ตอนที่ 1184 คัมภีร์ที่ท่องยาก
หลินเยวียนรู้สึกพอใจกับอิทธิพลที่เกิดจากปริศนาเล็กๆ นี้เป็นอย่างมาก ประเด็นเกี่ยวกับชื่อบทจึงทะยานขึ้นติดเทรนด์บนฮ็อตเสิร์ชอย่างรวดเร็ว
อี้อันปักหมุดแปดเทพอสูรมังกรฟ้าได้สำเร็จว่ากันว่าเกี่ยวกับแปดเทพอสูรมังกรฟ้ายังมีเรื่องน่าสนใจอยู่อีก
เล่าว่าในตอนที่อาจารย์กิมย้งวางโครงตัวละครของแปดเทพอสูรมังกรฟ้านั้น เดิมทีตั้งใจให้ต้วนอวี้เป็นตัวเอกเพียงคนเดียว
นิยายต้องการใช้ประสบการณ์และมุมมองของต้วนอวี้เพื่อบรรยายสารพัดสภาวะแห่งโลกมนุษย์ สุขทุกข์ระคนไปในชีวิตบนโลกหล้า แต่เมื่อถึงบทที่ 14 เฉียวเฟิงปรากฏตัวขึ้น ไม่เพียงทำให้ต้วนอวี้ตะลึง แม้แต่อาจารย์ผู้เขียนยังถูกพลังและความองอาจของเขาสะกดใจ จนหลังจากนั้นเนื้อเรื่องก็เริ่มโน้มเอียงไปทางเฉียวเฟิงมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ฉากสำคัญที่หนักหน่วง ช่วงหลังก็ล้วนแต่เป็นเฉียวเฟิงที่แบกไว้คนเดียว!
ตั้งแต่เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในป่าต้นซิ่งจนถึงศึกใหญ่ที่หมู่บ้านชุมนุมผู้กล้า
แม้มีผู้คนนับหมื่นขวางหน้า ข้าก็จะฝ่าไปให้ได้ พูดได้ว่าเปี่ยมด้วยความอหังการ์โดยแท้
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมในแปดเทพอสูรมังกรฟ้าเวอร์ชันซีรีส์ ทุกคนถึงชอบหยอกกันว่า เฉียวเฟิงแบกเครื่องเสียงออกมาอีกแล้ว
ในเพลงธีมของเขา ไม่มีใครสู้เขาได้
และความจริงมันก็เป็นเช่นนั้น แม้ต้องคอยปกป้องอาจู เขายังคงสู้กับนักรบมากมายได้อย่างเหนือชั้น
ในความองอาจอันห้าวหาญ ความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวจนสะเทือนฟ้าสะท้านดินนั้น ถึงกับทำให้ผู้ชมต้องเลือดลมสูบฉีด
ศึกครั้งนี้ยังทำให้เฉียวเฟิงได้รู้จักกับอาจู หญิงสาวผู้เป็นดั่งกุหลาบเคียงใจของเขาด้วย
มีชาวเน็ตบางคนแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
สองคนนี้ชวนให้นึกถึงก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง
ฝ่ายชายเป็นวีรบุรุษผู้แกล้วกล้า ฝ่ายหญิงเป็นสาวน้อยเฉลียวฉลาดแก่นแก้ว
ทว่าโศกนาฏกรรมใหญ่ครั้งแรกของนิยายเรื่องนี้ กลับถือกำเนิดขึ้นจากคู่นี้เอง
ส่วนประเด็นที่ว่านิยายเรื่องนี้ตั้งใจจะให้มีตัวเอกหลักสามคนตั้งแต่แรกนั้น ใช่ความตั้งใจดั้งเดิมของกิมย้งหรือไม่ ตอนนี้ก็ไม่มีทางตรวจสอบได้แล้ว
…
กระทั่งเมื่อเข้าสู่วันที่สาม
ผู้อ่านส่วนใหญ่ล้วนอ่านแปดเทพอสูรมังกรฟ้าจบกันหมดแล้ว
ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผู้เคยวิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่ามังกรหยกไตรภาคของฉู่ขวงนั้นยิ่งเขียนยิ่งถดถอย หลังจากโดนแปดเทพอสูรมังกรฟ้าพิชิตใจ เขาก็เงียบหายไป
จนกระทั่งเช้าวันนี้เอง เขาถึงได้โพสต์รีวิวออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
บทความรีวิวชิ้นนี้มีชื่อว่า ‘โลกที่ดูสว่างไสวสงบสุข แต่กลับซ่อนเร้นเหล่าอสูรกายและและปีศาจร้ายทุกหนแห่ง’
เขาถูกหักหน้าอย่างเจ็บแสบเลยทีเดียว
เปิดบทความมา เจ้าตัวก็หัวเราะฝืด พลางแดกดันตนเองว่า ‘โดนเจ้าแก่ฉู่ขวงหักหน้าเสียแล้ว’
‘พูดไปก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายสักเท่าไหร่หรอก ไม่ว่าอย่างไร เจ้าแก่ก็ไม่ได้หักหน้าผู้อ่านแค่ครั้งสองครั้ง แม้จะรู้สึกขมขื่นอยู่บ้าง แต่เพียงแค่ได้เห็นนิยายระดับนี้ถือกำเนิดขึ้นมาก็ถือเป็นความสะใจแบบหนึ่งแล้ว
เมื่อเอ่ยถึงแปดเทพอสูรมังกรฟ้าเล่มนี้
ข้อสรุปของผมคือ นี่คือนิยายกำลังภายในที่ดีที่สุดของฉู่ขวง และอาจเป็นนิยายกำลังภายในที่ดีที่สุดในบลูสตาร์ มังกรหยกไตรภาคเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ
ดั่งชื่อบทความกล่าวไว้ โลกในเรื่องนี้แม้จะดูเป็นโลกที่ดูสว่างไสวสงบสุข
แต่กลับเต็มไปด้วยภูตผีและกับดักเงามืดในทุกซอกมุม แต่กลับซ่อนเร้นเหล่าอสูรกายและและปีศาจร้ายทุกหนแห่ง เป็นเป็นสหาโลกธาตุที่ทั้งน่าตื่นตะลึงและบีบเค้นหัวใจในคราวเดียว
อย่างไรก็ตาม
เรื่องราว ตัวละคร และโลกแบบนี้เบื้องหลังกลับถูกโอบล้อมด้วยแนวคิดแห่งพุทธธรรมอันยิ่งใหญ่และการหลุดพ้นอันไร้ขอบเขต
ถ้อยคำที่เผยความหมายบางครั้งคราว ไม่เพียงกล่าวถึงความทุกข์ตรมของหมู่มวลปุถุชนอย่างจนใจ และยังสะท้อนความเวทนาอีกครั้งกับถ้อยคำที่ว่า
‘สงสารมนุษย์ทั้งหลายเถิด พวกเขาต่างแบกความทุกข์ไว้มากเหลือเกิน’
หากจะพูดถึงจินตนาการของแปดเทพอสูรมังกรฟ้าแล้ว ก็มีเพียงคำว่า ‘ตะลึงโลกาสะท้านใจ’ เท่านั้นที่พอจะอธิบายได้
แต่มีตัวละครอยู่คนหนึ่งที่ควรค่าแก่การพูดถึงเป็นอย่างยิ่ง
นั่นก็คือสมณะกวาดพื้นผู้ปรากฏตัวในช่วงหลังของแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
ตัวละครประเภทนี้ก็มีปรากฏในดาบมังกรหยกเช่นกัน นั่นคือกั๊กเอี้ยงไต้ซือ ผู้เป็นจุดกำเนิดของเตียซำฮงและก๊วยเซียงในเวลาต่อมา
ทั้งสมณะกวาดพื้นและกั๊กเอี้ยงไต้ซือล้วนเป็นพระที่มุ่งมั่นในทางธรรม ไม่สนใจโลกภายนอก แสวงหาการหลุดพ้นอย่างแท้จริง
หากจะว่ามีความต่างกันอยู่บ้าง ก็คงเป็นตรงที่
แม้กั๊กเอี้ยงไต้ซือได้เรียนวิชายุทธอันล้ำเลิศ แต่ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิทยายุทธคือสิ่งใด
ขณะที่สมณะกวาดพื้นก็เช่นกัน ปราดเปรื่องลึกล้ำ มองสถานการณ์อย่างทะลุปรุโปร่ง มีสติล่วงรู้เท่าทัน
กั๊กเอี้ยงไต้ซือเคยเข้าร่วมศึกประลองกระบี่เขาหวาซานหรือไม่?
ไม่เคย
สมณะกวาดพื้นเคยคิดจะเป็นจ้าวยุทธภพหรือไม่?
ไม่เคย
แม้แต่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ท่านยังไม่คิดจะรับ ไม่อย่างนั้น คนอื่นจะมีสิทธิ์หรือ?
ความสำเร็จในทางโลกทั้งหมด พวกเขาเหล่านี้ล้วนมองออกทั้งหมด
สรรพสิ่งบนโลกล้วนหนีไม่พ้นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเท่านั้นเอง
สำหรับพวกเขาแล้ว วิทยายุทธก็เป็นเพียงสิ่งที่ได้มาระหว่างทางแห่งการฝึกฝน หรือไม่ก็เป็นเพียงทางแยกเล็กๆ หรือจุดเปลี่ยนผ่านบนเส้นทางแห่งการแสวงหาธรรมเท่านั้น หาใช้เป้าหมายสูงสุดของพวกเขา
ย้อนกลับไปในตอนที่สมณะกวาดพื้นปล่อยให้เซียวหย่วนซานกับมู่หรงปั๋วแอบเรียนวิทยายุทธจากหอคัมภีร์โดยไม่ขัดขวาง นั่นเพราะอะไร?
เพราะในสายตาของเขา วิทยายุทธเป็นเพียงทางสายย่อย และเมื่อไม่ได้เริ่มต้นจากใจที่แสวงหาธรรม ผลลัพธ์ที่ได้สุดท้ายย่อมมีขีดจำกัด
แน่นอนว่า ขีดจำกัดที่ว่านี้ เป็นเพียงทัศนะของสมณะกวาดพื้นผู้เป็นยอดฝีมือเท่านั้น
จนกระทั่งทั้งสองต่างฝึกฝนจนประสบผลสำเร็จ และต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาจึงค่อยปรากฏตัวออกมาเพื่อชี้แนะหนทาง
สุดท้ายก็ทำให้ทั้งคู่วางลงได้ทั้งความยึดมั่นถือมั่นในวิทยายุทธ ความยึดมั่นถือมั่นในความแค้น และความยึดมั่นถือมั่นต่อบ้านเมือง จนเกิดดวงตาเห็นธรรมอย่างแท้จริง
ที่จริงผมคิดว่า คนเราเมื่อถึงระดับหนึ่ง
ย่อมหันกลับมาตั้งคำถามและแสวงหาจุดหมายสูงสุดของชีวิตกันทั้งนั้น
เพียงแต่คนอย่างพระอาจารย์เจวี๋ยหย่วนกับสมณะกวาดพื้น ซึ่งตั้งต้นชีวิตมาด้วยการมุ่งตรงไปยังคำถามขั้นสูงสุด ทั้งยังมีปัญญาจนบรรลุมรรคผล ในหมู่ปุถุชนแล้วนับว่าเป็นสิ่งที่ยากเย็นราวกับงมเข็มในมหาสมุทร
ส่วนพวกเราปุถุชนคนธรรมดาที่มองโลกไม่ขาด ก็ได้แค่แหงนหน้าชื่นชมจากเชิงเขาเท่านั้น
ไม่มีใครไร้ทุกข์ ผู้มีใจย่อมมีบ่วงกรรม
คำพูดนี้ เหมาะจะพูดให้ปุถุชนฟัง
ไม่ใช่กับคนอย่างสมณะกวาดพื้น ผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ไปแล้ว
ในฐานะที่เป็นผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมทั้งหลายในนิยาย ผมคิดว่า การมีอยู่ของพระกวาดพื้น อาจเป็นสิ่งที่ฉู่ขวงต้องการจะใช้บอกเราก็ได้ว่า
แปดเทพอสูรมังกรฟ้าไม่ใช่โลกมืดมิดที่ไร้แสง
บทสรุปของคุณจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคุณ เลือกจะมีชีวิตแบบไหนต่างหาก
ว่าแล้วก็ขอพูดเรื่องธรรมดาสามัญสักหน่อยหน่อยก็แล้วกัน
สมณะกวาดพื้นน่าจะเป็นมีวรยุทธ์สูงสุดของนิยายกำลังภายในของฉู่ขวงแล้วกระมัง?
ผมคิดว่าต่อให้เป็นต๊กโกวคิ้วป่าย ก็ยังเทียบไม่ติดในแง่ของการฝึกฝนจิตใจ’
…
เมื่อกล่าวถึงนิยายกำลังภายใน ก็หลีกไม่พ้นเรื่องจัดอันดับพลัง
หัวข้อนี้ทั้งช่างเรียบง่ายและเรียกประเด็นถกเถียงได้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่า
เรื่องราวนั้นเลยจุดที่ศาสตราจารย์คนนั้นโดนเจ้าแก่ฉู่ขวงหักหน้าไปแล้ว
เซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงทะเลาะกันหรือ?
ชาวเน็ตยุคนี้จินตนาการล้ำเลิศยิ่งกว่ายุคก่อนอีกนะ!
แต่มาลองคิดดูดีๆ ก็แอบรู้สึกว่า อันที่จริงก็มีเค้าอยู่แฮะ ในนิยายที่พูดถึง ‘มู่หรงใต้ เฉียวเฟิงเหนือ’ นี่ช่างลึกลับเสียจริง
เหมือนฉู่ขวงเขียนออกมาตามคำพูดที่ว่า ‘เซี่ยนอวี๋ใต้ ฉู่ขวงเหนือ’ ใน ชีวิตเลย
ถ้างั้นก็หมายความว่า
มู่หรงใต้ = เซี่ยนอวี๋ใต้?
เฉียวเฟิงเหนือ = ฉู่ขวงเหนือ?
งั้นที่เจ้าแก่ฉู่ขวงแอบเหน็บแนมพ่อเพลงอวี๋ในเรื่องนี่จริงหรือ!?
ไม่นะ!
หลินเยวียนรีบสะบัดความคิดบ้าบอเหล่านั้นทิ้งทันที
เกือบโดนเหล่าชาวเน็ตทำให้ไขว้เขวแล้วไหมล่ะ!
ก็แค่บังเอิญชัดๆ!
หลินเยวียนกลอกตาอย่างหงุดหงิด
ก่อนจะล็อกอินเข้าบัญชีบล็อกของเซี่ยนอวี๋แล้วพิมพ์โพสต์ทันทีว่า
‘เพลงเกี่ยวกับแปดเทพอสูรมังกรฟ้าจะปล่อยออกมาในคืนวันพรุ่งนี้’
เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเน็ตจินตนาการกันไปไกลกว่านี้
หลินเยวียนคิดว่า ต้องให้เซี่ยนอวี๋เขียนเพลงให้กับนิยายเรื่องใหม่ของฉู่ขวง เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ให้ชัดเจนไปเลยว่าไม่ได้มีดราม่าแต่อย่างใด
ส่วนจะใช้เพลงไหนน่ะหรือ?
อันที่จริงเพลงที่เกี่ยวกับแปดเทพอสูรมังกรฟ้ามีอยู่หลายเพลงที่ยอดเยี่ยม
แต่หากจะพูดถึงตำนานที่คลาสสิกที่สุดละก็ ต้องยกให้เพลงคัมภีร์ที่ท่องยากที่ร้องโดยโจวหวาเจี้ยนอย่างไม่ต้องสงสัย
เพลงนี้ใช้มุมมองทางพุทธศาสนาเป็นแกนหลัก ผสานเข้ากับเนื้อหาหลักของนิยายอย่างแยบยล เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของโจวหวาเจี้ยนยิ่งช่วยถ่ายทอดประโยคที่ว่า ‘ต้นไม้ใคร่หยุดไหว แต่สายลมมิอาจหยุดพัก’ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ชะตากรรมมักให้ความรู้สึกราวกับถูกลิขิตไว้ล่วงหน้าอย่างลึกลับ
โลกที่สมบูรณ์แบบนั้นดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม แต่แท้จริงแล้วกลับห่างไกลเกินเอื้อม
สำหรับเพลงประกอบแนวกำลังภายในแล้ว เพลงนี้เมื่อจับคู่กับ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า นับได้ว่าเป็นต้นแบบของเพลงธีมสำหรับนิยายที่ดัดแปลงเป็นซีรีส์เลยทีเดียว
เต็มไปด้วยปรัชญา
และความจริงก็คือ
เพลงนี้โด่งดังเป็นพลุแตกพร้อมๆ กับซีรีส์แปดเทพอสูรมังกรฟ้าที่ออกอากาศในเวลานั้น
หลินเยวียนจึงตัดสินใจจะหยิบเพลงนี้กลับมาทำใหม่เป็นอันดับแรก
เพราะฉะนั้น
ทันทีโพสต์เสร็จเรียบร้อย เขาก็ลุกขึ้น แล้วตรงไปยังห้องอัดของบริษัททันที เขาตั้งใจจะขับร้องเพลงนี้ด้วยตัวเอง
แม้ว่าเพลงนี้จะร้องยากมากก็ตาม แม้แต่คนในวงการเพลงในแดนมังกรยังแทบไม่มีใครกล้าคัฟเวอร์ ส่วนพวกที่กล้าลองส่วนใหญ่ก็จบไม่สวย
อย่างเช่น…
แต่สำหรับหลินเยวียนแล้ว เขามั่นใจเต็มร้อยว่าจะรับมือกับเพลงนี้ได้แน่นอน
และในระหว่างที่เขาไปอัดเสียง
โพสต์ที่เพิ่งปล่อยออกไปเมื่อกี้ ก็ได้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั่วเน็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
………………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...