ตอนที่ 1267 อวิ๋นเทียนหมิง ทาสรักระดับสูงสุด
บนโลกออนไลน์มีเหล่าผู้คนที่อดตาหลับขับตานอนเต็มไปหมด
และตอนนี้ ผู้คนที่อดตาหลับขับตานอนเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ได้อ่านภาคสองกันแล้ว
ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งตะลึง!
‘อลังการชะมัด!’
‘ภาคแรกก็ว่าสุดยอดแล้ว ที่แท้ก็เป็นแค่การปูเรื่องทั้งหมด พอเข้าภาคสองกลับเปลี่ยนตัวเอกเฉยเลย เนื้อเรื่องของภาคแรกกลายเป็นแค่ฉากหลังเพื่อขับเน้นความตื่นเต้นของภาคสอง เรื่องพรรค์นี้นักเขียนธรรมดาคนไหนจะกล้าทำ สุดยอดโคตรๆ !’
‘ฉันอยากรู้แค่ว่าชาวสามกายจะโผล่มาตอนไหน?’
‘ฮ่าๆๆๆๆ ทั้งที่ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าสามกาย ทั้งที่ตลอดเวลาก็พูดว่าชาวสามกายกำลังมา แต่จนตอนนี้ยังไม่เห็นเงาซักนิด เห็นแต่ทั้งสองฝ่ายเล่นเกมสมองและเทคโนโลยีใส่กัน แต่โคตรน่าติดตามเลยละ!’
‘ผมรู้สึกว่าในเรื่องนี้มีแนวคิดไซไฟเจ๋งๆ เพียบเลย!’
‘เห็นด้วยเลย ฉันก็รู้สึกแบบนั้น แนวคิดหลายอย่างในเรื่อง ถ้าหยิบมาแยกเขียนเดี่ยวๆ ก็กลายเป็นนิยายไซไฟหนึ่งเล่มได้เลยนะ!’
‘อ่านสามกายถึงจะรู้ว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงนี่มันปีศาจแห่งการวางโครงเรื่องของแท้!’
‘เสน่ห์ของตัวละครหลัวจี๋พุ่งทะลุปรอทเลย!’
‘พออ่านถึงภาคสอง ฉันไม่รู้สึกเกลียดเยี่ยเหวินเจี๋ยแล้วละ’
‘โว้ววว!’
‘หลัวจี๋เก่งสุดยอด!’
‘พวกคุณเห็นทฤษฎีป่ามืดแล้วหรือยัง!?’
‘ถ้าเทียบกับภาคแรกแล้ว ภาคสองระดับมหากาพย์เลย!’
“นี่แหละถึงจะเรียกว่าจุดพีคจริงๆ พวกสามกายดูราวกับเป็นพระเจ้าในสายตามนุษย์ แต่หลัวจี๋กลับใช้ทฤษฎีป่ามืดมาขู่ให้พวกเขาต้องกลัว มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งสามารถท้าทายสิ่งที่เทียบเทียมพระเจ้า แค่คิดก็ขนลุกแล้ว!’
จุดพีคที่สุดของภาคสอง ก็คือหลัวจี๋ใช้ทฤษฎีป่ามืดข่มขู่ชาวสามกายได้สำเร็จ!
ชาวสามกายไม่กล้าลงมือโดยประมาท และนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพลาดพลั้งครั้งใหญ่
ก็ไม่แปลกหรอกที่พวกนั้นจะออกคำสั่งเด็ดขาดว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ต้องกำจัดหลัวจี๋ให้ได้!
แน่นอน
ผู้ที่เฉิดฉายในภาคสอง ไม่ได้มีแค่หลัวจี๋เท่านั้น
การโต้กลับจากความสิ้นหวังของหลัวจี๋คือหนึ่งในไฮไลต์อันยิ่งใหญ่ ทว่าเส้นเรื่องของจางเป่ยไห่ที่ออกเดินทางข้ามกาแล็กซี ก็ยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้กัน!
หลัวจี๋กับจางเป่ยไห่ที่เดินทางออกนอกกาแล็กซี คือสองเส้นเรื่องหลักที่ดำเนินไปพร้อมกันในสามกายภาคสอง
ฝ่ายหนึ่งคือนักวิชาการธรรมดา ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบของทั้งมวลมนุษยชาติไว้บนบ่า และสุดท้ายได้ช่วยโลกไว้ด้วยความเข้าใจที่มีต่อกฎของจักรวาล อีกฝ่ายคือ ทหารผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องโลก ที่แม้ในสงครามอันสิ้นหวัง ก็ยังพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้อารยธรรมมนุษย์ดำรงอยู่ต่อไป
แน่นอน
เสียงบ่นก็มีอยู่เหมือนกัน
เช่นบางคนบอกว่า
“เรื่องราวความรักในสามกายภาคสอง นี่รู้สึกว่าเป็นงานเขียนที่ฉู่ขวงเขียนได้สุกเอาเผากินที่สุดเลย ใส่ความคิดแบบชายแทร่มาเต็มๆ เหมือนสมองของเจ้าแก่ฉู่ขวงมัวแต่คิดเรื่องความตื่นตาตื่นใจของตัวไซไฟจนไม่สนใจจะคิดประเด็นเกี่ยวกับความรู้สึกแล้วมั้ง”
เอาเถอะ
เรื่องความรักในสามกายนั้นก็ไม่ใช่ประเด็นที่สำหลักสำคัญอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นความรักในผลงานอื่นๆ ของฉู่ขวง กลับเคยได้รับคำชมอย่างล้นหลามมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง หรือเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง ต่างก็กลายเป็น คู่รักในตำนานที่ตราตรึงใจทำให้ผู้อ่านทั่วทั้งบลูสตาร์
ฉะนั้น
ถูกต้อง
เขียนแบบสุกเอาเผากินจริงๆ
แต่ไม่ใช่เพราะความสามารถของเขามีจำกัด
ทุกคนต่างก็เชื่อว่า ถ้าเจ้าแก่ฉู่ขวงอยากจะเขียนละก็ เขาสามารถรังสรรค์เรื่องราวความรักที่สะเทือนฟ้าดินได้อย่างแน่นอน
และหลังจากอ่านภาคสองจบ ผู้อ่านส่วนใหญ่ก็แทบจะทนไม่ไหว ต้องไปนอนพักกันก่อน
จนเช้าวันรุ่งขึ้นกระทั่งรุ่งขึ้น
ในที่สุด ผู้อ่านจำนวนมากก็ได้อ่านภาคที่สามของนิยายชุดสามกาย นั่นคือ ‘มัจจุราชนิรันดร์’!
ในบรรดานิยายชุดสามกายทั้งหมด ภาคที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดคือป่ามืด
ส่วนภาคที่สาม มัจจุราชนิรันดร์นั้น กระแสวิจารณ์กลับแบ่งเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน
บางคนบอกว่าปราดเปรื่องเหนือชั้น
แต่บางคนกลับเห็นว่าออกตัวแรงแต่แผ่วปลาย
ในมุมมองของหลินเยวียน เหตุผลสำคัญที่ทำให้คำวิจารณ์ของภาคสามเสียงแตก มาจากตัวละครที่ชื่อว่าเฉิงซิน
ก่อนจะพูดถึงเธอ ต้องพูดถึงอวิ๋นเทียนหมิงเสียก่อน
ชื่อของคนคนนี้ฟังดูราวกับเป็นพระเอกผู้สมบูรณ์แบบเกินจริงซึ่งหลุดมาจากนิยายนิยายแมรี ซู ทว่ากลับถูกผู้อ่านนับไม่ถ้วนยกให้เป็น ‘เทพเจ้าแห่งบรรดาชายไร้เสน่ห์’
สามารถใช้คำพูดของสาวๆ ว่า ‘เธอเป็นคนดีนะ’ มาอธิบายอวิ๋นเทียนหมิงว่า
ในโลกของความรัก อวิ๋นเทียนหมิงคือคนดีจริงๆ ดีจนเรียกว่าโง่ก็ยังไม่เกินจริง
ผู้ชายที่ทั้งซื่อ ทั้งเซ่อขนาดนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
อวิ๋นเทียนหมิงแอบรักเฉิงซินมาโดยตลอด


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...