ตอนที่ 1180 ปรมาจารย์หลู่สู้ๆ (1)
นิยายเล่มใหม่ของปรมาจารย์หลู่มีชื่อว่า ‘ล่องนาวาพันลี้’
ตอนที่หลินเยวียนเขียนแปดเทพอสูรมังกรฟ้าจบ หลู่หยางก็ได้โปรโมตนิยายใหม่ของตัวเองมากว่าครึ่งเดือนแล้ว
ทั้งให้สัมภาษณ์
ทั้งจัดกิจกรรม
การกลับคืนวงการหลังจากแขวนปากกามานานของปรมาจารย์หลู่ครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเปรียบเสมือนลมหายใจใหม่ของอาชีพนักเขียน คึกคักยิ่งกว่าตอนก่อนหยุดเขียนเสียอีก!
วันรุ่งขึ้นในขณะที่แคมเปญโปรโมตนิยายล่องนาวาพันลี้ของปรมาจารย์หลู่กำลังร้อนแรงถึงขีดสุด
คลังหนังสือซิลเวอร์บลู
ก็ได้ปล่อยข่าวเกี่ยวกับนิยายเล่มใหม่ของเจ้าแก่ฉู่ขวงออกมาในที่สุด!
[อาจารย์ฉู่ขวง นักเขียนอันดับที่ 11 ของบลูสตาร์ ได้เขียนผลงานกำลังภายในเล่มใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แปดเทพอสูรมังกรฟ้า นี่คือนิยายกำลังภายในเรื่องใหม่ล่าสุดของอาจารย์ฉู่ขวง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับมังกรหยกไตรภาค เขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดของตนเองได้หรือไม่ โปรดติดตามการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนนี้!]
บนโลกออนไลน์
ผู้อ่านจากทั่วทุกทวีปต่างก็ตื่นเต้นกันขึ้นมาทันที!
‘มาแล้วววว!’
‘ในที่สุดก็มาสักที ฉันรอจนจะลงแดงอยู่แล้ว ขอส่งเสียงเชียร์ ปรมาจารย์หลู่สู้ๆ ไว้ก่อนเลย!’
‘ปรมาจารย์หลู่สู้ๆ +1!’
‘ปรมาจารย์หลู่สู้ๆ +100000!’
‘ชื่อหนังสือใหม่คือแปดเทพอสูรมังกรฟ้าเหรอ?’
‘ชื่อเรื่องนี่ ถึงไม่เข้าใจ แต่ฟังดูยิ่งใหญ่สุดๆ ’
‘โอ้โฮ!’
‘แปดภาค?!’
‘งั้นก็เยอะกว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกน่ะสิ!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงเสพติดการเขียนนิยายชุดไปแล้วเหรอเนี่ย?’
‘ก่อนหน้านี้ศาตราจารย์กิตติคุณมหาวิทยาลัยดังคนนั้นเพิ่งโพสต์บทความว่าฉู่ขวงเขียนกำลังภายใน ยิ่งเขียนยิ่งถดถอยไม่ใช่หรือไง นี่เขาคิดจะใช้ปริมาณมาถมคุณภาพแทนแล้วหรือ?’
…
ท่ามกลางกระแสการพูดคุยที่ถั่งโถม
ศาตราจารย์กิตติคุณคนนั้นก็โผล่มาอีกครั้ง พร้อมโพสต์ข้อความใหม่ว่า
‘นิยายเล่มใหม่ของฉู่ขวง ไม่น่าจะเป็นอย่างที่ทุกคนเดาไว้ว่าเป็นนิยายชุดแบ่งเป็นแปดเล่มนะครับ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ชื่อนี้น่าจะเกี่ยวกับวัฒนธรรมพุทธศาสนา ในพุทธศาสนามีการแบ่งเทพและอมนุษย์แปดพงศ์ ได้แก่ เทพ มังกร ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ กินนร และมโหราค และในบรรดาแปดพงศ์นี้ เทพและมังกรนับเป็นหัวหน้าใหญ่สองกลุ่ม ผมคิดว่านี่แหละคือที่มาของชื่อแปดเทพอสูรมังกรฟ้าของฉู่ขวง ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมนิยายกำลังภายในถึงไปโยงกับพุทธศาสนาได้ อันนี้ผมเองก็คาดเดาไม่ออก แต่สำหรับผม ยังขอยืนยันคำเดิมว่า มังกรหยกคือจุดสูงสุดของนิยายกำลังภายใน ต่อให้ฉู่ขวงจะกลายร่างเป็นเทพมังกรก็ตาม ผมก็ไม่เชื่อว่าเขาจะงอกปีก แล้วเหาะเหินเดินอากาศขึ้นไปเหนือเขตขามของแนวกำลังภายในนี้ได้อีกแล้ว’
‘ยอดฝีมือ!’
‘มีความรู้ขนาดนี้ ฉันเชื่อแล้วว่าเป็นศาตราจารย์มหาลัยตัวจริง!’
‘ยุคนี้จะท่องยุทธภพให้รอด ต้องมีวิชาความรู้ด้วยสินะ ไม่งั้นแค่ชื่อหนังสือของเจ้าแก่ก็อ่านไม่รู้เรื่องแล้ว!’
‘เหนือชั้นขนาดนั้นเลยหรือ?’
‘แค่ชื่อเรื่องนี่ก็สเกลใหญ่มากเลยนะ หรือว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงจะกลับสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง แล้วสร้างตำนานแบบมังกรหยกขึ้นมาใหม่?’
‘รอไม่ไหวแล้ววว ปรมาจารย์หลู่สู้ๆ !’
‘ผมชอบพุทธศาสนา!’
‘ฉันไม่อินกับพุทธเท่าไหร่หรอก รู้สึกว่ามีส่วนที่เหลวไหลเยอะเหมือนกันนะ แต่ก็ยอมรับว่าคำสอนของพุทธศาสนาก็มีหลายอย่างที่น่านับถือจริงๆ ’
‘หรือว่า พระเอกเรื่องใหม่จะเป็นพระ?’
‘ถ้ามีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาจริงๆ พระเอกอาจจะเป็นพระจริงก็ได้ หรือว่าจะมาแนวเดียวกับเตียกุนป้อที่กลายเป็นปรมาจารย์เตียซำฮง?’
บนบลูสตาร์ทั้งแปดทวีป
ชาวเน็ตต่างก็จินตนาการกันไปสารพัด บางคนถึงกับย้อนกลับไปอ้างอิงจากนิยายกำลังภายในก่อนหน้าของฉู่ขวง
ถ้าพูดถึงเรื่องที่ว่านิยายเล่มใหม่ของฉู่ขวงมีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนานั้น อันที่จริงก็ไม่มีใครรู้สึกว่านี่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
เพราะฉู่ขวงเคยเขียนบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศมาก่อน ซึ่งเนื้อหาของเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอยู่แล้ว
ทุกคนจึงคิดว่าฉู่ขวงมีความรู้และเข้าใจวัฒนธรรมพุทธได้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้จริงๆ โดยปราศจากข้อกังขา
…
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในฉินโจว
คลาสบรรยายพิเศษของศาสตราจารย์หวัง
ห้องเรียนแน่นขนัด นักศึกษานั่งเต็มทุกที่นั่ง
ก็แน่นอนอยู่แล้ว ศาสตราจารย์หวังคือบุคคลมีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัย แถมยังโด่งดังมากในโลกออนไลน์ นักศึกษาทุกคนต่างก็ชอบเข้าเรียนวิชาของเขา
แม้จะเป็นเพียงคลาสบรรยายเปิดก็ตาม
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ศาสตราจารย์หวังโด่งดังก็คือ เขาเคยอธิบายและวิเคราะห์มังกรหยกไตรภาคของฉู่ขวงในคลาสเรียนคลาสหนึ่ง
ในตอนนั้น นักศึกษาคนหนึ่งอัดวิดีโอไว้แล้วอัปโหลดลงบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นไวรัล และทำให้เขากลายเป็นคนดังสายวิชาการ ไปโดยปริยาย
ผมยอมรับว่า ตั้งแต่เล่มนี้เป็นต้นมา
ฉู่ขวงเริ่มมีการประดิษฐ์ประดอยที่มากขึ้นจริง
แต่ผมไม่คิดว่านั่นเป็นเพราะฝีมือของเขากำลังถดถอยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้ามเลยต่างหาก
จริงๆ แล้ว ฉู่ขวงกำลังพัฒนาขึ้นต่างหาก
นิยายแต่ละเล่มของเขาเน้นประเด็นที่แตกต่างกัน ตัวเอกในแต่ละเรื่องก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าเขากำลังแสวงหาทิศทางใหม่ๆ เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และเราสามารถมองว่าดาบมังกรหยกเป็นนิยายที่เขาใช้ฝึกปรือฝีมือในการเขียนผลงานแนวกำลังภายในของตัวเองก็ได้
ระหว่างการฝึกฝนจะมีจุดขึ้นจุดลงบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ในตอนนี้
เขาเข้าใจโครงสร้างของนิยายกำลังภายในอย่างถ่องแท้ เขาเขียนอารมณ์ของยุทธภพได้ทะลุถึงแก่น และเขาก็เชี่ยวชาญเทคนิคการเล่าเรื่องราวแนวกำลังภายในถึงระดับสูงสุดแล้วด้วยเหตุนี้ นิยายเล่มใหม่ที่ชื่อแปดเทพอสูรมังกรฟ้าจึงไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การรอคอยอย่างแท้จริง
เพราะในใจผมยังคงเชื่อมั่นเสมอว่า
ถ้ามังกรหยกคือท้องฟ้าของวงการนิยายกำลังภายในบลูสตาร์ คนที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะทำลายขีดจำกัดของฟ้าผืนนั้นได้ ก็มีเพียงฉู่ขวงคนเดียวเท่านั้น และจะมีแค่ฉู่ขวงคนเดียวเท่านั้น
และก่อนคลาสบรรยายครั้งหน้า แปดเทพอสูรมังกรฟ้าก็จะวางขายอย่างเป็นทางการแล้ว
ผมขอฝากคำแนะนำเล็กๆ ไว้กับทุกคนสักหน่อย หวังว่าทุกคนจะลองอ่านนิยายเล่มใหม่ของฉู่ขวงดู เพราะเนื้อหาในนั้นอาจจะออกเป็นคำถามในข้อสอบปลายภาคของผมก็ได้
แน่นอน
ก่อนที่จะถึงตอนนั้น ผมจะพาทุกคนมานั่งคุยถึงหนังสือเล่มนี้กันอย่างละเอียดเสียก่อน
เลิกคลาสได้!”
ต่างจากศาสตราจารย์คนดังบนโลกออนไลน์อีกคนหนึ่งอย่างชัดเจน
ศาสตราจารย์หวังนั้นหนุนหลังนิยายแปดเทพอสูรมังกรฟ้าแบบเต็มตัว
เพียงแต่ว่า นักศึกษาคนนั้นที่ถามคำถาม กลับต้องตกเป็นจำเลยสังคม เพราะจู่ๆ ก็กลายเป็นต้นเหตุให้เพื่อนทั้งคลาสโดนสั่งอ่านนิยายเป็นการบ้านไปโดยไม่ทันตั้งตัว
จะว่าไปแล้ว
ต่อให้ไม่มีการบ้านนี้ ด้วยอิทธิพลของฉู่ขวงในหมู่คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทุกคนก็ต้องอ่านเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าอยู่ดี
คำถามจึงกลายเป็น นิยายเล่มนี้จะเป็นการทำลายขีดจำกัดของตนเองอย่างที่โฆษณาไว้
หรือว่าจะยิ่งเขียนยิ่งถดถอยลง เฉกเช่นเหมือนที่ศาสตราจารย์อีกคนว่าไว้กันแน่?
………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...