ตอนที่ 1183 บทกวีจากชื่อบท
ณ จุดนี้ แปดเทพอสูรมังกรฟ้าก็โด่งดังเป็นพลุแตกโดยสมบูรณ์
สื่อต่างๆ ถึงขั้นกล้าเรียกฉู่ขวงว่า ‘จักรพรรดิแห่งนิยายกำลังภายใน’ ซึ่งเป็นฉายาที่ฟังดูอวดดีเหลือเกิน
แม้แต่บรรดานักเขียนนิยายกำลังภายในทั่วบลูสตาร์ก็ยังต้องยอมรับ
วงการนิยายแนวกำลังภายในบนบลูสตาร์นับว่าเปลี่ยนผ่านจากยุคมังกรหยกมาสู่ยุคแปดเทพอสูรมังกรฟ้า และทั้งสองยุคทองแห่งนิยายกำลังภายในนี้ก็ล้วนมีฉู่ขวงเป็นผู้รังสรรค์ทั้งสิ้น
‘ผมสู้มังกรหยกไตรภาคไม่ไหว’
‘พอมาเป็นแปดเทพอสูรมังกรฟ้า ก็ยิ่งหมดหวังเข้าไปใหญ่’
‘ตัวละครเยอะแยะขนาดนั้น แต่กลับสามารถทำให้คนอ่านจดจำได้อย่างชัดเจนทุกตัว’
‘ดูท่าคำพูดของศาสตราจารย์หวังเมื่อไม่นานมานี้ ที่ว่า มังกรหยกไตรภาคดูเหมือนจะถดถอยไปทีละภาค แต่แท้จริงแล้วเป็นความตั้งใจฝึกปรือฝีมือของฉู่ขวงคงจะเป็นเรื่องจริงซะแล้ว’
‘นี่ไม่ใช่แค่นิยายกำลังภายในธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้ว’
‘นี่คืองานวรรณกรรม’
‘จริงๆ ตั้งแต่มังกรหยกก็เริ่มเห็นได้แล้วว่า ฉู่ขวงกำลังเปลี่ยนกำลังภายในให้กลายเป็นวรรณกรรม และแปดเทพอสูรมังกรฟ้าก็เป็นการผสานระหว่างสองสิ่งนี้ได้อย่างถึงที่สุด’
‘ครั้งนี้ปรมาจารย์หลู่จะชนะไหม?’
‘สไตล์การเขียนของหลู่หยางกับฉู่ขวงต่างกันสุดขั้ว ถึงจะสู้เรื่องกระแสและยอดขายไม่ได้เลย แต่เสียงตอบรับก็ถือว่าดีมาก ก็ต้องดูว่าสมาคมวรรณศิลป์จะให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากกว่ากัน’
‘ฉู่ขวงนี่ก็สุดยอดจริงๆ ’
‘ทั้งที่เนื้อเรื่องออกจะเวอร์วังแฟนตาซีขนาดนั้น แต่กลับยังมีความเป็นวรรณกรรมอยู่ได้’
‘หม่าฮูหยินเซ็กซี่ยั่วสวาทจนผมอ่านแล้วคันหัวใจยุบยิบไปหมด ถ้าเป็นผมนะ คงอดกลั้นเหมือนเฉียวเฟิงไม่ได้แน่นอน ส่วนตอนที่เมิ่งกูมาหาถึงที่บ้านนั่นอีก สาวงามมาส่งถึงเตียง อ่านแล้วเลือดลมสูบฉีดกว่าพวกนิยายสิบแปดบวกซะอีก คนอ่านจะอดใจไหวได้ไง!’
‘ที่พีคสุดคือเรื่องของต้วนอวี้ คนรักดันกลายเป็นน้องสาวหมดเลย!’
‘ทั้งที่มันดราม่าได้แบบบัดซบมาก แต่กลับจัดการเนื้อหาให้ติดตรึงใจได้ขนาดนี้ หมอนี่เล่นกับแนวกำลังภายในจนสุดทาง แล้วค่อยเริ่มไต่สู่ความเป็นวรรณกรรมจริงๆ ’
…
ในบ้าน
หลินเยวียนก็กำลังอ่านคอมเมนต์ออนไลน์เหล่านี้อยู่
ทำไมต้องอ่านคอมเมนต์น่ะหรือ?
เพราะหลินเยวียนแอบคิดว่าจะหาทางให้อี้อัน โผล่หน้ามาสร้างกระแสบ้างไงล่ะ
แต่เมื่ออ่านจบ หลินเยวียนถึงกับงงงัน
ให้ตายสิ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ควรพูด หรือไม่ควรพูด ชาวเน็ตก็พูดกันหมดแล้ว
จิตวิญญาณของอี้อันแทบจะตะโกนออกมาเลยว่า
เอาไปห้าสิบสตางค์ ลบคอมเมนต์พวกนี้ซะ ให้ฉันเป็นคนพูดเองเถอะ
ส่วนหลินเยวียนก็เริ่มร้อนรนแล้วเหมือนกัน
เนื่องจากหลินเยวียนสังเกตเห็นว่า ในโลกออนไลน์มีแฟนคลับของอี้อันจำนวนไม่น้อย เข้ามาคอมเมนต์ในบล็อกของเขาอย่างคึกคักว่า
‘อาจารย์อี้อัน ออกมาพูดอะไรสักหน่อยสิ!’
‘แปดเทพอสูรมังกรฟ้าเป็นของฉู่ขวง ถ้าไม่ออกมาวิจารณ์สักหน่อย ก็ไม่ใช่สไตล์คุณเลยนะ’
‘อยากรู้จริงๆ ว่าอาจารย์อี้อันคิดเห็นยังไงกับนิยายเล่มใหม่ของเจ้าแก่ฉู่ขวง’
‘ถ้าเป็นเรื่องผลงานของเจ้าแก่ฉู่ขวง คนที่เขียนรีวิวได้ดีที่สุดก็ต้องอาจารย์อี้อันนั่นแหละ!’
‘อาจารย์อี้อันเก่งมากจริงๆ ยังจำได้ไหม ตอนที่ทั้งเน็ตพากันด่าสเเนป มีแค่อี้อันที่ออกมาบอกว่าสเนปเป็นคนดี และจะมีพลิกเกมในตอนหลัง แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจเจ้าแก่ฉู่ขวงได้เท่าคุณอีกแล้ว!’
‘จริง!’
‘ตอนอี้อันรีวิวมังกรหยกนั่นสุดยอดเหมือนกัน คำพูดที่ว่าพบเอี้ยก้วยเพียงครั้งเดียว พลาดพลั้งชั่วชีวิตนี่คลาสสิกมาก เจ้าแก่ฉู่ขวงยังเอาไปใช้ตั้งชื่อบทเลย แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของคอมเมนต์นั้นได้ชัดเจนมาก’
‘ฉันสงสัยว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงก็คงแอบตามอ่านอี้อันอยู่เหมือนกันแหละ’
‘ไม่มีใครไร้ทุกข์ ผู้มีใจย่อมมีบ่วงกรรม ประโยคที่ศาสตราจารย์หวังพูดในคลิปบรรยายสาธารณะก็ยอดเยี่ยมมาก’
‘แต่อาจารย์อี้อันจะมีมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นไหม?’
…
แฟนคลับเริ่มเร่งเร้าแล้ว!
ก็ในเมื่อทุกคนรู้กันดีว่าอี้อันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเจ้าแก่ฉู่ขวง
ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉู่ขวงเขียนนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ อี้อันก็เคยเขียนบทวิจารณ์จนได้ยอดไลก์ถล่มทลาย มิหนำซ้ำยังทวนกระแสชาวเน็ตนับไม่ถ้วน กล้าทำนายว่าสเนปเป็นคนดี
ซึ่งตอนนั้นมีคนมากมายตำหนิอี้อันว่า ‘ล้างความผิดให้สเนป’
ทว่าตอนจบของเจ้าแก่ฉู่ขวงกลับพิสูจน์ว่าสายตาสของอี้อันนั้นเฉียบคมและแม่นยำแค่ไหน!
ผลก็คือ ตอนนั้นมีคนแห่กันมาสรรเสริญว่าอี้อันเป็นเทพพยากรณ์กันยกใหญ่ และเขาก็สามารถกวาดแฟนคลับเพิ่มมาได้มหาศาล!แม้แต่คนในทวีปอื่นๆ ที่ไม่เคยรู้จักชื่ออี้อันมาก่อน ก็ยังเริ่มคุ้นเคยกับชื่อในเวลาอันสั้น
และในเวลานี้ เมื่อแปดเทพอสูรมังกรฟ้าของฉู่ขวงได้รับคำชื่นชมจากสาธารณชนอย่างล้นหลาม ถ้าอี้อันไม่ออกมาแสดงความเห็นบ้าง ก็คงดูผิดวิสัยไปหน่อยแล้วละ!
ไม่ได้การแล้ว
‘ลองแล้ว เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงโคตรเจ๋ง! ฉันอ่านจนจบยังไม่ทันสังเกตเลย! มีแต่อี้อันเท่านั้นที่มีความไวทางวรรณศิลป์ถึงได้จับจุดเล็กๆ แบบนี้ได้!’
‘ว่าแต่ กลอนพวกนี้ใช้ฉันทลักษณ์อะไรเหรอ?’
‘บทแรก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นฉันทลักษณ์วัยเยาว์เริงใจ
‘บทต่อๆ ไปก็มีเพลงระบำซูมู่เจอ ทลายค่ายกล ลำนำถ้ำเซียน และมังกรวารีรำพัน!’
‘เทพ!’
‘ไม่ใช่เทพหรอก ผมไปค้นชื่อฉันทลักษณ์มาจากเว็บ’
‘นี่คือจุดสูงสุดของการตั้งชื่อบทในนิยายกำลังภายในแบบบทต่อบทแล้ว! แม้แต่ชื่อบทก็ยังซ่อนกลวิธีไว้ขนาดนี้ แถมกลอนแต่ละชุดก็แต่งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม! โดยเฉพาะวรรคที่ว่า แม้นพันหมื่นขวากหนามจะฟันฝ่า พอวางไว้ในบทกวีแล้วยิ่งทรงพลัง ทั้งเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องและยังงดงามในเชิงวรรณศิลป์แบบสุดๆ! เจ้าแก่นี่เป็นจอมวางแผนจริงๆ ถ้าพวกเราไม่ทันสังเกต เขาคงแอบหัวเราะสะใจน่าดูเลยละ รอบนี้ต้องปรบมือให้อาจารย์อี้อันจริงๆ !’
ใช่แล้ว
แม้บทกวีในนิยายของกิมย้งส่วนใหญ่จะเป็นการอ้างอิงผลงานเก่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีบทประพันธ์ที่เขาเขียนขึ้นเอง
และบทกวีต้นฉบับที่ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในบรรดานิยายของกิมย้ง ก็คือบทกวีที่ประกอบจากชื่อบทของแปดเทพอสูรมังกรฟ้านี่เอง
นี่คือจุดที่หลายคนมองข้ามไป
นิยายเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าทั้งหมดมี 50 บท
แต่ละบทมีชื่อเฉพาะของตัวเอง และชื่อบททุกๆ สิบบท เมื่อนำมาต่อกัน จะกลายเป็นบทกวีหนึ่งบทพอดี
รวมแล้วทั้งเรื่องมีห้าบท
และบทแต่ละบทก็สอดคล้องกับแนวคิดของเรื่องในช่วงนั้นอย่างชัดเจน
เช่น บทกวีชุดแรกที่ได้จากชื่อสิบตอนแรก คือวัยเยาว์เริงใจ ใครที่อ่านมาแล้วย่อมรู้ได้ทันทีว่า บทนี้เขียนถึงต้วนอวี้อย่างชัดเจน!
ส่วนบทต่อๆ ไปก็มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนไม่แพ้กัน
ส่วนวรรค ‘แม้นพันหมื่นขวากหนามจะฟันฝ่า’ นั้น ถึงแม้จะเป็นคำที่กิมย้งอ้างอิงมา
แต่ในโลกของบลูสตาร์กลับไม่มีต้นฉบับเดิม
ผู้อ่านจึงพากันเข้าใจว่านี่คือวรรคทองที่แต่งขึ้นเองโดยตรงในนิยาย
และขณะนั้นเอง!
หลังจากบทวิจารณ์หนังสือถาโถมเข้าใส่
ชาวเน็ตก็ตกอยู่ในความตะลึงงันอีกครั้ง แทบคุกเข่าคำนับให้กับความปราดเปรื่องของฉู่ขวง!
…………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...