ตอนที่ 1252 นิยายไซไฟที่สั้นที่สุด
ที่บ้าน
ตอนนี้หลินเยวียนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
สมแล้วที่จักรวรรดิกาแล็กติกเป็นมหากาพย์ไซไฟระดับตำนาน เพราะนิยายชุดนี้ทำให้ฉู่ขวงทะยานขึ้นสู่อันดับเก้าของการจัดอันดับนักเขียน และตอนนี้คะแนนก็ตีตื้นขึ้นมาใกล้เคียงกับอันดับที่แปดแล้วด้วย!
“อีกนิดเดียวก็ถึงเป้าหมายของปีนี้แล้วสิ”
ช่วงต้นปี หลินเยวียนเคยเขียนแผนการสำหรับปีใหม่เอาไว้ ตั้งเป้าให้ฉู่ขวงขยับเข้าสู่เจ็ดอันดับแรกของการจัดอันดับนักเขียนให้ได้ก่อนสิ้นปี
แน่นอน
นั่นเป็นแค่เป้าต่ำสุดเท่านั้น
และตอนนี้ เป้าหมายนั้นสำเร็จไปครึ่งหนึ่งพอดี ในเวลาเพียงครึ่งปี!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ถือโอกาสตีเหล็กตอนร้อยเลยดีกว่า อย่างน้อยต้องคว้าอันดับแปดให้ได้เสียก่อน!
อย่างไรในตอนนี้ทั้งฉู่ขวงและนักเขียนอันดับที่แปดก็กลายเป็นชื่อสีแดงไปแล้ว
นั่นหมายความว่าช่องว่างของคะแนนระหว่างทั้งสองคนนั้นน้อยเหลือเกิน
เมื่อคิดได้ดังนั้น
หลินเยวียนก็เริ่มพิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เสียงดังแกร็กๆๆ
ตัวอักษรขนาดใหญ่ปรากฏบนหน้าจอทันที
นิทานที่ผู้ใหญ่ก็สามารถอ่านและหลงรักได้เช่นกัน
ใช่แล้ว
หลินเยวียนกำลังจะเขียนเรื่องปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้า ผลงานของหลิวฉือซิน
การเลือกนิยายเรื่องนี้มีอยู่สามเหตุผลด้วยกัน
เหตุผลแรก แน่นอนว่าเพื่อทะยานขึ้นไปคว้าอันดับที่แปดบนการจัดอันดับนักเขียน
เหตุผลที่สอง ปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าเป็นนิยายไซไฟคุณภาพสูง ทั้งเรื่องมีเพียงราวสองแสนตัวอักษรเท่านั้น นับว่าความยาวเหมาะสม เพราะถึงอย่างไรคะแนนของฉู่ขวงและนักเขียนอันดับแปดนั้นห่างกันไม่มาก ไม่จำเป็นต้องเขียนงานขนาดมหากาพย์มาถมช่องว่าง
เหตุผลที่สาม ปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้านับเป็นปฐมบทของสามกาย
นิยายเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นการเกริ่นเรื่องก่อนกำเนิดเรื่องสามกาย
เป็นเช่นนี้
วันเวลาต่อจากนั้น
หลินเยวียนก็ใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเขียนเรื่องปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้า
หลายวันผ่านไป
นิยายก็เสร็จสมบูรณ์
หลินเยวียนเปิดบัญชีบล็อกฉู่ขวง ก่อนจะกดเผยแพร่นิยาย
…
ทั่วทุกทวีป
เมื่อผู้อ่านเห็นว่าฉู่ขวงปล่อยนิยายไซไฟเรื่องใหม่อีกครั้ง ต่างพากันตกใจจนสะดุ้งโหยง!
‘ให้ตายเถอะ!’
‘นี่มันบัฟของนักพิมพ์ขั้นเทพนี่นา!’
‘เพิ่งเขียนจักรวรรดิกาแล็กติกจบไปหยกๆ นี่ปล่อยเรื่องใหม่อีกแล้วหรือ?’
‘กำลังผลิตสูงจนน่ากลัวจริงๆ !’
‘ดูจากธีมแล้ว เหมือนจะเป็นไซไฟอีกแล้วนะ’
‘ฉันกำลังอ่านบทแรกอยู่ สนุกใช้ได้เลย แต่ยังไม่ว้าวเท่าจักรวรรดิกาแล็กติก หรือฉันถูกกฎเหล็กสามข้อของหุ่นยนต์ทำให้กลายเป็นคนเรื่องมากไปแล้วกันแน่?’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่คงตั้งใจจะไล่ขึ้นอันดับแปดแน่ๆ !’
‘ตอนจะไต่เข้า 10 อันดับแรกก็ปล่อยเรื่องการอุทิศของผู้ต้องสงสัย X ความยาวราวสองแสนคำเหมือนกัน’
‘ครั้งนี้ก็ความยาวประมาณนั้นเลย เพียงแต่เปลี่ยนแนวมาเขียนไซไฟ ซึ่งตอนนี้เขากำลังมือขึ้นอยู่พอดี’
ชาวเน็ตเข้าใจเจตนาของฉู่ขวงได้ในทันที
และในเวลาเดียวกัน ผู้คนนับไม่ถ้วนก็เปิดอ่านนิยายเรื่องใหม่นี้พร้อมกันทั่วทั้งบลูสตาร์
…
คืนนั้นเอง
เสียงรีวิวจากผู้อ่านเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเต็มอินเทอร์เน็ต
“การตายของมนุษย์ คือกระบวนการจากผู้สังเกตการณ์ที่แข็งแกร่ง กลายเป็นผู้สังเกตการณ์ที่อ่อนแอ แล้วสุดท้ายกลายเป็นผู้ที่ไม่สังเกตการณ์อีกต่อไป ต้องยอมรับเลยว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงเขียนไซไฟสายแข็งแบบนี้ได้เหนือชั้นจริงๆ !
“สนุกมาก!
“ตอนจบที่พูดถึงดอกกุหลาบควอนตัมที่มองไม่เห็นในแจกัน ทำให้ฉันรู้สึกสะเทือนใจและสวยงามสุดๆ ทั้งมุมมองระดับพระเจ้าที่มองจากภาพใหญ่ และความเชื่อมโยงเล็กๆ ในวัฏจักรของชีวิต ทั้งลึกซึ้งและกินใจจริงๆ”
“ฉันชอบฉู่ขวงเขียนแนวอื่นมากกว่านะ”
“อ่านไซไฟแข็งแบบนี้เหนื่อยจริงๆ …”
“จักรวรรดิกาแล็กติกก็มีบางส่วนที่อ่านยากเหมือนกัน”
“แต่ฉันชอบแบบนี้แหละ!”
“แนวไซไฟสายแข็งมันก็แบบนี้ละ ส่วนไซไฟสายอ่อนจะเน้นพล็อตกับอารมณ์มากกว่า แต่ยิ่งโฟกัสที่เนื้อเรื่องมากเท่าไหร่ ความเป็นไซไฟก็ยิ่งจางลง จะให้สมดุลระหว่างสองอย่างนี่ก็ยากอยู่เหมือนกัน”
“ตัวละครติงอี๋น่าสนใจดีนะ”
“ในแง่ของเซตติงถือว่าประณีตมาก รู้สึกว่าน่าจะขยายต่อเป็นจักรวาลเรื่องราวที่ใหญ่กว่านี้ได้เลย!”
…
บางทีอาจเพราะปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าเป็นผลงานไซไฟสายแข็งกินไป
หรืออาจเพราะเนื้อหานั้นสั้นกว่าผลงานก่อนมาก ทำให้แม้เสียงวิจารณ์และความนิยมจะถือว่าดี แต่ก็ยังห่างชั้นจาก จักรวรรดิกาแล็กติก อย่างเห็นได้ชัด
แน่นอน
สำหรับผู้อ่าน เรื่องแบบนี้เข้าใจได้อยู่แล้ว
ไม่มีใครคาดหวังให้นิยายไซไฟทุกเรื่องของฉู่ขวง ต้องขึ้นไปถึงระดับเดียวกับจักรวรรดิกาแล็กติกเสมอไป
และหากไม่นำไปเทียบกับนิยายชุดนั้น แม้รสนิยมของผู้อ่านจะถูกตามใจจนเสียคนไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าคือนิยายไซไฟคุณภาพสูงเรื่องหนึ่ง
แต่ผู้อ่านบางกลุ่มที่ไม่ชินกับไซไฟสายแข็ง ก็เริ่มทนไม่ไหว
‘แข็งจนฟันหักเลยละ!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวง เขียนอะไรที่อ่านง่ายกว่านี้หน่อยได้ไหม!’
‘จริง สงสารพวกเราคนมีพื้นฐานความรู้น้อยบ้างสิ’
‘ปีนี้เจ้าแก่เล่นใหญ่ตลอด ทีแรกก็กฎของหุ่นยนต์ ต่อมาก็คณิตประวัติศาสตร์ ตอนนี้มาเรื่องควอนตัมอีกแล้ว ถ้าไม่มีพื้นความรู้หน่อย อ่านไม่รู้เรื่องเลยนะเนี่ย!’
‘ฮ่าๆๆ ก็เจ้าแก่มันเป็นแบบนี้แหละ!’
‘ตามอ่านนิยายของเจ้าแก่ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็รู้ตัวอีกทีว่าอ่านมาครบทุกแนวบนบลูสตาร์แล้วนั่นแหละ!’
…
อีกด้านหนึ่ง
หลินเยวียนอ่านคอมเมนต์ทั้งหมดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าจบลง
เขารู้ดีว่าอิทธิพลของนิยายเรื่องนี้ ย่อมไม่อาจเทียบกับจักรวรรดิกาแล็กติกได้อยู่แล้ว
ในฐานะนิยายไซไฟ เมื่อเขาเคยปล่อยจักรวรรดิกาแล็กติก ออกมาแล้ว ทางเลือกในการเขียนไซไฟต่อจากนี้ก็ย่อมแคบลงมากเป็นธรรมดา
แต่ทั้งหมดนั้น อยู่ในความคาดหมายของหลินเยวียนอยู่แล้ว
ผู้อ่านบางส่วนกลับหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด
เพราะนิยายเรื่องนี้ของฉู่ขวง ถ้านับเฉพาะตัวอักษรจริงๆ มีเพียง 20 คำเท่านั้น แลดูเหมือนเรียบง่ายสุดๆ แต่ความจริงแล้ว มันแฝงปริศนาไว้อย่างลึกซึ้ง!
ตัวละคร?
ฉาก?
โครงเรื่อง?
องค์ประกอบหลักทั้งสามของนิยาย กลับถูกบรรจุไว้อย่างครบถ้วนในเพียง 20 ตัวอักษรนี้ เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนู แต่ครบเครื่อง!
แล้วนิยายไซไฟคืออะไร?
แน่นอนว่าวิทยาศาสตร์และจินตนาการ ต้องถูกวางไว้เป็นหัวใจหลักของนิยายไซไฟ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของแนวนี้ คือการสร้างปริศนาเชิงไซไฟ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านได้จินตนาการอย่างอิสระและไร้ขอบเขต เหมือนกับที่มนุษย์บลูสตาร์คนสุดท้าย ได้มอบพื้นที่แห่งจินตนาการไว้อย่างเต็มเปี่ยมเช่นนั้นเอง
เพราะเหตุใดบนบลูสตาร์ถึงเหลือมนุษย์เพียงคนเดียว?
เกิดภัยพิบัติขึ้นบนดาวหรือเปล่า?
หรือถูกเอเลียนบุกยึดครอง?
คนอื่นๆ ตายหมดแล้ว?
หรือคนอื่นๆ อพยพหนีออกจากดาวไปแล้ว?
แล้วทำไมมนุษย์บลูสตาร์คนสุดท้ายถึงยังได้ยินเสียงเคาะประตู?
ใครกันที่มาเคาะประตู?
หรือว่าจะถามว่า สิ่งที่มานั้นเป็นมนุษย์จริงหรือเปล่า?
แล้วมนุษย์บลูสตาร์คนสุดท้าย จะเปิดประตูไหม?
และถ้าเปิด จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น?
นี่แหละคือเสน่ห์ของนิยายไซไฟ อิสระแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขต ตัวอักษรเพียงแค่ 20 ตัว กลับสามารถจุดประกายให้เกิดการตีความได้ไม่รู้จบ!
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงอย่างโหดเลย!’
‘แค่คิดตามขนลุกไปหมด!’
‘เต็มไปด้วยความลึกลับ แต่ฉันรู้สึกว่านี่ไม่ใช่นิยายไซไฟแล้วนะ เหมือนนิยายสยองขวัญซะมากกว่า!’
‘นี่คงเป็นนิยายไซไฟที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วแน่ๆ ’
‘สั้นแต่คมกริบ!’
‘คารวะเลย ไซไฟยังเล่นแบบนี้ได้อีกเหรอ!’
‘ความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด!’
…
นี่คือพื้นที่แห่งความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดอย่างแท้จริง
ท่ามกลางกระแสถกเถียงอันร้อนแรง ชาวเน็ตจำนวนมากก็เริ่มเขียนต่อกันเองโดยสมัครใจ
อย่างเช่นมีคนหนึ่งเขียนว่า ‘ชายคนนั้นลุกขึ้นไปเปิดประตู แล้วพบว่าด้านนอกมีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งยืนอยู่ สวัสดีครับ นี่คือพัสดุที่คุณสั่งไว้จากดาวอังคาร ตงเฟิงเอ็กซ์เพรสมาส่งแล้วครับ’
ไม่ได้มีแค่ชาวเน็ตเท่านั้น
แม้แต่นักเขียนไซไฟหลายคนก็อดไม่ได้ เข้ามาร่วมสนุกในกระแสเขียนนิยายต่อนี้เช่นกัน
แน่นอนว่าทุกคนไม่ได้เขียนกันยาวนัก ส่วนใหญ่ก็แค่เล่นสนุกกับแนวคิดสั้นๆ อันเหนือชั้นนี้เท่านั้น
เพียงแต่ในความสนุกนั้นเอง หลายคนกลับได้กลิ่นบางอย่างที่ต่างออกไป
แนวคิดของมนุษย์บลูสตาร์คนสุดท้าย เมื่อรวมกับปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าซึ่งเป็นไซไฟแข็งระดับสูงสุด
ทุกคนรู้ว่าจุดมุ่งหมายของฉู่ขวงคืออะไร
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าฉู่ขวงกำลังเดินเกมเพื่อทะลวงขึ้นสู่ อันดับที่แปดของการจัดอันดับนักเขียนบลูสตาร์!
เพิ่งคว้าอันดับเก้ามาได้หมาดๆ แต่เจ้าแก่ฉู่ขวงไม่มีท่าทีจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อย !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...