ตอนที่ 1253 แดนสุขาวดี
กลางเดือนมิถุนายน
หลินเยวียนตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วเดินทางไปยังหอแสดงดนตรีแห่งหนึ่งในเมืองซู
หอแสดงดนตรีแห่งนี้ถูกเช่าโดยหลี่ซ่งหวา ประธานกรรมการของสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์ เพื่อมอบให้เซี่ยนอวี๋และวงของเขาใช้เป็นสถานที่ซ้อมเพลงสำหรับคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ
เวลานี้
ทีมงานสำหรับคอนเสิร์ตเดี่ยวของหลินเยวียนได้ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
ก่อนอื่น ในส่วนของวงดนตรีนั้น ล้วนเป็นนักดนตรีระดับมืออาชีพชั้นแนวหน้าของบลูสตาร์ หลายคนในนั้นเป็นถึงแชมป์จากมหกรรมดนตรีบลูสตาร์อีกด้วย
ต่อมาคือวาทยกร
ถึงแม้หลินเยวียนจะมีความสามารถในการควบคุมวงเองอยู่แล้ว
แต่ฝีมือของเขายังอยู่เพียงขั้นระดับมืออาชีพเท่านั้น แน่นอนว่ายังเทียบไม่ได้กับระดับปรมาจารย์ที่แท้จริง
ดังนั้น ผู้ที่จะรับหน้าที่วาทยกรในคอนเสิร์ตครั้งนี้ของหลินเยวียน
คือบุคคลผู้มีพรสวรรค์ด้านการอำนวยเพลงในระดับปรมาจารย์อย่างแท้จริง
เว่ยซูจิ้ง!
วาทยกรอันดับหนึ่งแห่งฉินโจว!
แน่นอนว่าหลินเยวียนไม่ได้เป็นคนเชิญเขามาเอง แต่เป็นหยางจงหมิงที่ออกหน้าติดต่อด้วยตัวเอง จนทำให้เว่ยซูจิ้งยอมออกจากสำนัก
ต้องเข้าใจก่อนว่า
เว่ยซูจิ้งนั้นนับเป็นหนึ่งในวาทยกรที่เก่งที่สุด ไม่ใช่แค่ในฉินโจว แต่ในทั้งบลูสตาร์เลยก็ว่าได้ ตอนนี้อายุอานามของเขาก็ย่างเข้า 88 ปีแล้ว ขนาดหยางจงหมิงเองก็ยังถูกเขาเรียกว่า ‘เสี่ยวหยาง’ เลยทีเดียว
ด้วยสภาพร่างกายและพลังที่ลดลงตามวัย
ถึงอย่างนั้น แม้จะเป็นคำเชิญจากหยางจงหมิง เว่ยซูจิ้งก็ยังตั้งเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่า เขาจะต้องได้ฟังผลงานของคอนเสิร์ตนี้ก่อน ถึงจะตัดสินใจว่าจะรับหน้าที่วาทยกรหรือไม่
ถ้าเพลงไม่ถึงระดับที่เขาพอใจ เขาไม่แตะเด็ดขาด
ทว่าหลังจากนั้น เรื่องทุกอย่างก็เริ่มง่ายขึ้นทันที
หลินเยวียนเปิดเพลงจากคอนเสิร์ตให้ฟังไปหนึ่งเพลงเท่านั้น
เว่ยซูจิ้งก็พยักหน้าตอบรับทันที
และวันนี้
นับจากวันที่เว่ยซูจิ้งตกลงรับหน้าที่วาทยกรในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็ผ่านมาแล้วกว่าเจ็ดเดือน
กล่าวอีกอย่างก็คือ
หลินเยวียนกับเว่ยซูจิ้งได้ร่วมฝึกซ้อมกับวงดนตรีมาเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว
แม้ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาจะไม่ได้ซ้อมกันทุกวัน เพราะแต่ละคนก็มีภาระส่วนตัวให้จัดการบ้าง แต่ก็ฝึกซ้อมกันเป็นประจำสม่ำเสมอ
“ผลการซ้อมตอนนี้ นับว่าดีมากแล้ว”
เว่ยซูจิ้งกล่าวด้วยรอยยิ้ม เสียงของเขานุ่มลึกแต่มั่นคง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา ปรากฏแววแห่งความคาดหวังอย่างชัดเจน
“ทั้งหมดเป็นเพราะอาจารย์เว่ยครับ”
หลินเยวียนยิ้มตอบ เขาให้ความเคารพนับถือชายชราผู้นี้อย่างสุดหัวใจ
ไม่เพียงเพราะพรสวรรค์ของอีกฝ่าย หรือเพราะความมุ่งมั่นที่จะยังคงยืนหยัดบนเวทีแม้อายุเกือบ 90 ปีแล้วเท่านั้น แต่เพราะตลอดช่วงเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา
เว่ยซูจิ้งได้สอนเทคนิคการอำนวยเพลงให้เขามากมาย จนกลายเป็นเหมือนอาจารย์ผู้มีพระคุณของเขาอย่างแท้จริง
ใช่แล้ว
ตั้งแต่ตอนเริ่มร่วมงานกันเมื่อต้นปีที่แล้ว หลังจากเว่ยซูจิ้งพบว่าหลินเยวียนมี ความสามารถด้านการอำนวยเพลงระดับมืออาชีพ เขาก็ถึงกับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ระหว่างการฝึกซ้อมเว่ยซูจิ้งมักจะเป็นฝ่ายเข้ามาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการอำนวยเพลงให้กับหลินเยวียนอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ทำให้หลินเยวียนได้เรียนรู้อย่างมหาศาล การที่วาทยกรระดับแนวหน้าของบลูสตาร์ยอมให้ความรู้โดยที่ไม่หวงวิชาเช่นนี้นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง แม้หลินเยวียนเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงกระตือรือร้นที่จะสอนเขาขนาดนี้ก็ตาม
“จะบอกว่ามีเป็นเพราะผมได้ยังไง นี่มันหน้าที่ของผมต่างหาก”
เว่ยซูจิ้งเอ่ยพร้อมตบไหล่หลินเยวียนเบาๆ “เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ คอนเสิร์ตของเรากำลังจะเริ่มแล้ว”
“ครับ”
หัวใจของหลินเยวียนพลันอุ่นวาบขึ้นมา
ตลอดเวลาที่เตรียมตัวมาครึ่งปีเต็ม ในที่สุดเว่ยซูจิ้งก็เอ่ยปากเห็นด้วย นั่นทำให้หลินเยวียนรู้สึกทั้งเคารพและซาบซึ้งสุดหัวใจ
“จัดในเดือนตุลาคมดีไหมครับ?”
“ตั้งแต่ตุลาถึงธันวาก็ได้ทั้งนั้น”
“งั้นคงต้องดูตารางทางฝั่งหอแสดงก่อนแล้วครับ”
“อื้ม”
“อาจารย์ทานข้าวกลางวันหรือยังครับ?”
“ยังเลย”
“งั้นผมเลี้ยงเอง”
“ฮ่าๆ ได้สิ งั้นไปกันเถอะ”
ชายหนุ่มกับชายชรา เดินพูดคุยกันไปตลอดทาง
…



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...