เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1205

ตอนที่ 1205 บุกอันดับสาขาภาพยนตร์และโทรทัศน์

วันแรกของเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ

หลินเยวียนหลับฝันไป

ในฝันเขาอยู่ที่บ้านของตัวเอง

จู่ๆ ด้านนอกก็มีเสียงคนมาเคาะประตู

หลินเซวียน พี่สาวของเขารีบลุกไปเปิดประตู

ฉู่ขวงเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยรางวัลที่มีคำว่า ‘อันดับที่ 10’ อยู่บนนั้น

ทั้งครอบครัวต่างต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น

จากนั้น

มีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง

คราวนี้แม่เป็นคนไปเปิด ทันทีที่เปิดประตู แม่ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

เพราะคนที่กลับมาคือเซี่ยนอวี๋ เขากลับมาพร้อมกับถ้วยรางวัลอันดับที่แปดในมือ

ทั้งครอบครัวต่างพากันล้อมเซี่ยนอวี๋ด้วยความตื่นเต้น

ส่วนฉู่ขวงกลับถูกทิ้งให้ยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง

ฉู่ขวงจ้องมองเซี่ยนอวี๋ด้วยสายตาอาฆาต

ขณะที่เซี่ยนอวี๋กำลังเพลิดเพลินกับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีจากครอบครัว ก็มีเสียงเคาะประตูครั้งที่สามดังขึ้น

ท่ามกลางแสงจ้าที่สาดส่องเข้ามา

อิ่งจือปรากฏตัวขึ้นโดยมีมงกุฎอยู่บนศีรษะ!

ทั้งครอบครัวล้วนปลาบปลื้ม รีบพุ่งเข้าไปสวมกอดอิ่งจือ

คราวนี้แม้แต่เซี่ยนอวี๋ก็ถูกเบียดออกข้าง

ไหนบอกว่าเราจะเข้า 10 อันดับแรกด้วยกันไง สุดท้ายดันแอบไปคว้าที่หนึ่งมาซะงั้น

ขณะที่ครอบครัวกำลังรุมล้อมอิ่งจือด้วยความตื่นเต้น

ไม่มีใครสังเกตเลยว่า อี้อันก็แอบกลับมาเงียบๆ เช่นกัน

มือของอี้อันนั้นว่างเปล่า จึงไม่มีใครสนใจ

ทำได้เพียงยืนรวมกับเซี่ยนอวี๋และฉู่ขวง

มองมงกุฎบนศีรษะของอิ่งจือด้วยแววตาว่างเปล่า

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ !”

อิ่งจือหัวเราะลั่น เชิดหน้าหัวเราะด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

เสียงหัวเราะนั้นช่างแสบแก้วหูเหลือเกิน

หลินเยวียนสะดุ้งตื่นจากฝันในทันที!

อะไรเนี่ย?

หลินเยวียนรีบยกน้ำขึ้นดื่ม เพื่อสงบสติอารมณ์จากฝันประหลาดเมื่อครู่

ทว่าทันทีที่เขาเริ่มจิบน้ำ

จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นทันที!

“ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจ ‘ตามให้ทันนะ อิ่งจือ’ สำเร็จ!

อิ่งจือ

ในฐานะผู้ที่เคยได้รับฉายานามว่าเงาจืดจาง คุณได้ใช้ผลงานการ์ตูนและแอนิเมชันอันน่าทึ่งของตัวเอง

ทลายข้อกังขาของชาวบลูสตาร์ครั้งแล้วครั้งเล่า

และเมื่อผู้คนเชื่อว่าคุณเก่งแค่งานการ์ตูนกับแอนิเมชัน

ขึ้นครองบัลลังก์ ผลัดเปลี่ยนยุคสมัย

ทำให้วงการจิตรกรรมของบลูสตาร์มีสีสันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็เพราะอิ่งจือ!

จนถึงตอนนี้

คุณไม่ได้ด้อยไปกว่าใครทั้งนั้น

คุณทำได้ดีกว่าฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋เสียอีก!

ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้รับรางวัลภารกิจ ‘ทักษะประติมากรรมระดับปรมาจารย์’!”

เป็นดังคาด!

ภารกิจของอิ่งจือสำเร็จลุล่วง!

หลังจากเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น

สมองของหลินเยวียนก็รู้สึกมึนตึ้บขึ้นมาในฉับพลัน แต่ไม่นานนัก เมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นหายไป

เขาก็พบว่าในห้วงสำนึกของตนเต็มไปด้วยความรู้เรื่องประติมากรรม!

ประติมากรรม หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าการแกะสลัก

เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยสามวิธีหลัก ได้แก่ การแกะ การสลัก และ การปั้น โดยใชัวัสดุต่างๆ มาสร้างรูปทรงที่มีมิติ ซึ่งสามารถมองเห็นและสัมผัสได้

เพื่อถ่ายทอดชีวิตในสังคมและแสดงออกถึงรสนิยม ความรู้สึก และอุดมคติทางศิลปะของศิลปิน

ทั้งระดับพื้นฐาน

หรือเชิงลึก

ความรู้ที่หลินเยวียนได้รับนั้นเรียกได้ว่าครบทุกแง่มุมของงานประติมากรรมเลยทีเดียว

น่าเสียดาย ในห้องไม่มีพื้นที่และวัสดุให้ลองฝีมือจริงจัง

เอาไว้ค่อยให้จินมู่ช่วยจัดหาวัสดุมาทดลองในภายหลังก็แล้วกัน

หลินเยวียนหยัดกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง

จากนั้นก็ล็อกอินเข้าไปยังบัญชีบล็อกของฉู่ขวง

เพียงแค่กวาดตาอ่านคอมเมนต์เพียงครู่เดียว

เขาก็รู้สึกเหมือนโดนกระแทกหน้าเต็มๆ

ในพื้นที่แสดงความคิดเห็น

‘ตอนแรกก็รู้สึกว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงได้เข้า 10 อันดับแรกนักเขียนระดับบลูสตาร์ก็เท่ดีนะ แต่พอหันไปดูอันดับของอิ่งจือ เลยรู้สึกว่า 10 อันดับแรกของฉู่ขวงเหมือนจะธรรมดาไปเลย’

‘ไหนบอกว่าสามพี่น้องชื่อเสียงทัดเทียมกันไง?’

‘ถึงจะไม่พูดถึงเทพอิ่ง แต่อย่างน้อยพ่อเพลงอวี๋ อย่างเซี่ยนอวี๋ก็ติดอันดับ 8 ของการจัดอันดับสาขาดนตรีนะ

แล้วตอนนี้เจ้าแก่ฉู่ขวงอยู่อันดับไหนนะ ถ้าเจอเซี่ยนอวี๋กับอิ่งจือรอบหน้า จะยังกล้าทักอยู่ไหม (อีโมจิหมายิ้มกรุ้มกริ่ม)’

‘แค่นี้เอง?’

‘ถ้าจำไม่ผิดละก็ ตอนนั้นเทพอิ่งเพิ่งเป็นหน้าใหม่ในวงการ

คนที่พาเขาเดบิวต์ก็คือฉู่ขวงเองใช่ไหม?

ผลงานแรกของอิ่งจือก็คือการเอานิยายเรื่องเจ้าชายลูกสักหลาดของฉู่ขวงไปทำเป็นการ์ตูนนะ’

‘ตอนนั้นเจ้าแก่ฉู่ขวงก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว!’

‘อิ่งจือ: ตอนอายุสิบแปด ผมยังยืนแกร่วเหมือนตัวประกอบอยู่ในงานเต้นรำของโรงเรียนมัธยม น้ำตาคลอเลย ตอนนั้นสาบานในใจว่าทุกคนต้องเห็นผมให้ได้ (อีโมจิร้องไห้)’

‘จากน้องเล็กของสามพี่น้อง ตอนนี้กลายเป็นพี่ใหญ่ไปซะแล้ว!’

‘พูดก็พูดเถอะ ตอนนั้นเจ้าแก่ฉู่ขวงยังเขียนในศึกเทพอภินิหารจ้าวอินทรี ว่าใต้หล้ามีสองยอดฝีมือ มู่หรงใต้ เฉียวเฟิงเหนือ

เหมือนจะเปรียบตัวเองกับเซี่ยนอวี๋ ว่าเป็นสองยักษ์ใหญ่พอๆ กัน

ตอนนั้นหลายคนต่างก็แซวกันว่าอิ่งจือก็กลายเป็นเงาจืดจางอีกแล้ว’

‘อิ่งจือ: ที่ดูจืดจาง เพราะยังยืนไม่สูงพองั้นหรือ?’

‘พวกคุณก็พูดเกินไปแล้ว จริงๆ แล้วใน ศึกเทพอภินิหารจ้าวอินทรี ก็มีสมณะที่กวาดลานวัดนะ คนเดียวปราบได้ทั้งยุทธภพเลย!’

‘ขออนุญาตขำออกเสียง’

‘ยังเอาไปเทียบกับสมณะกวาดลานวัดอีกเนอะ!’

‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ พวกคุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ

แต่ยังไงก็ขออวยพรให้เจ้าแก่ฉู่ขวงปีใหม่นี้มีความสุข

รีบเขียนนิยายออกมาเยอะๆ ดันอันดับขึ้นไป แล้วตอกหน้าคนพวกนี้ซะ!’

ยังสุขสันต์วันปีใหม่อะไรอีก?

พวกคุณเล่นแซะเป็นเสียมเลยนะ!

เมื่อสัมผัสได้ถึงวิญญาณเจ้าแก่ฉู่ขวงที่กำลังเกรี้ยวกราดในตัวเอง หลินเยวียนก็ถึงกับกลอกตา ทั้งที่เขาไม่ได้ทำแบบนี้บ่อยนัก

เห็นทีอันดับของฉู่ขวงน่าจะยังต่ำเกินไปจริงๆ

เข้าใจนะว่าการติด 10 อันดับแรกก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

แต่ปัญหาคือทั้งสามตัวตนของเขาเป็นที่รู้จักเท่ากันหมด ปัจจุบันนี้อิ่งจือได้อันดับที่หนึ่ง เซี่ยนอวี๋ก็ยังได้อันดับแปด

เหลือแต่ฉู่ขวงที่รั้งท้ายอยู่อย่างน่าอนาถ

เมื่อคิดได้ดังนั้น

หลินเยวียนก็เปิดสมุดขึ้นมา แล้วเขียนหัวข้อว่า

‘แผนการในปีใหม่’

ข้อแรก

เซี่ยนอวี๋จะจัดคอนเสิร์ตภายในปีนี้

ตั้งเป้าอย่างต่ำคือไต่ขึ้นไปอีกหนึ่งอันดับ

เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องพูดให้มากความ เพราะเขาเริ่มเตรียมตัวมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีก่อนแล้ว

ข้อที่สอง

อันดับของเซี่ยนอวี๋ในด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ต้องทะลุเข้าสู่ 10 อันดับแรก หรืออย่างน้อยก็ต้องติด 20 อันดับแรกให้ได้

เพราะอิทธิพลของด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าการจัดอันดับของศิลปะแขนงอื่นๆ อย่างวรรณกรรม ดนตรี และจิตรกรรมเลย

กล่าวให้ชัดก็คือ การจัดอันดับทั้งสี่ชุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะในตอนนี้ล้วนเป็นการจัดอันดับสูงสุดบนบลูสตาร์

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน