ตอนที่ 1182-2 คำวิจารณ์ถาโถม (2)
รีวิวยาวจากหมวดนิยาย
‘หญิงสาวที่ต้วนอวี้ตกหลุมรัก แท้จริงแล้วเป็นน้องสาวของตัวเอง แต่แล้วแม่ของนางเตาไป่เฟิ่ง กลับเปิดเผยว่าพ่อแท้ๆ ของเขาคือต้วนเหยียนชิ่ง ไม่ใช่ต้วนเจิ้งชุนอย่างที่เข้าใจกันมาตลอด
ซวีจู๋ที่ต้องผ่านพ้นความทุกข์ยากมากมาย กลับไขปริศนาหมากรุกหลิงหลงได้อย่างบังเอิญ
เซียวหย่วนซานและมู่หรงปั๋วที่เป็นศัตรูกันมานาน ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ได้รับการชี้แนะจากสมณะเฒ่านิรนาม จึงได้สละความแค้นและเข้าสู่ทางธรรม
จิวหมัวจื้อเคยกร่าง แต่ภายหลังต้องชดใช้จนถึงจุดกลับใจ และบรรลุธรรมขึ้นจากโคลนตม
ต้วนเหยียนชิ่งจากองค์ชายกลายเป็นขอทาน แต่ก่อนจะสังหารต้วนอวี้ เขากลับได้รู้ว่าต้วนอวี้เป็นลูกของตน
นี่คือทุกข์ตรมที่แปรเปลี่ยนเป็นความเปรมปรีดิ์
ส่วนเฉียวเฟิง อดีตประมุขพรรคกระยาจกผู้สง่างาม เมื่อได้รู้ความจริงก็บังเกิดความอดสู พลาดพลั้งสังหารอาจูโดยไม่ตั้งใจ
ต้วนเจิ้งฉุนผู้เจ้าชู้ กลับโดนภรรยาคือเตาไป่เฟิ่งนอกใจเพราะหึงหวงเกินพอดี ลูกแท้ๆ ที่เลี้ยงดูปูเสื่อมามากลับไม่ใช่ลูกของตน
อาปี้พูดจาอ่อนหวานชวนหลงใหล ร่วมมือกับอาจูแกล้งหลอกหลวงพระนักเลง จากนั้นก็คอยอยู่เคียงข้างคุณชายมู่หรงในยามที่เขาเสียแตก
มู่หรงฟู่เคยเปิดตัวอย่างสง่างาม แต่สุดท้ายกลายเป็นคนวิกลจริต สวมมงกุฎกระดาษ ให้เด็กๆ เล่นละครเชิดชูราวกับจมอยู่ในความฝันลมๆ แล้งๆ ของการเป็นจักรพรรดิ
นี่คือความเปรมปรีดิ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความทุกข์ตรม
นิยายเรื่องนี้เขียนได้ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ เขย่าขวัญสะเทือนใจ ความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์ธรรมดากลับถูกขับเน้นอย่างบรรเจิด จนทำให้ผู้อ่านต้องตะลึงในชะตากรรมอันพลิกผันของชีวิต!’
…
ณ คลาสเรียนแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัย
คลาสเรียนเปิดของศาสตราจารย์หวังก็ยังคงแน่นขนัดเช่นเคย
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ
บนโต๊ะของนักศึกษาแทนที่จะเป็นตำราวิชาการระดับมหาวิทยาลัย กลับมีหนังสือแปดเทพอสูรมังกรฟ้าวางอยู่เงียบๆ
เห็นได้ชัดว่า
ทุกคนทำการบ้านที่ศาสตราจารย์หวังสั่งไว้เรียบร้อยแล้ว นั่นคือให้อ่านนิยายเรื่องใหม่ของฉู่ขวง เรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
‘ศาสตราจารย์หวังมีความเห็นอย่างไรกับนิยายเล่มนี้ครับ?’
นักศึกษาคนแรกที่ยกมือถามก็ยิงคำถามที่ทุกคนสนใจที่สุด
ศาสตราจารย์หวังยิ้มเล็กน้อย แล้วหันไปเขียนบนกระดานดำด้วยลายมือมั่นคงเพียงประโยคสั้นๆ ว่า
‘ไม่มีใครไร้ทุกข์ ผู้มีใจย่อมมีบ่วงกรรม’
ความหมายเฉพาะของประโยคนี้ นักศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจนัก
ท่ามกลางสายตางุนงงของนักศึกษาทั้งคลาส ศาสตราจารย์หวังจึงถามคำถามย้อนกลับอย่างเจาะลึกว่า “พวกคุณรู้ไหม ในนิยายเล่มนี้มีตัวละครทั้งหมดกี่คน?”
นักศึกษาพาต่างยิ้มไม่ได้หัวเราะไม่ออก
ทำไมไม่ถามไปเลยล่ะว่าเส้นผมบนหัวพวกเรามีกี่เส้น?
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่ทำให้ทั้งห้องต้องตะลึงคือ ศาสตราจารย์หวังชูนิ้วโป้งสองข้างขึ้นต่อหน้านักศึกษาทุกคน แล้วพูดว่า “สองร้อยกว่าคน ถ้าพูดให้แม่นคือประมาณสองร้อยสามสิบกว่าคน”
ทันทีที่พูดจบ!
ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและงุนงง!
ตกตะลึงที่ฉู่ขวงเขียนตัวละครไว้ในเรื่องได้มากถึงเพียงนี้!
สิ่งที่ทำให้นักศึกษามึนงงไปหมด ก็คือศาสตราจารย์หวังไม่เว้นแม้แต่รายละเอียดสุดบ้าคลั่งอย่างนี้!
“กลับมาที่คำถามเมื่อครู่ พวกคุณถามว่าผมว่ามองนิยายเล่มนี้อย่างไร ผมอยากจะบอกว่า ตัวละครในเรื่องนี้ล้วนแล้วแต่ติดอยู่ในวังวนของรัก โลภ โกรธ และหลงของตัวเองทั้งสิ้น และนั่นก็เป็นเหตุผลที่โลกในเรื่องถึงได้กลายเป็น ไม่มีใครไร้ทุกข์ ผู้มีใจย่อมมีบ่วงกรรม ประโยคสั้นๆ นี้ สามารถนับเป็นใจความหลักของทั้งเรื่องได้เลย”
ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ
แนวคิดในพุทธศาสนา
ศาสตราจารย์หวังกล่าวเสริมว่า “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ก็คือภาพสะท้อนของเหล่าผู้คนในโลก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือไม่ใช่มนุษย์ ต่างก็ล้วนเต็มไปด้วยกิเลสของมนุษย์ ดังนั้นนิยายทั้งเรื่องจึงเขียนถึงความโลภ ความโกรธ ความหลง ความแค้น ความเศร้า ความอาฆาต แต่ละตัวละครมี กฎแห่งกรรมของตนเอง มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีสิ่งที่อยากได้แต่ไม่ได้ มีความรักที่ต้องพรากจาก มีความเกลียดที่ต้องเผชิญ”
โลกมนุษย์เปรียบประหนึ่งห้วงมหรรณพแห่งทุกข์
พวกเราทุกคนก็เป็นเพียงเศษฝุ่นที่ลอยคว้างในห้วงมหรรณพแห่งนี้
หลังจากอธิบายแบบนี้ นักศึกษาหลายคนเริ่มฉุกคิด ราวกับว่าพวกเขาเริ่มจะเข้าใจแนวทางในการสร้างสรรค์เรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าแล้ว
ที่นั่งด้านล่าง
บางแอบถ่ายวิดีโอ
บางคนจดบันทึกอย่างขะมักเขม้น
บางคนก็ยกมือถามอีกครั้งว่า
“ถ้าอย่างนั้นซวีจู๋ถือเป็นคนที่เกิดมาเป็นผู้ชนะใช่ไหมครับ สมบูรณ์แบบ ซะขนาดนั้น?”
ศาสตราจารย์หวังตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“หาใช่อย่างนั้นไม่”
ศาสตราจารย์หวังอ้างคำพูดอันโด่งดังของเปาปู้ถงเพื่อเริ่มต้นบทสนทนา
“เขาได้รับพลังภายในจากสามยอดปรมาจารย์แห่งสำนักสราญรมย์ รวมกันกว่าสองร้อยปี ได้แต่งงานกับองค์หญิงแห่งซีซย่า และกลายเป็นประมุขแห่งวังคฤธรศักดิ์สิทธิ์ แต่ในเวลาเพียงชั่วยามเดียว เขาก็ได้รู้ว่าบิดามารดาผู้ให้กำเนิดของตนคือใคร และต้องเห็นกับตาว่าทั้งสองฆ่าตัวตายโดยที่เขาไม่อาจช่วยอะไรได้เลย”
หรืออาจเป็นซวีจู๋?
หรือแม้แต่ต้วนอวี้?
แต่คำตอบที่ศาสตราจารย์หวังให้กลับทำให้ทุกคนประหลาดใจอย่างสิ้นเชิง:
“คงจะเป็นมู่หรงฟู่”
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วห้อง!
ใครที่อ่านนิยายจบ ต่างก็ไม่ชอบมู่หรงฟู่ทั้งนั้น แต่ศาสตราจารย์หวังกลับให้คำตอบมาเช่นนี้!
บอกได้คำเดียวว่า สมแล้วที่เป็นศาสตราจารย์หวัง
เมื่อพูดถึงนิยายกำลังภายในของฉู่ขวง เขาก็มักจะมีมุมมองแปลกใหม่ที่คนทั่วไปยากจะยอมรับได้ในทันที
“ผมเป็นครู หน้าที่ของผมคือการให้ความรู้และอบรมคน”
ศาสตราจารย์หวังกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านต่อเสียงคัดค้าน
“มู่หรงฟู่ก็คือผลจากการเลี้ยงดูที่ล้มเหลว และนั่นแหละคือสิ่งที่โดนใจผมมากที่สุด
ในโลกนี้ บางพ่อแม่ปล่อยปละลูกให้เกียจคร้านไม่เอาไหน ขณะที่อีกบางพ่อแม่กลับผลักภาระความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริงใส่ลูกเกินไป
พ่อของมู่หรงฟู่คือมู่หรงปั๋ว ชั่วช้าน่ารังเกียจ ตัวเองไม่พยายามกระเสือกกระสน แถมแกล้งตายอยู่หลายปี แต่กลับโยนภาระการกู้แผ่นดินคืนให้กับลูก!
การเลี้ยงดูที่ดี คือต้องทั้งพูดให้คำแนะนำและปฏิบัติตัวให้เป็นแบบอย่าง พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างของสิ่งที่หวังให้ลูกเป็น”
การเลี้ยงดูที่แย่ก็คือ พ่อแม่เอาแต่หนีปัญหา ลูกจะเป็นอย่างไรก็ช่าง สุดท้ายก็ทำให้เด็กคนหนึ่งซึ่งเดิมน่าจะเติบโตได้ดี กลับกลายเป็นคนที่มีปมและบาดแผลทางจิตใจ
มู่หรงฟู่ตอนเปิดตัวออกมา งามสง่าขนาดไหนทุกคนก็รู้
อายุยังน้อยแต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง เทียบชั้นได้กับเซียวฟงในยุทธภพ เรียกได้ว่าเปล่งประกายเจิดจ้า
เคหาสน์นกนางแอ่น ก็สะท้อนภาพของเรือนคหบดีแห่งเจียงหนานออกมาได้ถึงขีดสุด บ่าวไพร่ทั้งหลายต่างก็เหมือนเกิดมาเพื่อปรนนิบัติคุณชายมู่หรงผู้นี้
ในสายตาของผู้คน เขาเป็นชายหนุ่มเพียบพร้อมทั้งบุ๋นและบู๊ รูปงามองอาจ เปี่ยมเสน่ห์ราวมังกรในหมู่มนุษย์ แค่ยืนเฉยๆ ก็น่าเกรงขามชวนให้หวั่นเกรงได้แล้ว
แต่ในการประลองที่เขาเสี่ยวซื่อ
มู่หรงฟู่กลับพ่ายให้กับต้วนอวี้ที่ใช้วิชากระบี่หกชีพจรอย่างยับเยิน แถมยังฉวยโอกาสในตอนที่ต้วนอวี่ยั้งมือไว้ กลับมาเล่นงานเขาเสียเอง แต่ปรากฏว่าถูกเซียวฟงจับไว้ คว้าตัวโยนลงพื้นหน้าจมดิน ก่อนจะเอ่ยด้วยความ ชิงชังว่า บุรุษผู้องอาจอย่างเซียวฟง กลับถูกกล่าวขานว่าทัดเทียมกับคนเช่นเจ้า
น่าเวทนา น่าเศร้าใจ
แต่ลองมองในอีกมุมหนึ่ง ถ้ามู่หรงฟู่เป็นพระเอกของเรื่องนี้
ถ้าเขาสามารถฟันฝ่าทุกอุปสรรคจนบรรลุความฝันในการฟื้นฟูแคว้นได้สำเร็จ ไม่ต้องดิ้นรนอยู่ในความมืดมิด สุดท้ายแล้วพวกคุณจะยังเกลียดเขาอยู่ไหม?”
………………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...