ตอนที่ 1262 ศึกชิงผู้นำวงการนิยายไซไฟ
ตลอดหลายวันต่อมา
อิ่งจืออัปเดตการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอลด้วยความเร็วสูง
และชื่อเสียงของการ์ตูนเรื่องนี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เนื้อเรื่องยิ่งดำเนินไปก็ยิ่งดึงดูดผู้อ่านมากขึ้นเรื่อยๆ
แล้วเดือนกรกฎาคมก็ผ่านไป
ในการจัดอันดับประจำฤดูกาลเพลง อัลบั้มเพลงเด็กของเซี่ยนอวี๋ยังคงยึดอันดับหนึ่งไว้ได้อย่างมั่นคง
ต่อมาเดือนสิงหาคมมาถึง
และข่าวใหญ่แรกของเดือนนี้ก็คือ ฉู่ขวงทะยานขึ้นสู่อันดับแปดบนการจัดอันดับนักเขียน!
อันที่จริง
ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมก็มีคนคาดไว้แล้วว่าฉู่ขวงจะติดแปดอันดับแรกได้ เพียงแต่เขาทำสำเร็จช้ากว่าที่คาดไปสักหน่อย แต่ข่าวนี้ก็ยังกลายเป็นกระแสใหญ่ในสื่อทุกสำนัก!
[อันดับแปดอันดับนักเขียนแห่งบลูสตาร์!]
[โชคดีที่มาพร้อมกับเจ้าชายน้อย!]
[เส้นทางนักเขียนของเจ้าแก่ฉู่ขวงก้าวขึ้นอีกขั้น!]
[นักเขียนอันดับแปดระดับบลูสตาร์เปลี่ยนมือแล้ว!]
[เหลืออีกเพียงสี่เดือน ฉู่ขวงจะขยับขึ้นไปได้อีกไหม?]
[นักเขียนชั้นนำที่ไต่อันดับเร็วที่สุดในโลก!]
[จากอันดับ 13 สู่ 8 ของบลูสตาร์ ฉู่ขวงเขียนอะไรมาบ้าง?]
ขณะเดียวกันที่บ้าน
หลินเยวียนเองก็คาดการณ์ผลล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นฉู่ขวงขึ้นสู่อันดับที่แปด จึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเป็นพิเศษ
ปีนี้ยังเหลือเวลาอีกสี่เดือน
หลินเยวียนคิดว่า การไต่ไปถึงอันดับที่เจ็ดคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก
ประจวบเหมาะกับที่รายการการเต้นของเรา
ไม่ใช่สิ
รายการเพลงของเรายังเหลือการแข่งขันต่อจากนี้อีก
หากมีโอกาสได้ปล่อยผลงานการเต้นเพิ่มในรายการ ก็น่าจะช่วยดันอันดับสาขาการเต้นของเซี่ยนอวี๋ให้สูงขึ้นได้
จะว่าไปแล้ว
ถ้าหลินเยวียนมีความอดทนมากพอ เขาก็จะกลายเป็นอันดับหนึ่งในสาขาการเต้นรำได้อย่างแน่นอน
เพราะตอนนี้แทงโก พ็อปพิง และโพลแดนซ์ที่เขาเป็นผู้ริเริ่มนั้นเริ่มมีแนวโน้มจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นการแข่งขันระดับมืออาชีพแล้ว
เมื่อวันนั้นมาถึง ในฐานะผู้ให้กำเนิดการเต้นเหล่านี้ เขาหลับตาเต้นอย่างไรก็ขึ้นอันดับหนึ่งได้อยู่ดี ถึงอย่างไรในยุคนี้ไม่มีนักเต้นคนไหนสร้างผลงานที่กลายเป็นก้าวสำคัญของวงการเต้นระดับนานาทวีปได้เท่าเขาอีกแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น
หลินเยวียนไม่อยากรีรอ
เวลาเป็นของมีค่า และเขายังมีแนวการเต้นระดับสูงอีกหลายแบบที่ยังไม่ได้หยิบออกมา
แทนที่จะรอให้อันดับค่อยๆ ขยับขึ้น เขาจะเลือกเกินเกมรุกด้วยการปล่อยผลงานใหม่ออกมาเอง!
…
ทว่าสิ่งที่หลินเยวียนไม่รู้ก็คือ
ในวันเดียวกันนั้นเอง
ที่จงโจว
มีการจัดงานพบปะของเหล่านักเขียนนิยายไซไฟขึ้น
นักเขียนไซไฟชื่อดังของจงโจวจำนวนมากต่างมาร่วมงานกันพร้อมหน้า
ผู้คนเหล่านี้ล้วนเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง
ในการพบปะครั้งนี้
ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก ไม่นานประเด็นสนทยาก็โยงไปถึงชื่อของฉู่ขวง
“ฉู่ขวงนี่สุดยอดจริงๆ !”
นักเขียนไซไฟคนหนึ่งกล่าวด้วยความทึ่ง
“เดือนนี้เขาทะลุขึ้นไปถึงอันดับแปดบนการจัดอันดับนักเขียนแล้วนะ ผมว่าดูจากแนวโน้มแบบนี้ ไม่ช้าก็เร็วขึ้อันดับเจ็ดต้องตกเป็นของเขาแน่ๆ ทั้งที่ปีที่แล้วตอนการจัดอันดับเพิ่งประกาศออกมา เขายังอยู่แค่อันดับสิบสามเอง!”
“ไม่มีใครหยุดเขาได้หรอก!”
นักเขียนอีกคนพูดเสริมขึ้นมาทันที “มีคนบอกด้วยซ้ำว่า ถ้าให้เวลาฉู่ขวงอีกสิบปี เขาอาจจะไต่ไปถึงสามอันดับแรกของบลูสตาร์ได้เลย!”
“สามอันดับแรกหรือ ฉันไม่เชื่อหรอก”
นักเขียนไซไฟหญิงคนหนึ่งยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ
“ผลงานของฉู่ขวงเน้นเชิงพาณิชย์มากกว่าเชิงวรรณกรรม แบบนี้ยังไงเขาก็ยากจะทะลุเข้าไปถึงระดับสามอันดับแรกได้”
“เข้าสามอันดับแรกไม่ได้ก็ดีแล้วน่า”
นักเขียนไซไฟบางคนในจงโจวแสดงท่าทีไม่ปลื้มฉู่ขวงอย่างชัดเจน “หมอนี่เล่นประกาศท้าดวลไปทั่วทั้งบลูสตาร์ เหมือนไม่เห็นพวกเราในสายตาเลย!”
“ไม่พอใจละสิ?”
เฉินสือ นักเขียนไซไฟระดับแนวหน้าของจงโจว ผู้ซึ่งมาเข้าร่วมงานนี้และเคยพ่ายแพ้อย่างยับเยินให้กับฉู่ขวงในการดวลเขียนนิยายครั้งใหญ่ เอ่ยเสียงเรียบว่า
“ถ้าไม่พอใจก็เก็บไว้ในใจเถอะ”
“เหล่าเฉิน ทำไมพูดเหมือนเข้าข้างหมอนั่นล่ะ!”
“อาจารย์เยี่ย!”
นักเขียนคนอื่นๆ เริ่มร้อนใจ “แค่ชนะฉู่ขวงสักครั้งเดียวก็ยังดี ตอนนี้เขาเขียนนิยายชุดจักรวรรดิแห่งกาแล็กติดจบไปแล้ว เขาคงไม่มีผลงานระดับนั้นมาใช้ซ้ำได้อีกแน่ๆ ช่วยเป็นตัวแทนของพวกเราเถอะครับ ถ้าไม่อย่างนั้น วงการไซไฟทั้งวงคงต้องก้มหน้ายอมแพ้ต่อหน้าเขาไปตลอดแน่!”
“ผม…”
“ลองดูก็ได้นี่”
คนที่พูดขึ้นมาคราวนี้คือเฉินสือ
ชายผู้เคยเป็นคู่แข่งคนสุดท้ายของฉู่ขวง ในการประชันวรรณกรรมที่เขาคว้าชัยชนะ 10 ครั้งซ้อน
เยี่ยชงซึ่งสนิทสนมกับเขา เมื่อได้ฟังฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ “คุณก็พูดเหมือนพวกเขาอีกคนหรือ”
เฉินสือยักไหล่เบ้ปาก “เหตุผลมีสองข้อ ข้อแรก คุณแบกรับความหวังของใครหลายคนไว้ จะพูดอีกอย่างก็คือ คุณโดนเพื่อนร่วมวงการพันธนาการไว้แล้ว ข้อที่สอง วงการนิยายไซไฟตอนนี้ต้องการผู้นำสักคนหนึ่งที่ถือธง ผู้นำที่แข็งแกร่งพอจะเข้าสู่สิบอันดับแรกของวงการนักเขียนบลูสตาร์ได้จริงๆ ”
เยี่ยชงขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง”
เฉินสือยิ้มบางๆ “ก็หมายความว่า ถ้าคนที่เป็นอันดับหนึ่งของวงการนิยายไซไฟอย่างคุณแพ้ให้กับฉู่ขวง งั้นนับจากนั้นไป ธงแห่งวงการนิยายไซไฟของบลูสตาร์ก็จะไปอยู่ที่เขา นักเขียนนิยายไซไฟทั้งวงการก็จะพูดได้อย่างภาคภูมิว่า นักเขียนนิยายไซไฟที่เก่งที่สุดบนบลูสตาร์น่ะ ติดสิบอันดับแรกของวงการนักเขียนบลูสตาร์!”
เข้าใจแล้ว ถ้าฉันคือธง แล้วธงนี้ยังทะลุเข้าไปในสิบอันดับแรกไม่ได้”
“ก็แปลว่า วงการนิยายไซไฟของพวกเราต้องการพี่ใหญ่ที่เก่งกว่าคุณอีกคนหนึ่ง เพื่อเดินนำหน้าไปให้ได้ไกลกว่านี้น่ะสิ”
เฉินสือเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
นักเขียนในวงการคนอื่นๆ พลันมีแววตาขุ่นเคือง “พวกเราไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย!”
แต่เยี่ยชงกลับหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับเฉินสือ “งั้นขอฉันได้ดวลกับเขาสักรอบก็แล้วกัน ถ้าผมชนะ ผมจะถือธงนำวงการนิยายไซไฟต่อไป แต่ถ้าแพ้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป ฉู่ขวงก็จะกลายเป็นราชาแห่งนิยายไซไฟของบลูสตาร์อย่างสมบูรณ์ ใครยังมีอะไรคาใจก็ไปท้าดวลเองเถอะ อย่ามาลากผมไปยุ่งด้วยเลย ผมเจอเขาเมื่อไหร่เป็นต้องเครียดตลอด ถึงยังไงก่อนหน้านี้ผมก็เคยโดนเขาอัดจนน่วมมาแล้วครั้งหนึ่ง ขอพูดสักหน่อยเถอะ ตอนนั้นคู่แข่งของผมคือนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ของฉู่ขวงของเขาไงล่ะ”
ทุกคน “…”
ช่วงที่ชิงอันดับกันนั้น เยี่ยชงดันไปเจอกับนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ฉู่ขวงเขียนเข้าเต็มๆ ก็ถือว่าโชคร้ายสุดๆ ไม่น่าแปลกเลยที่เยี่ยชงจะออกอาการใจฝ่อ
แต่สุดท้าย เยี่ยชงก็ลงมือจริง
คืนนั้นเอง
บนบล็อก
เยี่ยชงประกาศท้าประชันวรรณกรรมกับฉู่ขวงอย่างเป็นทางการ!
ฉู่ขวงเคยประชันวรรณกรรมจนชนะสิบครั้งรวด ไม่มีใครในวงการนิยายไซไฟเอาชนะได้สักคน แต่ที่ผ่านมามีเพียงคนเดียวที่ยังไม่ลงสนาม และเขาคนนั้นคือเยี่ยชง ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเขียนไซไฟที่แข็งแกร่งที่สุดของบลูสตาร์
และครั้งนี้
เขาตัดสินใจลงมือเอง!
แม้อันดับนักเขียนของเยี่ยชงจะต่ำกว่าฉู่ขวง แต่ถ้าวัดกันเฉพาะด้านนิยายไซไฟ ไม่มีใครเดาผลลัพธ์ได้เลยว่าสุดท้ายใครจะเป็นฝ่ายชนะ นี่คือศึกระดับจุดสูงสุดของวงการไซไฟบลูสตาร์
และทันใดนั้นเอง
ข่าวก็แพร่สะพัดออกไปทั่วทั้งบลูสตาร์!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...