Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 123

ตอนที่ 123 ขอตัว

วิทยาลัยศิลปะฉินโจว

ปิดภาคเรียนฤดูร้อนกำลังใกล้เข้ามา ในออฟฟิศใหญ่ของชั้นปีที่สองสาขาการประพันธ์เพลง คณาจารย์กำลังเร่งรีบตรวจผลงานในการประเมินประจำภาคเรียนของนักศึกษา

ในขณะนั้นเอง

จู่ๆ หน้าประตูก็มีเสียงดังมา “ว่ากันว่าวิทยาลัยศิลปะฉินโจวเต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ คณบดีซือน่าจะไม่รังเกียจที่คณะอาจารย์จากวิทยาลัยศิลปะฉินตงมาเรียนรู้จากสถาบันของคุณ…”

วิทยาลัยศิลปะฉินตง?

บรรดาอาจารย์ในออฟฟิศใหญ่ได้ยินเสียงจากหน้าประตู ก็แทบจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกัน และมองไปยังประตูออฟฟิศ

ชื่อย่อของวิทยาลัยศิลปะฉินตงก็คือ ‘ตงอี้’

พวกเขาเป็นสถาบันศิลปะซึ่งจัดอยู่อันดับสองของฉินโจว

ว่ากันว่าเดิมทีวิทยาลัยศิลปะฉินตงก็อยากใช้ชื่อย่อว่า ‘ฉินอี้’

แต่ก็ช่วยไม่ได้

ความสามารถของวิทยาลัยศิลปะฉินโจวนั้นเหนือกว่า ดังนั้นชื่อเรียก ‘ฉินอี้’ จึงกลายเป็นของวิทยาลัยศิลปะฉินโจวไปโดยปริยาย

วิทยาลัยศิลปะฉินตงจึงใช้ได้เพียงชื่อ ‘ฉินตง’

เรื่องนี้ทำให้วิทยาลัยศิลปะฉินตงคิดไม่ตกมาโดยตลอด ผ่านมาหลายปีก็ยังคงจ้องจะงาบตำแหน่งพี่ใหญ่ของวิทยาลัยศิลปะฉินโจว

เหล่าอาจารย์รู้เรื่องที่วันนี้วิทยาลัยศิลปะฉินตงจะมาเยี่ยมเยือน

แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาที่สาขาการประพันธ์เพลงกะทันหันแบบนี้ มาแบบมีเจตนาไม่ดีนะเนี่ย

“ทุกท่าน”

ซือเฉิงและบรรดาศาสตราจารย์นำคณะอาจารย์สาขาการประพันธ์เพลงจากวิทยาลัยศิลปะฉินตงเข้าไปยังสาขาการประพันธ์เพลง

หลังจากเดินเข้าประตูไป ซือเฉิงก็พูดว่า “ทุกคนปรบมือต้อนรับศาสตราจารย์จางเหวินอู่ซึ่งเป็นตัวแทนจากสาขาการประพันธ์เพลงวิทยาลัยศิลปะตงฉิน เป็นแขกมาเยี่ยมชมสาขาการประพันธ์เพลงของเรา”

แปะๆๆ

อาจารย์จากสาขาการประพันธ์เพลงวิทยาลัยศิลปะฉินโจวปรบมือดังเกรียวกราว

“ทุกท่านเกรงใจแล้ว”

จางเหวินอู่ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยศิลปะตงฉินกล่าว “วิทยาลัยศิลปะฉินโจวมีมานับร้อยปี สาขาการประพันธ์เพลงเปี่ยมไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ วันนี้พวกเราจากวิทยาลัยศิลปะฉินตงมาเยี่ยมเยือนสถาบันของท่าน เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์โดยเฉพาะ”

ฝูงชนปรบมืออีกครั้ง ในใจกลับพึมพำว่า เชื่อก็บ้าแล้ว!

“ทุกคนตรวจงานต่อเถอะ”

ซือเฉิงขยับไม้ขยับมือบอก ก่อนจะกล่าวกับจางเหวินอู่และคนอื่นๆ “เชิญทางนี้ครับ ทุกคนไปนั่งดื่มชากันก่อนได้”

“ขอบคุณครับ”

หลังจากจางเหวินอู่และอาจารย์จากวิทยาลัยศิลปะฉินตงคนอื่นๆ นั่งลง ก็เริ่มสนทนาเรื่อยเปื่อยกับซือเฉิง “วันนี้วิทยาลัยของคุณกำลังตรวจผลงานประเมินประจำปีของนักศึกษาเหรอครับ”

ซือเฉิงพยักหน้า

จางเหวินอู่ยิ้มเอ่ย “วิทยาลัยพวกเราตรวจเสร็จไปเมื่อวาน แถมยังเชิญหัวหน้าแผนกประพันธ์เพลงจากเซวี่ยนล่านอิ๋นกวงมานั่งในที่ประชุมด้วย สรุปแล้วแผนกประพันธ์เพลงของเซวี่ยนล่านอิ๋นกวงเซ็นสัญญากับนักศึกษาปีสองไปคนหนึ่ง แถมยังให้นักศึกษาคนนั้นไปทำงานช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์”

ซือเฉิงหนังตากระตุก

เขากับจางเหวินอู่นับว่าเป็นคู่แข่งเก่าแก่ ต่างคนต่างเข้าใจกันและกัน ในตอนนี้เพิ่งจะสนทนากัน เขาก็คาดเดาเจตนาของอีกฝ่ายออกแล้ว

มิน่าล่ะจางเหวินอู่ถึงไม่ติดตามไปกับคณะของวิทยาลัยตัวเอง จะต้องดึงดันมาเป็นแขกที่สาขาการประพันธ์เพลงของวิทยาลัยศิลปะฉินโจวให้ได้

กล้ามาอวดเบ่งต่อหน้าเขาเรอะ

จำต้องยอมรับ

ว่าแค่ปีสองก็ได้เซ็นสัญญากับสามบริษัทยักษ์ใหญ่ของฉินโจว แถมยังได้เข้าไปนั่งทำงานช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้

“จริงสิ”

“ทางพวกคุณก็น่าจะเชิญคนจากบริษัทบันเทิงมาด้วยสินะครับ” จางเหวินอู่ไต่ถามด้วยท่าทางห่วงใย

ซือเฉิงพยักหน้า “พวกเราเชิญแผนกประพันธ์เพลงของสตาร์ไลท์มาครับ”

จางเหวินอู่จุ๊ปาก “วิทยาลัยศิลปะฉินโจวหน้าใหญ่จังเลยนะครับ”

ซือเฉิงโบกมือ “เหมือนกันนั่นแหละครับ”

จางเหวินอู่หัวเราะ “ไม่รู้ว่าประเดี๋ยวผมจะขอฟังผลงานของนักศึกษาเก่งๆ ของฉินโจวได้ไหม จะได้ดูไว้ว่าวิทยาลัยศิลปะฉินตงของพวกเรายังห่างไกลกับวิทยาลัยของคุณอีกมากแค่ไหน”

ซือเฉิงก็หัวเราะ “ได้อยู่แล้วครับ”

เขาเรียกผู้ช่วยมา พูดต่อหน้าจางเหวินอู่ ว่าให้ผู้ช่วยไปแจ้งคณาจารย์ที่ตรวจสอบผลงาน ว่าตรวจสอบแล้วให้ส่งผลงานที่ยอดเยี่ยมมากพอมา

หลังจากที่ผู้ช่วยออกไป

จางเหวินอู่ก็เปลี่ยนไปอยู่ในท่าทีสบายยิ่งกว่าเดิม “หรือไม่พวกเราก็อย่านั่งเฉยๆ เลย พอดีผมเอาผลงานที่ดีที่สุดของนักศึกษาปีสองสาขาการประพันธ์เพลงวิทยาลัยเรามา หลังจากที่เซวี่ยนล่านอิ๋นกวงได้ฟังเพลงนี้แล้ว ก็เซ็นสัญญากับนักศึกษาคนนั้นทันที พวกคุณจะลองฟังมั้ยครับ”

ซือเฉิงตอบ “แน่นอนอยู่แล้วครับ”

เขาอยากรู้เหมือนกันว่าเป็นผลงานแบบไหน ถึงทำให้เซวี่ยนล่านอิ๋นกวงตกลงเซ็นสัญญาตรงนั้นเลย

จางเหวินอู่ส่งเพลงให้ซือเฉิงและคณาจารย์สาขาการประพันธ์เพลงของวิทยาลัยศิลปะฉินโจว

ทุกคนต่างหยิบหูฟังขึ้นมาสวมเพื่อฟังเพลง

จางเหวินอู่ส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาฉายแววได้ใจอย่างไม่อาจปิดบัง

ไม่ผิดหรอก!

เขามาในวันนี้เพราะอยากหาเรื่องในอาณาเขตวิทยาลัยศิลปะฉินโจวสักหน่อย

ไหนเลยจะยอมให้วิทยาลัยศิลปะฉินโจวได้ทรัพยากรด้านการศึกษาระดับสูงไปทุกปี

ศักยภาพโดยภาพรวมของตงอี้ไม่ได้ด้อยกว่าฉินอี้เท่าไหร่หรอกน่า!

เมื่อฟังเพลงจบ ซือเฉิงก็เงียบกริบ

ศาสตราจารย์วิทยาลัยศิลปะฉินโจวด้านหลังของซือเฉิงก็ตกตะลึงเช่นกัน

นี่เป็นผลงานที่เด็กปีสองเขียนออกมาอย่างนั้นเรอะ

หนังตาของซือเฉิงกระตุก กัดฟันพูดออกไป “ไม่เลวเลยครับ มิน่าล่ะถึงเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง”

จางเหวินอู่มองไปยังศาสตราจารย์ของวิทยาลัยศิลปะฉินโจว

ศาสตราจารย์ของวิทยาลัยศิลปะฉินโจวทำได้เพียงกล่าวว่า “เป็นเพลงที่ดีจริงๆ ครับ”

ทุกคนล้วนเป็นบุคลากรในสายอาชีพ ไม่มีทางฝืนความรู้สึกแล้วตอบไปว่าเพลงของวิทยาลัยศิลปะฉินตงไม่ดีหรอก แต่เมื่อพิจารณาถึงบรรยากาศการแข่งขันของทั้งสองสถาบันแล้ว ในใจก็รู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่

“ฮ่าๆ”

จางเหวินอู่กับคณาจารย์จากวิทยาลัยศิลปะฉินตงหัวเราะออกมา “ศาสตราจารย์ซือลองเดาดูสิครับว่านักศึกษาที่เขียนเพลงนี้คือใคร”

ซือเฉิงชะงักไป “ผมรู้จักด้วยเหรอ”

จางเหวินอู่พูด “โจวอวี๋ พอจะคุ้นหูบ้างมั้ยล่ะครับ”

ซือเฉิงสีหน้าดำทะมึนทันใด

เขารู้จักโจวอวี๋คนนี้

โจวเหวินพ่อของโจวอวี๋ เป็นพ่อเพลงตัวท็อปของฉินโจว เกิดมาในวงการดนตรี!

พ่อเป็นพยัคฆ์ ลูกไม่มีทางเป็นสุนัขไปได้

ได้รับการชี้แนะจากบิดา โจวอวี๋เป็นที่รู้จักจากพรสวรรค์ด้านประพันธ์เพลงมาตั้งแต่เด็ก ตอนมัธยมปลายปีสามก็ปล่อยผลงานดังชิ้นหนึ่ง

หลังจากนั้น

โจวอวี๋ก็สอบเกาเข่าได้เป็นอันดับหนึ่ง ชื่อเสียงความอัจฉริยะสะเทือนวงการ ทุกสถาบันในฉินโจวล้วนยื่นข้อเสนอให้โจวอวี๋

แต่ผลคือ

โจวอวี๋กลับเลือกไปวิทยาลัยศิลปะฉินตง

วิทยาลัยศิลปะฉินโจวในฐานะสถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งในฉินโจว ในตอนนั้นเสียหน้าไม่น้อยเลยทีเดียว นึกไม่ถึงว่าจนกระทั่งทุกวันนี้ ฝีมือด้านการประพันธ์เพลงของโจวอวี๋ จะรุดหน้าไปถึงระดับนี้แล้ว!

ถ้าหากจางเหวินอู่เพียงแค่อวดเบ่งผลงานอันยอดเยี่ยมของวิทยาลัยพวกเขา ซือเฉิงยังจะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บใจเท่าไหร่

แต่ผลงานชิ้นนี้โจวอวี๋เป็นคนเขียน ซือเฉิงปวดใจเหลือเกิน

นักเรียนชั้นยอดเช่นนี้ ตอนนั้นวิทยาลัยศิลปะฉินโจวปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงกัน

จางเหวินอู่พึงพอใจกับปฏิกิริยาตอบสนองของซือเฉิงมาก เขาสัพยอก “วิทยาลัยศิลปะฉินโจวเต็มไปด้วยผู้มากพรสวรรค์ คิดดูแล้วต้องมีนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมกว่าโจวอวี๋อย่างแน่นอน ตอนนี้ผมคาดหวังมากเลยละครับ!”

คาดหวังบ้านเอ็งน่ะสิ!

โจวอวี๋เจ้าเด็กปีศาจเอ๊ย!

วิทยาลัยฉันใครจะไปสู้ได้

ซือเฉิงค่อนข้างรู้จักนักศึกษาสาขาการประพันธ์เพลงในวิทยาลัย ในใจของเขารู้ดีว่าวิทยาลัยศิลปะฉินโจวปัจจุบันนี้ไม่มี

นักศึกษาที่โดดเด่นกว่าโจวอวี๋

อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้

บางทีหลังจากนี้อาจต้องรอให้เหล่านักศึกษาเติบโตขึ้น ไม่แน่ว่าอาจมีนักศึกษาที่พอจะเทียบเคียงกับโจวอวี๋ได้ล่ะมั้ง ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่อัจฉริยะทุกคนที่จะเฉิดฉายในช่วงมหาวิทยาลัย

ในตอนนั้นเอง

ผู้ช่วยของซือเฉิงก็ส่งเพลงมา “นี่เป็นผลงานของเหยียนเมิ่งเจียเซคห้า อาจารย์ให้คะแนนมากที่สุดในตอนนี้ครับ”

จางเหวินอู่พูด “ผมขอฟังได้มั้ยครับ”

ซือเฉิงไม่อาจปฏิเสธได้ ทำได้เพียงส่งเพลงให้ทุกคนฟัง

หลังจากที่ฟังจบ จางเหวินอู่พยักหน้า “ไม่เลวเลย!”

ไม่เลวจริงๆ!

เหยียนเมิ่งเจียความสามารถจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของนักศึกษาสาขาการประพันธ์เพลงปีสอง เพลงที่เธอเขียนนั้นโดดเด่น ถึงขั้นมีคุณสมบัติมากพอให้ปล่อยได้เลย!

แต่เห็นได้ชัด

เมื่อนำผลงานเช่นนี้มาเทียบกับเพลงนั้นของโจวอวี๋ ก็ยังคงต่างชั้นกันไม่น้อย ดังนั้นคำชมของจางเหวินอู่ไม่เพียงไม่ได้ทำให้ซือเฉิงดีใจ แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนเอามีดมาปักอกเขาเสียมากกว่า

“ยังมีอีกไหม”

เสียงของซือเฉิงแฝงด้วยอารมณ์อ่อนไหว

ผู้ช่วยพยักหน้าว่าเข้าใจ เดินออกไปด้วยสีหน้าหนักอึ้ง เห็นได้ชัดว่าเขาเองรู้อยู่เต็มอกว่า ศาสตราจารย์ซือไม่พอใจแล้ว

ไม่นาน

ก็มีเพลงส่งมาอีกหลายเพลง ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานที่ค่อนข้างโดดเด่น ทุกครั้งที่จางเหวินอู่ฟังก็แสดงการยอมรับ แต่ท่าทีก็ยังเหมือนเดิม

สู้โจวอวี๋ไม่ได้!

เป็นถึงนักศึกษาปีสองของสาขาการประพันธ์เพลงวิทยาลัยศิลปะฉินโจว แต่ถูกโจวอวี๋จากวิทยาลัยศิลปะฉินตงกดหัวจนเงยหน้าไม่ขึ้น

“เฮ้อ”

หลังจากที่จางเหวินอู่เล่นใหญ่ไปหลายรอบ จู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมา “ศาสตราจารย์ซือทำไมต้องซ่อนของดีเอา ไว้ด้วยล่ะ ผมยอมรับนะว่าเพลงเมื่อกี้เขียนได้ไม่เลวเลย แต่ผมเชื่อว่าด้วยความสามารถของสถาบันศิลปะอันดับหนึ่งอย่างวิทยาลัยศิลปะฉินโจว ต้องยังมีเพลงที่ดีกว่านี้ที่ยังไม่ได้หยิบออกมาแน่!”

ไว้หน้ากันหน่อยไม่ได้หรือไง

แดกดันแต่ไม่ตบหน้าฉาด ต่อไปจะได้มองหน้ากันติด!

ซือเฉิงกลอกตาอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าวันนี้ฉันไม่มีเพลงที่ดีกว่าเพลงนั้นของโจวอวี๋ ฉันจะต้องยอมรับว่าฝีมือของสาขาประพันธ์เพลงวิทยาลัยศิลปะฉินโจวสู้วิทยาลัยศิลปะฉินตงไม่ได้หรือไง

“จริงด้วยครับ”

อาจารย์วิทยาลัยศิลปะฉินตงที่มาพร้อมกับจางเหวินอู่ก็เอ่ยขึ้น “เพลงพวกนี้ดีก็ดีอยู่หรอก แต่เทียบกับโจวอวี๋แล้ว เห็นได้ชัดว่ายังห่างกันอยู่”

“ฉันล่ะไม่อยากเชื่อเลยว่าวิทยาลัยศิลปะฉินโจวจะมีฝีมือแค่นี้”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน