ตอนที่ 1195 จิตรกรชื่อดังมาพร้อมหน้า
หลายวันถัดมา
หลินเยวียนเฝ้ารออย่างเงียบงันให้นิทรรศการภาพวาดส่วนตัวของตนเองจัดขึ้นที่หอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจว
ในสตูดิโอของอิ่งจือ
จินมู่มีสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียด
“พอนิทรรศการส่วนตัวที่หอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก อันดับของอิ่งจือจะพุ่งทะยานอย่างไร้ข้อกังขา ถึงขั้นก้าวขึ้นครองบัลลังก์อันดับหนึ่งแห่งวงการจิตรกรรมของบลูสตาร์ได้เลยครับ!”
ครั้งนี้จินมู่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย
จินมู่เคยเห็นผลงานชุดจิตรวิญญาณด้วยตาตัวเองแล้ว ความตกตะลึงที่เขาสัมผัสได้นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นกับผลงานของศิลปินระดับสูงคนใดในบลูสตาร์มาก่อนเลย!
“อืม”
หลินเยวียนพยักหน้าเบาๆ
เมื่อนิทรรศการเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
ผลลัพธ์ก็แทบจะถูกกำหนดไว้แล้ว
เพราะทั่วทั้งบลูสตา จำนวนจิตรกรร่วมสมัยที่มีทักษะระดับปรมาจารย์ หากจะนับให้ครบถ้วน รวมหลินเยวียนเข้าไปด้วย ก็มีอยู่เพียงห้าคนเท่านั้นเอง
แล้วหลินเยวียนรู้ได้อย่างไรว่าตนคือหนึ่งในปรมาจารย์ด้านจิตรกรรม?
ก็เพราะหลังจากที่เขาบรรลุถึงทักษะด้านจิตรกรรมระดับปรมาจารย์แล้ว วิสัยทัศน์และมุมมองของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างมหาศาล เขาจึงตั้งใจไปชมผลงานของจิตรกรระดับแนวหน้าหลายคนบนบลูสตาร์
หลังจากเปรียบเทียบและศึกษาซ้ำไปซ้ำมา
หลินเยวียนก็ได้ข้อสรุปนี้ออกมา
หลังจากจัดอันดับออกมาแล้ว บรรดาจิตรกรที่เขายกให้ว่าอยู่ในระดับปรมาจารย์ ก็ติดอันดับสี่อันดับแรกของตารางพอดี
ซึ่งเรื่องนี้ก็สะท้อนให้เห็นในทางอ้อมว่า
สมาคมวรรณศิลป์ของบลูสตาร์ซึ่งเป็นผู้จัดทำการจัดอันดับนี้ มีความยุติธรรมพอสมควร
สำหรับหลินเยวียนแล้ว หากนิทรรศการส่วนตัวที่หอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจวครั้งนี้ ไม่ได้มีการจัด แสดงภาพชุดจิตรวิญญาณ เขาคาดว่าอิ่งจือ ก็ยังน่าจะทะลุขึ้นไปติดหนึ่งในห้าอันดับแรกของการจัดอันดับด้านจิตรกรรมได้อยู่ดี
เพราะตัวเขานั้น ก็คือจิตรกรระดับปรมาจารย์คนที่ห้าของบลูสตาร์นั่นเอง
ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะสามารถทะยานขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งใดในห้าอันดับแรกนั้น หลินเยวียนเองก็ยังตอบไม่ได้แน่ชัด เพราะเมื่อถึงระดับปรมาจารย์ด้านจิตรกรรมแล้ว ความแตกต่างกันระหว่างแต่ละคน อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือ แต่ขึ้นอยู่กับแนวทางศิลปะและจำนวนผู้ชมที่ชื่นชอบสไตล์นั้นเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม การคาดเดาเหล่านี้ก็แทบไม่มีความหมายเท่าไหร่นัก เพราะทุกอย่างล้วนตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าอิ่งจือจะไม่เอาภาพชุดจิตรวิญญาณมาจัดแสดง
ถ้าไม่มีภาพชุดจิตรวิญญาณ หลินเยวียนยังสามารถติดห้าอันดับแรกได้
แต่ถ้ามีภาพชุดจิตรวิญญาณอิ่งจือสามารถขึ้นครองอันดับหนึ่งได้อย่างไร้ข้อกังขา!
และหลินเยวียนก็มั่นใจในผลลัพธ์ข้อนี้มาก!
เว้นเสียแต่ว่า กลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์จัดอันดับในสมาคมวรรณศิลป์จะมีภูมิคุ้มกันต่อพลังของภาพชุดจิตรวิญญาณ แต่แน่นอนว่านั่นไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ขอยกตัวอย่างง่ายๆ
สมมติว่าจิตรกรระดับปรมาจารย์หลายคนมาเล่นเกมแข่งกัน ถ้าหากในกลุ่มนั้นมีใครคนหนึ่งแอบเปิดสูตรโกง ผลที่ตามมาก็คือ เขาคนนั้นจะฆ่าล้างบาง!
ไม่ต้องถึงระดับปรมาจารย์ด้วยซ้ำ
ต่อให้เป็นแค่ผู้เล่นระดับทองธรรมดา แต่ได้ไอเทมสุดโกง อาจจะอัดผู้เล่นระดับปรมาจารย์พังตั้งแต่ช่วงเลนก็ยังได้!
แต่สิ่งที่หลินเยวียนเองก็คาดไม่ถึงก็คือ
จากทั้งสามตัวตนที่เขาสวมบทบาท อิ่งจือเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นมาช้าที่สุด ขณะที่เซี่ยนอวี๋และฉู่ขวงต่างก็โลดแล่นอยู่ในวงการมานาน สร้างผลงานจนประสบความสำเร็จมานักต่อนัก
ส่วนอิ่งจือนั้น ตอนแรกดูจะเป็นแค่เงาจืดจางระหว่างสองคนนั้น
แต่สุดท้าย คนแรกที่ได้ขึ้นสู่จุดสูงสุด กลับกลายเป็นอิ่งจือ
“ดูท่าว่าผลผลิตปีนี้ของพวกเรา อาจจะงอกงามสุดๆ เลยก็ได้นะ อิ่งจือน่าจะขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งของวงการจิตรกรรมร่วมสมัยได้แน่ ส่วนฉู่ขวงตอนนี้ก็ไล่หลังอันดับที่สิบมาแบบหายใจรดต้นคอ รอแค่การอัปเดตผลปลายปี ก็น่าจะเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรกได้ไม่ยาก และสำหรับเซี่ยนอวี๋ก็ไม่ต้องพูดถึงเลย ถึงการจัดอันดับด้านดนตรีจะยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่มีใครสงสัยเลยว่าเซี่ยนอวี๋จะต้องติดหนึ่งในสิบหรือไม่ สิ่งเดียวที่คนถกเถียงกันคือ เขาจะได้อันดับเท่าไหร่ในสิบอันดับแรกเท่านั้นเองครับ”
จินมู่พูดพลางถอนหายใจด้วยความรู้สึกปลาบปลื้ม
นี่เพิ่งเป็นปีแรกหลังจากการผนวกรวมบลูสตาร์เท่านั้น แต่หลินเยวียนกลับสามารถส่งทั้งสามตัวตนให้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้แล้ว แล้วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะขนาดไหนกันนะ?
…
แน่นอน
ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ล่วงหน้าเท่านั้น
ในปลายปีนี้ อิ่งจือจะสามารถก้าวขึ้นครองบัลลังก์แห่งวงการจิตรกรรมบลูสตาร์ได้จริงหรือไม่ ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับเสียงตอบรับจากงานนิทรรศการ สำหรับประเด็นนี้ จินมู่เองก็ยังคงตั้งความหวังเอาไว้สูง
ท่ามกลางความคาดหวังนั้น
วันเวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละวัน
และบนโลกออนไลน์ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนิทรรศการของอิ่งจือก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ แค่ประเด็นที่ว่า นักวาดการ์ตูนจะจัดนิทรรศการภาพวาดพู่กันโบราณ ก็เป็นประเด็นอยู่แล้ว
‘อีกไม่นานนิทรรศการของอิ่งจือก็จะเริ่มแล้วสินะ’
‘ในฐานะคนที่หลงรักภาพวาดพู่กันโบราณ ฉันก็ลังเลอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ฉันอยู่ฝั่งเว่ยโจว ถึงจะไม่นับว่าไกลจากจงโจวมากนัก แต่การเดินทางก็ไม่สะดวกขนาดนั้น อยากจะไปดูงานเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าฝีมือของอิ่งจือในสายนี้จะดีแค่ไหน ถ้าไปแล้วงานไม่ดีพอ ก็คงเสียดายทั้งแรงและเวลาอยู่ไม่น้อยเลยละ…’
‘ได้ยินมาว่าฝีมือเขาก็โอเคอยู่นะ’
‘ฉันก็รู้แหละว่าฝีมือด้านภาพวาดพู่กันโบราณของอิ่งจือไม่น่าจะห่วย คนฝีมือแย่จะขึ้นไปติดอันดับสูงขนาดนั้นไม่ได้หรอก แต่ฉันอยากรู้ว่าดีแค่ไหนกันแน่ถ้าแค่ระดับดีทั่วไป ก็คงไม่คุ้มค่าที่ฉันจะเดินทางไปถึงที่นั่น’
‘เรื่องนี้ตอบยากเลย’
‘เอาเป็นว่าฉันยังไงก็ไม่ค่อยปักใจเชื่อว่าคนที่วาดแต่การ์ตูน จะสามารถวาดภาพพู่กันโบราณได้เทียบเท่ากับจิตรกรสายดั้งเดิมที่ฝึกมาทางนี้โดยเฉพาะ’
‘แต่เขาอยู่อันดับสูงนี่!’
‘อันดับที่ 18 ในการจัดอันดับจิตรกรเลยนะ!’
‘คนที่อยู่อันดับ 19 อย่างอาจารย์มู่มู่ ฉันเคยไปดูนิทรรศการแสดงของเธอมา บอกเลยว่าตะลึงมาก ถ้าอิ่งจืออยู่อันดับเหนือกว่าอาจารย์มู่มู่ ก็แปลว่าฝีมือด้านภาพวาดพู่กันโบราณน่าจะเหนือกว่าเหมือนกันหรือเปล่า?’
‘พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ’

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...