ตอนที่ 1196-2 มหาเศรษฐีมาพร้อมหน้า (2)
ในงาน
ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาอย่างหนักหน่วง ได้สัมภาษณ์หวังลั่ว มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์!
“คุณหวังครับ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ?”
หวังลั่วเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า
“ผมมาไม่ได้หรือ?”
นักข่าวสะดุ้งโหยง รีบตอบกลับอย่างลนลาน “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ คือผมแค่อยากจะ…”
หวังลั่วคลี่ยิ้มบาง แล้วพูดต่อ “ล้อเล่นน่ะ อย่าถือสาเลย หลายคนก็รู้ว่าผมชอบงานอักษรภาพอยู่แล้ว แต่ถ้าให้พูดตรงๆ ละก็ สิ่งที่ผมชอบมากที่สุด ก็คืองานของอาจารย์อิ่งจือนี่แหละ ถ้าจะใช้คำที่ทันสมัยนี้ก็ต้องบอกว่า ผมน่ะ เป็นแฟนคลับตัวยงของอาจารย์อิ่งจือ เป็นติ่งของเขาเลยละ”
แฟนคลับตัวยง?
เป็นติ่ง?
ผู้สื่อข่าวยังอยากจะถามต่อ แต่จู่เฟิงก็ไม่เปิดโอกาสให้ เขาต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ เพราะแขกระดับแนวหน้าเยอะเกินไป!
“ขอเรียนเชิญทุกท่าน เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการของเราได้เลยครับ”
พิธีเปิดนิทรรศการเดี่ยวลักษณะนี้ ปกติแล้วเจ้าของงานจะต้องมาร่วมด้วยตัวเอง
นักข่าวทั้งหลายจึงตาเป็นประกายทันที!
หรือว่าวันนี้จะมีโอกาสได้เห็นตัวจริงของอิ่งจือผู้ลึกลับ!?
เหล่ามหาเศรษฐีและบรรดาจิตรกรชื่อดังต่างเผยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นออกมาเช่นกัน
อิ่งจือจะมาปรากฏตัวจริงหรือ?
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ เมื่อพิธีเปิดนิทรรศการเริ่มต้นขึ้น บุคคลที่ขึ้นไปกล่าวเปิดงานบนเวทีกลับกลายเป็น…
เซี่ยนอวี๋!
ชั่วขณะนั้น
ผู้คนที่แทบจะชาไปทั้งร่างเพราะตะลึงกับบรรดาคนใหญ่คนโตที่ปรากฏตัวถึงแม้จะตกใจที่เห็นเซี่ยนอวี๋ แต่กลับไม่รู้สึกประหลาดใจมากนัก
จะว่าผิดหวังก็ไม่เชิง
เพราะอิ่งจือเดบิวต์มาหลายปี ไม่เคยเปิดเผยตัวตนเลยสักครั้ง
ทุกคนเคยเดาเหตุผลกันมาแล้วสารพัด สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปตรงกันว่า เขาคงมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจเปิดเผยตัวได้
…
หลินเยวียนยืนอยู่บนเวทีพิธีเปิดนิทรรศการ เขารู้ดีว่าผู้ร่วมงานวันนี้คือใครบ้าง แม้โดยส่วนตัวแล้วเขาจะไม่รู้จักใครเลยก็ตาม
เพราะแขกเหล่านี้ ไม่ใช่คนที่เขาเป็นคนเชิญมา
รายชื่อแขกของงาน มีซุนเย่าหั่วเป็นผู้รับผิดชอบและประสานงาน
ส่วนหนึ่งก็เป็นแขกที่จู่เฟิง ผู้ดูแลหอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจวเป็นผู้ส่งคำเชิญไป
และอีกบางส่วนก็ติดต่อมาขอเข้าร่วมงานด้วยตัวเอง
ส่วนเหตุผลที่เขายืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้ ที่จริงแล้วก็ง่ายแสนง่าย
ก็เพราะว่าอิ่งจือมาไม่ได้ไงล่ะ
ในเมื่อเจ้าของงานอย่างอิ่งจือมาไม่ได้ ถ้าตัวเขาในฐานะ ‘เพื่อนสนิท’ ไม่มาก็ออกจะดูใจดำเกินไปสักหน่อย ซึ่งคำแนะนำนี้ก็มาจากซุนเย่าหั่วนั่นเอง
หลินเยวียนหยิบไมโครโฟนขึ้นมา
กล่าวเปิดงานว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานนิทรรศการภาพวาดพู่กันโบราณของอิ่งจือครับ ต้องขอแจ้งให้ทราบด้วยความเสียดายว่า เนื่องด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการ อิ่งจือไม่สะดวกจะปรากฏตัวในที่สาธารณะ ดังนั้นเซี่ยนอวี๋จึงขอเป็นตัวแทนขึ้นมาพูดคุยกับทุกท่านแทน และผมขอถือโอกาสนี้ กล่าวคำขอโทษอย่างสุดซึ้งแทนอิ่งจือด้วยครับ”
พูดจบ
เขาก็โค้งคำนับ
สื่อมวลชนถ่ายภาพกันระรัว
สำหรับหลินเยวียนแล้ว บรรยากาศแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาผ่านคลื่นฝ่าลมมาไม่น้อย จึงเงยหน้าขึ้นอย่างนิ่งสงบ แล้วพูดต่อไป
“เมื่อครู่นี้ผู้อำนวยการหอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจวได้แจ้งกับผมว่า ภายในหอจัดแสดงของเรามีพื้นที่จำกัด ดังนั้นการเข้าชมจะมีการแบ่งรอบตามหมายเลขบัตรของแต่ละท่าน รอบแรกจะให้สิทธิ์กับแขกรับเชิญพิเศษ และเพื่อนๆ ที่ได้หมายเลขต้นๆ ก่อน
ไม่ต้องกังวลเรื่องความแออัดนะครับ
นิทรรศการครั้งนี้เป็นงานเดี่ยวระดับสูงสุด พื้นที่ภายในกว้างขวางโอ่โถง และมีการจัดวางผลงานแบบกระจาย แต่ละภาพสามารถให้คนดูได้พร้อมกันหลายคนโดยไม่เบียดเสียด
ส่วนเรื่องของผลงานนั้น…
อันที่จริง ผลงานเหล่านี้ทั้งหมด ล้วนเป็นผลงานที่อิ่งจือสร้างสรรค์และสะสมมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมแล้วทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้น ซึ่งเนื้อหาในแต่ละภาพนั้น เรียกได้ว่าครอบคลุมแทบทุกประเภทของจิตรกรรมแนวดั้งเดิมเลยทีเดียว…”
เนื้อหาบนเวทีนี้มีการเตรียมสคริปต์ไว้ล่วงหน้า
ทว่าครึ่งหนึ่งก็เป็นการด้นสดของหลินเยวียนเอง
โดยปกติแล้ว เวลาจิตรกรของบลูสตาร์จัดนิทรรศการ ช่วงพิธีเปิดก็มักจะมีแค่การแนะนำผลงานของตัวเอง ตามด้วยการกล่าวขอบคุณผู้ชมและแขกผู้มีเกียรติทั่วไป ไม่ใช่อะไรที่ยากหรือซับซ้อน
หลังจากขั้นตอนที่จำเป็นสิ้นสุดลง
จู่เฟิงก็เดินขึ้นเวทีตามลำดับ
“แม้อาจารย์อิ่งจือจะไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่หากทุกท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยใด หลังจบงานนิทรรศการ เราจะจัดให้อาจารย์เซี่ยนอวี๋ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับทุกท่านโดยตรง เนื่องจากอาจารย์เซี่ยนอวี๋นั้นทราบเบื้องลึกเบื้องหลังของผลงานแต่ละชิ้นเป็นอย่างดี ทั้งสองท่านเป็นเพื่อนสนิทกัน เรื่องนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนที่รู้จักพวกเขาย่อมทราบดีอยู่แล้ว
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...