ่าเขา ไม่ใช่มัลฟอย
และก็ไม่ใช่เหล่าผู้เสพความตายที่มัลฟอยลอบพาเข้ามาด้วยวิธีลับ
ผู้ที่ฆ่าดัมเบิลดอร์กลับกลายเป็น
เซเวอร์รัส สเนป!
ตัวละครที่หูจี๋รักที่สุด ชายผู้ที่มักถูกสงสัยว่าไม่ใช่คนดี แต่กลับคอยปกป้องแฮร์รี่อย่างลับๆ อยู่เสมอ ชายผู้ที่ยืนหยัดอยู่ข้างดัมเบิลดอร์ตลอดมา
ก่อนตาย
ดัมเบิลดอร์อ้อนวอนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาอ้อนวอนใครบางคน
“เซเวอร์รัส…ขอร้องละ…”
แต่แล้ว…
สเนปกลับเพียงแค่จ้องมองดัมเบิลดอร์อยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง บนใบหน้าที่หยาบกร้านของเขา สลักไว้ซึ่งความขยะแขยงและเกลียดชัง
“อะวาดา เคดาฟ-รา!”
แสงสีเขียวพุ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ของสเนป ไม่คลาด ไม่เบี่ยง ตรงเข้าที่ใบหน้าของดัมเบิลดอร์อย่างไร้ความปรานี
แฮร์รี่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
เสียงกรีดด้วยความร้องตกใจของเขาถูกกลืนหายไปในลำคอ เขาถูกเวทมนตร์ของดัมเบิลดอร์พันธนาการไว้ พูดไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ ทำได้เพียงจ้องมองดัมเบิลดอร์ถูกเวทมนตร์ซัดลอยขึ้นไปในอากาศ
อะวาดา เคดาฟ-รา
หัวกะโหลกอันน่าสะพรึงปรากฏขึ้น
[ดูเหมือนดัมเบิลดอร์จะลอยค้างอยู่ใต้หัวกะโหลกที่ส่องแสงสว่างชั่วประเดี๋ยว แล้วหล่นหงายหลังลงมาช้าๆ เหมือนตุ๊กตาผ้าตัวใหญ่ขาดวิ่น ข้ามพ้นกำแพงเชิงเทินและหายลับไปจากสายตา]
หูจี๋ยังคงกอดหนังสือไว้ในมือ
เขาจ้องมองคำบรรยายอันโหดร้ายช่วงท้ายบทนี้อย่างเหม่อลอย ทั้งร่างราวกับถูกแช่แข็ง ไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหวใด
ว่างเปล่า
สับสน
โกรธเกรี้ยว
เจ็บปวด
ในฐานะแฟนคลับตัวยงของสเนป หูจี๋ไม่เคยสับสนเท่านี้มาก่อนในชีวิต
นี่คือการหักหลังอย่างนั้นหรือ?
เขาพลิกหน้าหนังสือโดยอัตโนมัติ เหมือนร่างกายทำตามสัญชาตญาณไปเอง
อ้อ
แท้จริงแล้ว สเนปก็คือเจ้าชายเลือดผสม
และฮอร์ครักซ์ที่พวกเขาเสี่ยงชีวิตไปนำมา กลับเป็นของปลอม
ของจริงนั้นมีใครบางคนแย่งชิงไปก่อนแล้ว
ความลับเหล่านี้ถูกเปิดเผย แต่หูจี๋กลับไม่มีแม้แต่ความรู้สึกใดๆ เขายังคงนั่งนิ่ง พลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยท่าทางไร้อารมณ์ ราวกับเป็นหุ่นยนต์
ฟีนิกซ์รำพัน…
นั่นคือชื่อบทรองสุดท้าย
แฮร์รี่รู้แล้ว ฟอกส์ นกฟีนิกซ์ของดัมเบิลดอร์ ได้จากไปแล้ว จากฮอกวอตส์ไปตลอดกาล เช่นเดียวกับดัมเบิลดอร์ ที่จากโรงเรียนไปตลอดกาล จากโลกนี้ไปตลอดกาล
และจากแฮร์รี่ไปตลอดกาล
และบทสุดท้าย ‘สุสานสีขาว’ ไม่ได้เป็นของใครอื่น เป็นของดัมเบิลดอร์
ขณะเดียวกัน กลุ่มแช็ตของเหล่าพอตเตอร์เฮดระเบิดความโกลาหลอย่างแท้จริง!
ไม่สิ
ไม่ใช่แค่กลุ่มของเหล่าพอตเตอร์เฮด
แต่ผู้อ่านทุกคนทั่วทั้งบลูสตาร์ต่างก็ระเบิดอารมณ์
ออกมาอีกครั้ง…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...