เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1250

ตอนที่ 1250 ฉู่ขวงผงาดขึ้นอันดับที่เก้า

เมื่อคณิตประวัติศาสตร์ ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับ นิยายชุดสถาบันสถาปนา

และเหวินเช่ายอมแพ้อย่างเป็นทางการ ทั่วทุกทวีปบนบลูสตาร์ก็เกิดกระแสถกเถียงกันสนั่น!

‘ชนะรวดเก้าครั้งแล้ว!”

‘เจ้าแก่ฉู่ขวงสุดยอด!”

‘ตอนนั้นที่เขาประกาศว่าจะประชันวรรณกรรมแบบสิบต่อหนึ่ง นักเขียนนิยายไซไฟหัวร้อนกันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเก้าคนแรกต่างก็แพ้กันหมด ทำอะไรเขาไม่ได้เลย ได้แต่ยืนดูเจ้าแก่ฉู่ขวงท้าทายใต้หล้า!”

‘เหลืออีกแค่คนเดียวเท่านั้น!’

‘ถ้าชนะอีกหนึ่ง ก็จะครบสิบศึกติดต่อกัน!’

‘ชัยชนะสิบครั้งติดอยู่แค่เอื้อมแล้ว!’

‘คู่แข่งคนสุดท้ายคือนักเขียนจากจงโจวอย่างเฉินสือ เขาจะหยุดเจ้าแก่ฉู่ขวงได้ไหม?’

‘ฝันไปเถอะ’

‘นักเขียนคนอื่นล้วนลงมือกันหมด เหลือแต่เฉินสือที่ยังนิ่งไม่ไหวติง แน่ว่าอาจกำลังเก็บซ่อนท่าไม้ตายอยู่ก็ได้ (อีโมจิหมายิ้มกรุ้มกริ่ม)’

‘เก็บซ่อนมานานขนาดนี้ ไม้ตายสุดท้ายต้องระดับสะเทือนโลกาแน่ๆ (อีโมจิหมายิ้มกรุ้มกริ่ม)’

‘ถ้าเฉินสือชนะขึ้นมาได้จริงๆ ละก็ ชัยชนะเก้าครั้งทั้งหมดของเจ้าแก่ฉู่ขวง จะกลายเป็นแค่ตำนานของเขาเลยนะ (อีโมจิหัวเราะ)’

ท่ามกลางกระแสถกเถียงกันนั้น

ไม่กี่วันต่อมา

ฉู่ขวงก็โพสต์ข้อความบนบล็อกอีกครั้ง พร้อมแท็กหาเฉินสือว่า

ภาคสุดท้ายของจักรวรรดิกาแล็กติกเสร็จสมบูรณ์แล้ว!

นิยายชุดสถาบันสถาปนาแห่งจักรวรรดิกาแล็กติกฉบับสมบูรณ์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!

ในเรื่องใหม่นี้ ฉู่ขวงไม่ได้เสนอแนวคิดไซไฟใหม่ใดๆ อีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีแนวคิดใหม่ใดๆ มาอุ้มชู เพราะตอนนี้อานุภาพของเรื่องก็รุนแรงระดับที่ใครขวางหน้าก็ฆ่าหมด!

‘ให้ตายสิ!’

‘ไวขนาดนี้เลย!?’

‘นี่แหละสไตล์เจ้าแก่ฉู่ขวงของแท้!’

‘ฉันก็ว่าแล้วละ เขาหายไปสองเดือนแบบนี้จะต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ สไตล์ของเขาน่ะยิงเร็วฟันขาด ไม่มีทางปล่อยให้การประชันวรรณกรรมยืดเยื้อแน่!’

‘นี่คือภาคสุดท้ายแล้วสินะ?’

‘มาดูกันหน่อยว่าคราวนี้เขาเขียนออกมาเป็นยังไง’

‘นี่คงเป็นศึกประชันวรรณกรรมครั้งสุดท้ายแล้วสินะ’

‘ไม่รู้ว่าเฉินสือจะมีโอกาสชนะบ้างไหมนะ’

‘แทบไม่มีหวังเลยล่ะ ตอนนี้จักรวรรดิกาแล็กติกดังระเบิดขนาดนี้ ก็เหมือนกับฉู่ขวงกำลังเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคใหม่นั่นแหละ แค่ชื่อของนิยายก็การันตีความดัง ไม่ว่าเขาเขียนออกมาเป็นยังไงก็มีคนแห่ไปอ่านอยู่ดี!’

เหล่าชาวเน็ตต่างตื่นเต้นสุดขีด

และสิ่งที่พูดก็ไม่ผิดแม้แต่น้อย

เพราะในการประชันวรรณกรรมแต่ละครั้ง

ฉู่ขวงต่างหยิบภาคต่างๆ ของนิยายชุดสถาบันสถาปนาแห่งจักรวรรดิกาแล็กติก ออกมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ผู้คนทั้งบลูสตาร์ต่างผูกพันกับนิยายชุดนี้อย่างลึกซึ้ง

และอานุภาพนั้นก็ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

เช่นเดียวกับในเกมที่บัฟซ้อนทับกันเรื่อยๆ

ตอนนี้ฉู่ขวงมีบัฟเต็มตัวไปหมด

เมื่อเจอกับพลังสะสมมหาศาลจากเรื่องราวทั้งหมดในนิยายชุดนี้ โอกาสที่เฉินสือจะชนะได้นั้น แทบเป็นศูนย์

และผลก็เป็นไปตามคาด

ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น

หลังจากอ่าน ภาคสุดท้ายของจักรวรรดิกาแล็กติกจบลง เฉินสือก็ประกาศยอมแพ้อย่างเป็นทางการ ทว่าต่างจากผู้แพ้คนก่อนๆ ซึ่งพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ หมอนี่กลับเขียนเรียงความยาวเหยียดประกอบการยอมแพ้ด้วย

‘อันที่จริง ผมเคยกลัวช่วงเวลานี้จะมาถึง

แต่เมื่อได้อ่าน นิยายชุดจักรวรรดิกาแล็กติกจบครบทุกภาค ความกลัวนั้นกลับค่อยๆ คลายไป กลายเป็นความผ่อนคลายอย่างประหลาด

เพราะผมรู้แล้วว่าผลงานที่ผมกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ อาจเป็นสิ่งที่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์บนบลูสตาร์จะยังพูดถึงด้วยความชื่นชมไปอีกหลายสิบหรือแม้แต่หลายร้อยปีในอนาคต มันแตกต่างจากหนังสือขายดีทั่วไปตรงที่ มันจะทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์ และอาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์นิยายวิทยาศาสตร์

คณิตประวัติศาสตร์

กฎเหล็กของหุ่นยนต์

การสร้างสรรค์และจินตนาการของจักรวรรดิกาแล็กติก

ทุกสิ่งในนิยายเรื่องนี้นั้นน่าทึ่งเกินกว่าจะพรรณาออกมาได้!

ฉู่ขวงคือนักเขียนผู้รอบรู้และทรงพลังอย่างแท้จริง ผมยอมแพ้อย่างหมดใจ

เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขยายขอบเขตของจินตนาการมนุษย์ในนิยายชุดจักรวรรดิกาแล็กติก

นี่คือยอดผลงานไซไฟชั้นนำของบลูสตาร์อย่างไม่ต้องสงสัย

นี่คือผลงานชิ้นเอกของนิยายวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เฉกเช่นที่ทุกคนพูดกัน นี่คือมหากาพย์ไซไฟที่แทบจะสมบูรณ์แบบ!

พูดมาขนาดนี้แล้วรู้สึกหิวแปลกๆ คงเพราะวันนี้ลืมกินข้าวละมั้ง’

สุดท้าย

เฉินสือก็ปิดท้ายเรียงความยอมแพ้ของตัวเอง ด้วยประโยคสุดคลาสสิกของเหลิ่งกวงเพื่อรักษาหน้าตัวเอง

หลังจากเขายอมแพ้ในวันนั้นประชันวรรณกรรม ก็มีกติกาใหม่ที่ไม่ได้เขียนไว้ เพิ่มขึ้นอีกข้อหนึ่ง ซึ่งเรียกได้ว่าฆ่าแล้วทำลายวิญญาณต่อ

นั่นคือ

ผู้แพ้ต้องแนะนำผลงานของผู้ชนะให้สาธารณชนไปอ่านต่อ

‘ส่วนเรื่องพาดวงจาของเธอไปด้วยก็ไม่เลวเลยนะ’

‘ถ้าอ่านผลงานจากการประชันวรรณกรรมครบแล้วละก็ แนะนำให้อ่านเรื่องเก่าของเขาอย่างบลูสตาร์พเนจรต่อเลย’

‘อันนั้นอ่านจบแล้วละ สั้นไปหน่อย’

‘งั้นลองเรื่องภารกิจกู้ชีวิตบนดาวอังคารดูสิ เรื่องนั้นยาวใช้ได้เลย”

‘ถ้าไม่มาดูที่ร้านนี่ไม่รู้เลยนะ ฉู่ขวงเขียนนิยายไซไฟไว้เยอะขนาดนี้เลยหรือ!?’

‘จริงๆ ก่อนหน้านี้นิยายไซไฟมีไม่กี่เรื่องเอง แต่พอเปิดประชันวรรณกรรมสิบต่อหนึ่งนี่แหละ ถึงได้โผล่มาเป็นพรวนแบบนี้!’

‘งั้นอันดับนักเขียนเดือนหน้า อันดับของฉู่ขวงคงได้ขยับขึ้นอีกสินะ?’

สิบชัยชนะรวดในการประชันวรรณกรรม!

นิยายชุดจักรวรรดิกาแล็กติกเลื่องระบือไปทั่วทั้งบลูสตาร์

นี่คือผลงานที่ฉู่ขวงมอบให้บลูสตาร์ในปีนี้

ยังคงเจิดจ้า

ยังคงสว่างไสว

และเมื่อทุกคนเห็นผลงานชุดนี้

ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า ฉู่ขวงจะได้ขยับขึ้นอีกขั้นในการจัดอันดับนักเขียนหรือไม่

ต้องเข้าใจก่อนว่า

วิธีการคำนวณของสมาคมวรรณศิลป์นั้นยืดหยุ่นมาก

คุณภาพของผลงานเป็นปัจจัยหลักอย่างแน่นอน แต่อิทธิพลจากชัยชนะสิบครั้งต่อเนื่องของฉู่ขวง ก็ย่อมถูกนำมาพิจารณาร่วมในการจัดอันดับเช่นกัน

และแล้ว

ในคืนนั้นเอง

ช่วงเที่ยงคืน

การจัดอันดับนักเขียนบลูสตาร์ได้รับการอัปเดตแล้ว

บรรดาชาวเน็ตที่เฝ้ากดรีเฟรชหน้าเพจอยู่นั้น ก็พลันสั่นสะท้านเล็กน้อย

ชั่วขณะต่อมา

ชื่อของฉู่ขวง ปรากฏขึ้นบนการจัดอันดับนักเขียนบลูสตาร์ ทะยานขึ้นสู่ อันดับที่เก้า และยังอันดับที่แปดมาเป็นชื่อสีแดงด้วยกันอีก!

นักเขียนที่เคยอยู่ในอันดับที่เก้าแทบล้มทั้งยืน!

ส่วนคนที่อยู่อันดับที่แปดตอนนี้ก็นั่งไม่ติด จะนอนก็กระสับกระส่ายไม่อาจข่มตาหลับ!

โลกออนไลน์แตกตื่นขึ้นทันที เจ้าแก่ฉู่ขวงนำแห่งชัยชนะจากจักรวรรดิกาแล็กติก ผงาดขึ้นสู่อันดับที่เก้าได้สำเร็จ!

เป้าหมายต่อไป อันดับที่แปด!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน