ตอนที่ 1266 ป่ามืด
จงโจว
ภายในวิลล่าหลังหนึ่ง
เยี่ยชงฉีกวัสดุหุ้มหนังสือออกเบาๆ
บนปกนั้นมีอักษรสองคำเขียนเอาไว้ว่า
สามกาย!
บนโต๊ะยังมีหนังสืออีกสองเล่มวางอยู่ ได้แก่ ‘สามกายภาคสอง: ป่ามืด’ และ ‘สามกายภาคสาม: มัจจุราชนิรันดร์’
ใช่แล้ว
วันนี้คือวันที่นิยายชุดสามกายของฉู่ขวงวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เยี่ยชงสั่งให้ร้านหนังสือส่งมาทันทีที่วางแผง
ด้วยสถานะและชื่อเสียงของเขา แน่นอนว่าทางร้านไม่มีทางปฏิเสธ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
ก่อนเปิดหนังสืออ่าน
แม้จะยอมรับว่าฉู่ขวงเป็นนักเขียนที่ฝีมือยอดเยี่ยมมาก แต่ในใจของเยี่ยชงก็ยังมีความทะนงอยู่ไม่น้อย เมื่อถึงเวลาต้องปะทะกันตรงๆ ในสังเวียนของนิยายไซไฟ เขากลับไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
เปิดเรื่องสามกายมาด้วยฉากการต่อสู้ของเหล่ายุวชนแดงอย่างจัง!
โลกสมมติ?
เยี่ยชงครุ่นคิดเล็กน้อย
เขาเข้าใจฉู่ขวงดีพอสมควร
คนคนนี้เวลาเขียนหนังสือ มักจะใช้ฉากหลังแบบสมมติเป็นหลัก
อย่างในนิยายกำลังภายในที่เขาเคยเขียนไว้ก่อนหน้า ก็ล้วนเป็นลักษณะนั้นทั้งสิ้น นี่กลายเป็นแนวทางของฉู่ขวงไปแล้ว ซึ่งเหล่านักอ่านรุ่นเก่าก็ต่างคุ้นเคยกันดี
แม้จะไม่เคยพูดออกมาตามตรง
แต่แท้จริงแล้ว เยี่ยชงเองก็เป็นผู้อ่านเก่าแก่คนหนึ่งของฉู่ขวง
แน่นอนว่านักเขียนส่วนใหญ่บนบลูสตาร์ ต่างก็เคยอ่านผลงานของฉู่ขวงกันทั้งนั้น
และผู้อ่านเก่าแก่แบบเยี่ยชง ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
เขาพลิกหน้าไปอ่านต่ออย่างตั้งใจ
นี่มันคือยุคสมัยแห่งความโกลาหลโดยแท้
เมื่ออ่านต่อไป เยี่ยชงอดคิดอย่างตะลึงไม่ได้ ช่วงเปิดเรื่องเพียงไม่กี่หน้า ก็ทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งขึ้นทุกที
นี่แหละคือความน่ากลัวของฉู่ขวง!
ถึงแม้จะเป็นฉากหลังสมมติ แต่เขากลับถ่ายทอดได้ราวกับเป็นเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่นักฟิสิกส์ผู้ทรงความรู้ถูกผู้คนรุมสังหารต่อหน้าสาธารณชน
เยี่ยชงรู้สึกแน่นในอกอย่างอธิบายไม่ถูก
ฉู่ขวงใช้สำนวนการเขียนที่เรียบเฉยเยือกเย็น แต่กลับสร้างฉากหลังของยุคสมัยหนึ่งที่สะเทือนอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง
เขาอ่านต่อไป
เรื่องราวเปลี่ยนมุมมองไปที่เด็กสาวคนหนึ่งชื่อเยี่ยเหวินเจี๋ย
และเขาก็ได้รู้ว่า นักฟิสิกส์ผู้ที่ถูกสังหารในฉากก่อนหน้า คือพ่อของเยี่ยเหวินเจี๋ยเอง
ส่วนคนที่หักหลังพ่อ
ก็คือแม่ของเธอ
ส่วนเด็กหญิงที่ตายเป็นคนแรกในเหตุการณ์นั้น คือน้องสาวของเธอ
น่าสงสาร!
เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน!
เยี่ยชงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจเยี่ยเหวินเจี๋ย
แต่ขณะเดียวกันเขาก็อดคิดไม่ได้ ว่าตัวละครนี้ก็แซ่เยี่ยเหมือนกัน หรือว่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา?
นิยายเรื่องนี้ก็เขียนขึ้นมาเพื่อประชันวรรณกรรมกับเขาพอดี แถมเขายังเป็นนักเขียนนิยายไซไฟอันดับหนึ่งของบลูสตาร์อีกด้วย…
ช่างเถอะ
เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก
สิ่งที่เยี่ยชงอยากรู้ตอนนี้คือ หลังจากเหตุการณ์นั้น เยี่ยเหวินเจี๋ยจะเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้น เรื่องราวของศูนย์หงอั้นก็ถูกเปิดเผยขึ้นมา
เยี่ยเหวินเจี๋ยได้เข้าร่วมในศูนย์หงอั้น
องค์กรที่ชื่อฟังดูลึกลับทีเดียว
แล้วทันใดนั้นเอง
เส้นเวลาในเรื่องก็กระโดดข้ามไปสามสิบแปดปีต่อมาอย่างกะทันหัน!
เยี่ยชงถึงกับตาค้าง ที่แท้บทก่อนหน้านี้ทั้งหมด ล้วนเป็นแค่การปูเรื่องหรือ!?
ในตอนนี้ เยี่ยเหวินเจี๋ยได้กลายเป็นหญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปีแล้ว
ศูนย์หงอั้นค่อยๆ เผยโฉมออกจากเงามืด
เยี่ยเหวินเจี๋ยเริ่มเปิดเผยอดีตอันถูกฝังไว้ในกาลเวลา
นัยน์ตาของวังเหมี่ยวฉายตัวเลขนับถอยหลังลึกลับ
พิกัดของดาวโลกถูกจับได้ และเกมสามกายก็ปรากฏขึ้น!
เรื่องราวเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
ในที่สุดเยี่ยชงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมฉู่ขวงถึงเขียนฉากหลังไว้ยาวเหยียดปานนั้น
โศกนาฏกรรมของเยี่ยเหวินเจี๋ย แท้จริงแล้วคือภาพสะท้อนของโศกนาฏกรรมของทั้งยุคสมัย
และเมื่อเห็นคำเตือนจากอวกาศว่าอย่าตอบกลับ อย่าตอบกลับ อย่าตอบกลับ เธอกลับตัดสินใจตอบกลับไปโดยไม่ลังเล
เยี่ยเหวินเจี๋ยในขณะนั้น หวังว่าอารยธรรมต่างดาวจะมาช่วยกอบกู้อารยธรรมอันบิดเบี้ยวใบนี้ได้
เหตุผลนั้นชัดเจน
และนั่นทำให้โครงสร้างของนิยายเรื่องนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้เยี่ยชงประหลาดใจที่สุด กลับเป็นสิ่งที่เรียกว่าเกมสามกาย
ฉู่ขวงโยนฉากต่างๆ เข้ามาทีละชั้น ตั้งแต่โจวเหวินหวัง เฉาเกอ โจวหวัง
ในเกมนั้น ผู้ที่ถูกอบแห้งปรากฏตัวขึ้น ทำให้เยี่ยชงตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เพราะผิวหนังที่ถูกตากแห้งเหล่านั้นกลับยังมีชีวิตอยู่!
ในหนังสือได้อธิบายรายละเอียดของเกมสามกายต่อเนื่องหลายบทติดกัน
เมื่อพิจารณาเชื่อมโยงถึงชื่อเรื่องแล้ว คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้น ที่จะคิดว่าเกมนี้เป็นเพียงเกมธรรมดา
ผู้ออกแบบเกมได้ซ่อนถ้อยคำและความหมายมากมายไว้ในนั้น โดยเฉพาะในตอนจบของเกม
กองยานรบของดาวสามกายกำลังมุ่งหน้าจากดวงดาวอันไกลโพ้น มุ่งหน้าสู่โลกด้วยความเร็วหนึ่งในสิบของความเร็วแสง!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเนื้อเรื่องที่เข้มข้นหรือเพราะเหตุใด
แต่แผ่นหลังของเยี่ยชงพลันเย็นเฉียบ มีเหงื่อเย็นซึมออกมาเต็มแผ่นหลัง
…
วันนี้เป็นวันอาทิตย์
เยี่ยชงกำลังอ่านหนังสือ
และผู้อ่านทั่วทั้งบลูสตาร์ก็กำลังอ่านเช่นกัน
เช่นเดียวกับมนุษย์ออฟฟิศคนหนึ่งอย่างกัวจิ้ง
กัวจิ้งเป็นโปรแกรมเมอร์ผู้หลงใหลในนิยายไซไฟอย่างสุดหัวใจ เมื่อวานเขาเพิ่งอ่านเรื่องฝ่าระบบสุริยะจบ และรู้สึกประทับใจมาก
เช้าวันนี้เมื่อ สามกายวางจำหน่าย เขาก็รีบซื้อมาทั้งชุดในทันที
เมื่อกลับถึงบ้าน กัวจิ้งก็เริ่มอ่านทันที ไม่ว่าจะเป็นผลงานของเยี่ยชงหรือฉู่ขวง เขาก็ล้วนชื่นชอบ
เยี่ยชงคือนักเขียนไซไฟอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ แฟนนิยายไซไฟทุกคนต้องเคยอ่านงานของเขา และทุกเล่มก็ยอดเยี่ยม!
ส่วนฉู่ขวง ถึงจะเขียนผลงานแนวไซไฟไม่มาก ทว่าละเรื่องกลับโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะแนวคิดแปลกใหม่ที่ตรึงใจผู้อ่านเสมอ
กัวจิ้งจึงมองว่านักเขียนนิยายไซไฟทั้งสองคนนี้อยู่ในระดับเดียวกัน
สุดท้าย
ในช่วงบ่าย
กัวจิ้งก็อ่านสามกายเล่มแรกจบ
และเงียบงันไปนาน
หลังจากอ่านจบ กัวจิ้งรู้สึกอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา เขาอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบเรื่องสามกายกับข้ามระบบสุริยะ


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...