ตอนที่ 1268 การโจมตีลดมิติ
จงโจว
ในวิลล่าหลังหนึ่ง
เยี่ยชงคู่แข่งในศึกประชันวรรณกรรมของฉู่ขวง ก็ได้เห็นหนังสือ ‘สามกาย ภาคสาม: มัจจุราชนิรันดร์’ พอดี
ความจริงแล้ว
หลังจากอ่านภาคสองจบ เยี่ยชงก็ยอมรับกับอย่างหมดใจ เขาตระหนักได้ทัทีว่าในการประชันวรรณกรรมครั้งนี้ เขาคงรอดยากเต็มที เพราะผลงานของฉู่ขวงเล่มนี้ช่างเหนือชั้น
โครงเรื่อง!
อารมณ์!
จินตนาการ!
ทุกองค์ประกอบได้รับการถ่ายทอดออกมาจนถึงขีดสุด!
ภาพของจักรวาลอันกว้างใหญ่ สงครามระหว่างกองยานขนาดมหึมานั้นทรงพลังและตระการตา ทำให้ผู้อ่านดำดิ่งลงสู่เรื่องราวจนถอนตัวไม่ขึ้น จนแม้แต่เยี่ยชงเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย!
นี่แหละคือ ผลงานไซไฟระดับตำนาน!
นอกเสียจากว่า ภาคที่สามของฉู่ขวงจะมาตกม้าตายตอนจบ ไม่อย่างนั้นแล้ว การประชันวรรณกรรมในครั้งในครั้งนี้ เขาย่อมแพ้อย่างไม่มีทางพลิกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน!
จะว่าไปแล้ว
โลกของสามกายนั้นช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
เยี่ยชงลองจินตนาการดูเล่นๆ ก็รู้สึกว่าการจะหาทางจบให้ลงตัวนั้นยากเอาเรื่อง อย่างน้อยในตอนนี้เขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่าจะจบอย่างไรดี “น่าจะต้องเป็นศึกใหญ่ระหว่างโลกกับชาวสามกายนั่นแหละ แต่ถ้าเป็นแบบนั้น จะไม่ธรรมดาไปหน่อยหรือ ก็เห็นๆ อยู่ว่าโลกถูกกดขี่ขนาดนี้ แล้วจะพลิกกลับมาชนะได้อย่างไรกัน คงไม่ได้คิดจะให้สามกายจะเป็นฝ่ายชนะในสงครามหรอกใช่ไหม?”
ตอนจบนี่แหละที่ขมวดเก็บยากที่สุด!
แล้วฉู่ขวงจะเขียนภาคสามให้รอดได้ไหมเนี่ย?
ด้วยความสงสัยในใจนั้น เยี่ยชงจึงเปิดอ่านสามกายภาคสามต่อไปเรื่อยๆ
จากบทแรก
หนึ่งชั่วโมง…
สองชั่วโมง…
สามชั่วโมง…
จนเวลาผ่านไปครึ่งค่อนวันโดยไม่รู้ตัว.
การอ่านกินเวลายาวนาน
แต่เยี่ยชงกลับอ่านอย่างเพลิดเพลินใจ ไม่ได้รับรู้ถึงการไหลผ่านของกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย
อ่านไปเรื่อยๆ
สีหน้าของเยี่ยชงก็เริ่มเปลี่ยนไป
ตอนจบที่หักมุมอย่างรุนแรงทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน!
“เชี่ยเอ๊ย!”
ชายผู้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนนิยายไซไฟอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ กลับอุทานคำสบถออกมา ขณะกำลังอ่านนิยายไซไฟของคนอื่น!
สงครามระหว่างสามกายกับโลกน่ะหรือ?
ไม่มีหรอก!
แต่เดิมเขาคิดว่านี่คือนิยายเกี่ยวกับเอเลี่ยน ทว่าฉู่ขวงกลับเขียนนิยายชื่อ สามกายถึงสามภาค โดยที่จนถึงตอนจบ ชาวสามกายยังไม่เคยปรากฏตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ระบบสุริยะได้เผชิญหน้ากับแผ่นเวกเตอร์สองมิติ
และการโจมตีลดมิติอันสะเทือนจักรวาลได้อุบัติขึ้น!
ส่วนทางฝั่งสามกายเอง ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นัก
กองยานรบระดับดาวฤกษ์ของอารยธรรมมนุษย์อย่างยานบลูสเปซและยานกราวิตี ได้ส่งคลื่นแรงโน้มถ่วงออกไป ประกาศพิกัดของระบบดาวสามกายออกไปทั่วเอกภพ และนั่นเองได้จุดชนวนทฤษฎีป่ามืด นำมาซึ่งการโจมตีและสังหารที่รุนแรง!
กองยานกลุ่มที่สองของชาวสามกาย ซึ่งเดินทางด้วยความเร็วแสง ก็ยิ่งเร่งให้พวกเขาถูกค้นพบและถูกทำลายเร็วขึ้น
ว่ากันว่ากองเรือของสามกายซึ่งหลบหนีจากระบบดาวคนครึ่งม้ามาได้สำเร็จ สุดท้ายน่าจะถูกทำลายในสงครามระหว่างดาวในกลุ่มดาววัว
ดาวแม่ดับสลาย!
เหลือเพียงเศษซากแห่งอารยธรรม!
นั่นแหละคือจุดจบของทั้งดาวสามกายและโลก ในจักรวาลอันไร้ขอบเขตนี้ แม้แต่สามกายเอง ก็เป็นเพียงแมลงตัวหนึ่งในสายตาของอารยธรรมอื่นเท่านั้น
แต่แน่นอน
สิ่งที่ทำให้เยี่ยชงอุทานคำหยาบออกมา ไม่ใช่ตอนจบนี้
ตอนจบแบบตายหมู่ นั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับนิยายไซไฟ เยี่ยชงเองก็เคยเขียนแบบนั้น สิ่งที่ทำให้เขาหลุดคำสบถออกมาก็คือแผ่นเวกเตอร์สองมิติและการโจมตีลดมิติ!
ของแบบนี้สุดยอดไปเลย!
นี่คือหนึ่งในอาวุธที่ใช้กฎของจักรวาล
แผ่นเวกเตอร์สองมิติ อาวุธชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกวาดล้างอารยธรรมอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ในระบบดาวอันซับซ้อนทั้งหลาย
เพราะฉะนั้น สำหรับอารยธรรมระดับสูงในกาแลกซี แผ่นเวกเตอร์สองมิตินี้ไม่ใช่อาวุธด้วยซ้ำ แต่มันคือเครื่องมือทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหาก!
ในจักรวาลสามมิติ มีสามแกนพื้นฐานคือ บน-ล่าง ซ้าย-ขวา และหน้า-หลัง
แต่เมื่อแผ่นเวกเตอร์สองมิติสัมผัสกับจักรวาลสามมิติในเสี้ยววินาที หนึ่งในมิติเหล่านั้นจะหดตัวจากระดับมหภาคลงสู่จุลภาค ส่งผลใส่งผลให้จักรวาลสามมิติและสสารทั้งหมดในนั้นยุบตัวลงเป็นจักรวาลสองมิติ ‘ละลาย’ กลายเป็นเพียงระนาบแบนที่มีแค่ความยาวและพื้นที่ ทว่าขาดแนวคิดเรื่องปริมาตรไปโดยสิ้นเชิง!
ในนิยาย ปีค.ศ. 2403
ชาวซิงเกอร์ได้ขว้างแผ่นเวกเตอร์สองมิติเข้าสู่ระบบสุริยะ
และในปีเดียวกันนั้นเอง
ระบบสุริยะทั้งหมด พร้อมมนุษย์เกือบทุกคนบนโลกถูกบีบอัดเป็นสองมิติและสูญสิ้นไป
อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหนึ่งในเรื่องซึ่งบ่งบอกให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว แผ่นเวกเตอร์สองมิติที่ทำลายระบบสุริยะนั้นถูกปล่อยมาก่อนชาวซิงเกอร์เสียอีก นั่นหมายความว่า หลังจากพิกัดของโลกถูกเปิดเผย ระบบสุริยะได้ตกเป็นเป้าโจมตีของอารยธรรมต่างดาวมากมาย การล่มสลายจึงเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
เมื่อพิกัดของโลกถูกเปิดเผย ระบบสุริยะจึงถึงฆาตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!
“การทำให้พื้นที่ยุบตัวเป็นสองมิติด้วยแผ่นเวกเตอร์สองมิติจะไม่มีวันหยุดลง และความเร็วของการยุบมิตินั้นจะค่อยๆ เร่งขึ้นจนถึงระดับความเร็วแสงแต่ถ้าสามารถหลบหนีด้วยความเร็วแสงได้โดยใช้เทคโนโลยีอย่างเครื่องยนต์โค้งมิติ ก็ยังพอมีโอกาสรอดจากชะตากรรมถูกบีบให้กลายเป็นสองมิติ แต่เพราะอารยธรรมระดับสูงในจักรวาลต่างนำกฎของจักรวาลมาดัดแปลงเป็นอาวุธ และใช้อย่างไม่ยั้งคิดกันบ่อยครั้ง ทำให้จักรวาลเองกำลังค่อยๆ สลายตัวทีละน้อย”
เยี่ยชงพึมพำกับตัวเองราวกับตกอยู่ในภวังค์
“ตามทฤษฎีซูเปอร์สตริง อวกาศและกาลเวลาเกิดจากสิบมิติของพื้นที่และหนึ่งมิติของเวลา การมีอยู่ของอาวุธลดมิติบ่งชี้ว่าจักรวาลมิติสูงได้เข้าสู่หรือกำลังเข้าสู่กระบวนการทำลายล้างแล้ว เหล่าผู้รอดชีวิตจากจักรวาลมิติสูงเหล่านั้น ได้ดัดแปลงตัวเองให้หนีลงมาสู่จักรวาลที่มีมิติต่ำกว่า และตอนนี้อารยธรรมสามมิติที่ทรงพลังบางส่วน ก็เริ่มเปลี่ยนร่างของตนเองให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตสองมิติเพื่อดำรงอยู่ต่อไปในโลกอันแบนราบของจักรวาลสองมิตินั้น…”
เยี่ยชงยอมจำนนแล้ว
“งั้นก็เท่ากับว่ามนุษย์ทั้งหมด กลายเป็นพวกกระดาษแบนๆ ไปแล้วสินะ หลักการคือการสลายตัวของสุญญากาศ หรือเป็นการบีบอัดและม้วนตัวของมิติใดมิติหนึ่งในสามมิติเดิม แล้วก็ค่อยๆ กลืนกินและรื้อถอนโครงสร้างของอวกาศไปทีละส่วนกันแน่?”
ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบใด เยี่ยชงก็ตะลึงจนพูดไม่ออก!
แผ่นเวกเตอร์สองมิติ คือการโจมตีลดมิติที่ชาวซิงเกอร์และเหล่าอารยธรรมระดับสูงใช้ทำลายระบบสุริยะ
แต่เมื่อมาขบคิดอีกมุมหนึ่ง นิยายสามกายเองก็เป็นเหมือนการโจมตีลดมิติครั้งใหญ่ใส่ผลงานฝ่าระบบสุริยะของเขาเช่นเดียวกัน!
…
ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เยี่ยชงอ่านมาถึงตอนท้ายของเรื่องนั้นเอง
เหล่าผู้อ่านคนอื่นๆ ที่อ่านภาคมัจจุราชนิรันดร์ด้วยความกระตือรือร้นก็ทยอยอ่านมาถึงตอนจบเช่นกัน
บนเว็บไซต์สตาร์เน็ต
ในพื้นที่รีวิวนิยาย
คอมเมนต์จากผู้อ่านทั่วทุกทวีปหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย!
แผ่นเวกเตอร์สองมิติได้ทำลายทั้งระบบสุริยะไปสิ้น พวกสามกายถูกโจมตีด้วยอนุภาคแสง และทฤษฎีป่ามืดถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติ ยกระดับฉากหลังอันยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกขั้นในชั่วพริบตา!
‘อ๊าก!’
‘ล่มสลาย ล่มสลายกันหมด ทุกคนตายหมด!’
‘พวกสามกายนี่ยังไม่ทันได้ออกโรง ก็ไปซะแล้ว!’
‘โลกก็พัง แม่ดาวก็ล่มสลายไปพร้อมกัน จักรวาลกำลังสลายตัว กฎแห่งสรรพสิ่งถูกลบเลือนหมด ที่แท้ลางบอกเหตุล่วงหน้าของตอนจบซ่อนอยู่ในภาคสองทั้งหมด ซึ่งก็คือทฤษฎีป่ามืด ทุกชีวิตเป็นทั้งนักล่าและเหยื่อในเวลาเดียวกัน! หลัวจี๋เห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่งตั้งแต่ต้นแล้ว!’
‘แผ่นเวกเตอร์สองมิติทำลายสมองฉันไปแล้วด้วย!’
‘นิยายไซไฟส่วนใหญ่ยังมัวแต่เขียนถึงเทคโนโลยีของเอเลี่ยนรุกรานบลูสตาร์ แต่ไอเดียเจ๋งเป้งที่สุดที่ฉันเคยเห็น ก็คือกลยุทธ์โจมตีลดมิติของเจ้าแก่ฉู่ขวงนี่แหละ!’
‘นักฟิสิกส์ของมนุษยชาติสิ้นหวังอีกครั้ง!’
‘ขอผมอวดแนวคิดอันบรรเจิดสักหน่อย ไหนมีใครร้องว่าอยากไปอยู่โลกสองมิติไม่ใช่หรือ ตอนนี้สมใจแล้วใช่ไหม ทั้งระบบสุริยะกลายเป็นโลกสองมิติหมดแล้ว!’
‘การหักมุมในภาคสามนี่สุดยอดจริงๆ ยุทธวิธีลวงของพวกสามกายก็เขียนได้เฉียบแหลมมาก!’
‘ฉู่ขวงเล่นเขียนจนกลายเป็นพงศาวดารสงครามจักรวาลไปแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับการกดขี่ของสิ่งมีชีวิตสี่มิติต่อสามมิตินี่เขียนได้ตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ !’
‘ฉันเคยคิดว่าภาคสองคือขีดสุดแล้ว ภาคสามแค่ขมวดเก็บเนื้อเรื่องให้แยบยลก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงคนนี้ดันมอบเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้ฉันอีก ยิ่งเขียนยิ่งสนุกขึ้นเรื่อยๆ !’
‘ภาคสามนี่แหละ คือแก่นแท้ของนิยายชุดสามกายอย่างแท้จริง!’
‘ตรรกะที่แน่นหนาและรอบคอบ ผสานกับความรู้ที่ลึกซึ้งและรอบด้าน แถมยังมีการเสียดสีมนุษย์และการเมืองร่วมสมัยอย่างแยบยล ทั้งหมดนี้ถูกวางบนฐานของนิยายไซไฟ แล้วถ่ายทอดออกมาด้วยความรู้เชิงวิชาการที่แม่นยำ เจ้าแก่ฉู่ขวงเปรียบได้ดั่งตัวแทนของเหล่าบุคคลระดับสูงสุดของโลกในนิยายของเขาเอง เฉียบจนเกินบรรยาย!’
‘ฉู่ขวงมักยึดถือแนวคิดแบบนี้เสมอ’
‘เมื่อเผชิญกับความกว้างใหญ่ของจักรวาล มนุษย์ช่างเล็กกระจ้อยร่อย แม้แต่ระบบสุริยะเองก็ยังเล็กจนน่าอนาถใจ เล็กขนาดที่พวกเขาใช้แค่แผ่นเวกเตอร์สองมิติซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือกำจัดขยะจักรวาล ก็สามารถชำระล้างเราทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย’
ความสั่นสะเทือนจากเรื่องนี้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของผู้อ่านทุกคน!
…
นอกจากเสียงชื่นชมที่ถาโถมมาอย่างล้นหลามแล้ว แน่นอนว่าประเด็นที่คนพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับตอนจบ ก็คือเฉิงซิน!
ในหมู่คอมเมนต์ยอดไลก์สูงสุดนั้น
มีคอมเมนต์หนึ่งที่เขียนได้ทั้งเจ็บแสบที่สุด
‘ขอสปอยล์ภาคสามแบบไม่รับผิดชอบนะ มีชายหนุ่มผู้ขี้แพ้คนหนึ่งใช้เงินเก็บทั้งหมดของเขาซื้อดาวดวงหนึ่งให้หญิงสาวที่เขารัก แต่ก่อนตาย หญิงสาวคนนั้นกลับผ่ากะโหลกเขา เอาสมองมาใช้ หลายปีต่อมา พ่อหนุ่มคนนั้นได้ร่างคืนมาด้วยเทคโนโลยีต่างดาว แล้วตั้งใจจะช่วยหญิงสาวคนนั้นกอบกู้โลกที่กำลังล่มสลาย ทว่าตลอดเรื่อง พ่อหนุ่มและเพื่อนร่วมทีมระดับเทพต่างก็แบกทีมกันสุดชีวิต แต่หญิงสาวคนนั้นกลับพลาดสองจังหวะสำคัญในช่วงเวลาที่ได้เปรียบอย่างมหาศาล ส่งผลให้ระบบสุริยะทั้งระบบถูกทำลาย และสุดท้ายหญิงสาวผู้รอดชีวิตก็หนีไปกับหนุ่มหล่อรวยที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวบนโลก!”
เห็นได้ชัดว่า
คนเขียนคอมเมนต์นี้ กำลังเดือดดาลเพราะเฉิงซิน
และที่ยอดไลก์พุ่งขนาดนี้ก็เพราะผู้อ่านจำนวนมากต่างก็รู้สึกหัวเสียกับเฉิงซินจนปวดตับและลามไปถึงอวัยวะภายในส่วนอื่นๆ แล้ว!
หลายคนถึงกับคอมเมนต์อย่างเดือดดาลว่า
‘ถ้าเอาเฉิงซินออกไป แล้วให้จางเป่ยไห่ หรือสุ่มเลือกใครก็ได้มาแทน มนุษยชาติคงไม่ต้องจบอนาถแบบนี้หรอก!’
‘โรคแม่พระแบบนี้ต้องรักษา!’
‘เล่มนี้ดีแทบทุกอย่าง แต่เฉิงซินนี่ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมต้องมีตัวละครแบบนี้ด้วย น่าขยะแขยงชะมัด!’
‘ผมอยากให้มีแผ่นเวกเตอร์สองมิติถล่มใส่เฉิงซินสักดอก’
‘ตัวละครหญิงในเล่มนี้ บอกตามตรงว่าไม่มีใครน่ารักเลยสักคน’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่เพิ่งอกหักมาหรือ ตัวเอกหญิงผู้หญิงทั้งสามภาคยิ่งแก่ยิ่งน่ารำคาญ’
‘คนอย่างเฉิงซินนี่ป็นนางเอกได้ยังไงก่อน ฉันอ่านหนังสือมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่อยากกระโดดเข้าไปข้างในแล้วบีบคอตัวเอกหญิงเลย ก่อนหน้านี้ตัวละครที่ฉันเกลียดที่สุดในงานเขียนฉู่ขวงคือเจียงอวี้เยี่ยน!’
‘เฉิงซินจะเอาอะไรมาสู้กับเจียงอวี้เยี่ยนได้กัน?’
‘อวิ๋นเทียนหมิงชอบเฉิงซินได้ไง ตาบอดชัดๆ ’
‘แค่นิสัยคลั่งรักของพ่อหนุ่มผู้ขี้แพ้เท่านั้นเอง ล้มเหลวไม่เป็นท่า จะลำบากตรากตรำแค่ไหนก็ไม่ได้อะไรจากนางฟ้าในดวงใจเลย’
‘เฉิงซินก็ไม่ได้รักอวิ๋นเทียนหมิงด้วยซ้ำ’
‘หน้ามืดตามัวเกินเยียวยา’
…
ให้ตายเถอะ
ด่าเฉิงซินก็ว่าไปอย่าง
แต่คราวนี้ดันลากอวิ๋นเทียนหมิงมาด่าด้วย!
เมื่อเป็นแบบนี้จึงมีคนทนไม่ไหว
แซวขำๆ ก็พอ นี่คิดจริงหรือว่าอวิ๋นเทียนหมิงเป็นคนขี้แพ้?
ขำไปเถอะ
นายเคยเห็นคนขี้แพ้ที่ได้รับความเคารพจากทั้งอารยธรรมต่างดาวไหม?
เคยเห็นคนขี้แพ้ที่แค่ไอเดียเดียวก็ทำให้เพื่อนสร้างรายได้เป็นพันล้านไหม?
เคยเห็นคนขี้แพ้ที่สมองถูกศัตรูทรมานจนปางตาย แต่ยังแทรกซึมเข้าไปถึงใจกลางฝ่ายศัตรูได้ไหม?
เคยเห็นคนขี้แพ้ที่สามารถให้เส้นทางรอดแก่ทั้งมวลมนุษยชาติได้ไหม?
จะพูดถึงยานความเร็วแสงหรือ?
พวกคุณยังออกจากวงโคจรโลกไม่ได้เลย!
‘อวิ๋นเทียนหมิงคือตำนานที่มีชีวิตนะ เขาแค่ดูเหมือนพวกขี้แพ้ในตอนแรกเท่านั้นเอง หลังจากนั้นแม้แต่หน้าตาเขาก็ไม่เหมือนพวกขี้แพ้อีกต่อไปแล้ว ส่วนเฉิงซินที่ไม่ได้อยู่กับเขาในตอนท้าย ก็เพราะเธอ ไม่คู่ควรกับเขาต่างหาก!’
‘ใช่เลย!’
‘ด่าหาเฉิงซินก็แล้วไป อย่าดึงอวิ๋นเทียนหมิงมาเอี่ยวด้วย’
‘แน่นอน แต่ด่าฉู่ขวงได้’
‘ฮ่าๆๆๆ เจ้าแก่คนเขียนนี่กลับมาบ้าอีกแล้ว แท้จริงก็จบแบบตายหมู่ เชื่อไหมล่ะว่าฉันไม่รู้สึกแปลกใจเลย?’
‘ชินแล้วละ หลังจากเขาลงดาบใส่ตัวละครมานับไม่ถ้วน ท้ายที่สุดก็เขียนถึงการล่มสลายของจักรวาลสักที’
‘ที่จริงการตายหมู่ที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายเลยนะ นี่แหละสไตล์เจ้าแก่ฉู่ขวง แต่อย่างว่าคุณภาพก็ยังเป็นเจ้าแก่อยู่ดี’
‘รู้สึกว่าเรื่องสามกายเป็นหนังสือที่อ่านจบทั้งสามภาคแล้ววางหนังสือลง เงยหน้าขึ้นมามองโลกด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเลย’
‘ชื่อภาคสามของเจ้าแก่นี่เจตนาร้ายชัดๆ มัจจุราชนิรันดร์คืออะไรกันแน่นะ?’
‘ความหมายของมัจจุราชนิรันดร์ก็คือ เฉิงซินทำให้ระบบสุริยะตาย แต่เธอกลับยังอยู่รอดต่อไป ใครเป็นมัจจุราชก็เห็นๆ กันอยู่แล้วนะ (อีโมจิหัวเราะ)’
‘เฉิงซิน: เวด ฉันคือคนที่ทำลายกำแพงให้นะ’
‘เวด: ถ้าฉันฆ่าเฉิงซินให้เร็วหน่อย เรื่องก็คงง่ายกว่านี้’
‘นิทานสามเรื่องของอวิ๋นเทียนหมิงงดงามเกินบรรยาย เสียดายที่ความรู้สึกดีทั้งหมดโดนแม่พระทำพังหมด ไม่เสียแรงที่ได้ชื่อว่าแม่พระอันดับหนึ่งแห่งระบบสุริยะ’’
‘สังเกตไหม ถึงจะจบแบบตายหมู่ คราวนี้คนกลับไม่ค่อยด่าเจ้าแก่ฉู่ขวงเลย’
‘เป็นไปได้ไหม แค่เป็นไปได้เท่านั้นนะ ว่าเจ้าแก่นั่นตั้งใจสร้างเฉิงซินขึ้นมา เพื่อให้เธอเป็นตัวรับกระสุนแทนเขา?’
‘ฮึก!’
‘เฉิงซินนี่โดนด่าแทนเจ้าแก่ฉู่ขวงเต็มๆ !’
‘ไม่ด่าเจ้าแก่ก็เพราะเขาเขียนออกมาได้สุดยอดมาเลยต่างหากดวงดาวกับทะเลหมู่ดาวอะไรน่ะจิ๊บจ๊อยไปเลย มหากาพย์จักรวาลยังดูจืดๆ เมื่อเทียบกับแนวคิดโจมตีลดมิติ ระบบสุริยะจะล่มสลายงั้นหรือ ช่างมันเถอะไม่มีไซไฟเรื่องไหนแข็งแกร่งเท่านี้อีกแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าแพ้แต่ก็ยังสู้ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางรอดแต่ก็ยังไม่ยอม นั่นแหละคือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์!’
ชั่วขณะนั้น
ทั้งโลกออนไลน์
ราวกับว่าทั่วทั้งบลูสตาร์กำลังพูดถึงเรื่องสามกายเหมือนกัน!
ตั้งแต่เยี่ยเหวินเจี๋ยไปจนถึงจางเป่ยไห่ ตั้งแต่หลัวจื้อถึงสื่อเฉียง แม้กระทั่งอวิ๋นเทียนหมิงกับเฉิงซิน ชื่อของตัวละครเหล่านี้ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง!
บนบล็อก
จี๋เค่อปู้ลั่ว
และบนแพลตฟอร์มโซเชียลทุกหนแห่ง
หากไม่ใช่ฉู่ขวงแล้วละก็ คงไม่มีนักเขียนคนอื่นที่ทำให้เกิดกระแสระดับนี้ได้มีแต่ฉู่ขวงที่ทำได้ ทุกครั้งที่เขาปล่อยผลงานชิ้นเอกออกมา ก็มักจะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับบลูสตาร์เสมอ
สำหรับผู้อ่านบางคน เฉิงซินน่ารังเกียจมากจริง
แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมของนิยายเรื่องนี้ก็คือ ต่อให้พวกเขาเกลียดเฉิงซินแค่ไหน พวกเขาก็ยังพร้อมจะยกนิ้วให้เรื่องสามกาย และมอบคะแนนรีวิวระดับสูงสุดให้อย่างเต็มใจ!
โซฟอน!
ดรอปเล็ต!
เทคโนโลยีเมนทัลซีล!
วอลล์เบรกเกอร์และวอลล์เฟเซอร์!
แผ่นเวกเตอร์สองมิติ ดาร์กโดเมน ระบบขับเคลื่อนความโค้ง!
เสน่ห์ของไซไฟสายแข็งแผ่ขยายไปทั่ว ทุกคนต่างตกหลุมรักสามกาย!
และในขณะที่การถกเถียงยังร้อนระอุไปทั่วโลกออนไลน์
บนบล็อก
เยี่ยชง อดีตนักเขียนไซไฟมือหนึ่งของบลูสตาร์ ประกาศยอมแพ้อย่างเป็นทางการต่อฉู่ขวง!
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ อดีตมือหนึ่งนั่นแหละ เพราะตอนนี้นักเขียนไซไฟมือหนึ่งหนึ่งของบลูสตาร์ ได้กลายเป็นฉู่ขวงแล้วเป็นที่เรียบร้อย!
ในแวดวงนิยายไซไฟของบลูสตาร์!
ฉู่ขวงผงาดขึ้นครองบัลลังก์!
โหมดอ่านต่อเนื่อง
เมื่อเข้าสู่หน้านิยายที่ถูกล็อกด้วยเหรียญระบบจะใช้เหรียญปลดล็อกตอนต่อไปโดยอัตโนมัติ
• เมื่อเหรียญทองหมด สามารถเติมเงินแล้วอ่านต่อได้เลย ไม่สะดุด
• โหมดอ่านต่อเนื่องจะเป็นการตั้งค่ารายเรื่อง และปิดโหมด อัตโนมัติเมื่อออกจากหน้าการอ่านนิยายเรื่องนั้น
อ่านน้อยลง
คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้
เขียนรีวิว
อ่านถึงตอนล่าสุดแล้ว อ่านเรื่องนี้ระหว่างรอ!
ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์
หว่อจุ้ยป๋าย (我最白) · JaiYen · Ink Stone_Fantasy
บทที่ 1268 มีสหายมาจากแดนไกล
Ink Stone_Fantasy
นอกโลกใบเล็ก การต่อสู้ระหว่างฟ้าและดินก็ดุเดือดขึ้นมาแล้ว
บนท้องฟ้าฝนเลือดเทกระหน่ำ เหล่ามนุษย์จิ๋วนับไม่ถ้วนกวัดแกว่งขวาน ฟันต้นไม้ ผ่าภูเขาไม่หยุด
ผืนแผ่นดิน เทือกเขาคำรามกึกก้อง ต้นไม้แห้งเหี่ยวทั่วฟ้าดิ้นรนต่อสู้สุดกำลัง
ส่วนภายในโลกใบเล็ก ฝนเลือดตกลงมาเช่นกัน การฆ่าล่างสังหารกำลังเปิดฉากอยู่!
เสียงคำรามอันน่าสังเวชก่อนตาย ตลอดจนเสียงระเบิดก้องกังวานที่ดังไปทั่วทั้งแปดทิศ และยังมีระลอกคลื่นพลังวิชาเทพเป็นทางๆ อาบย้อมโลกใบเล็กทั้งใบจนเต็มไปด้วยสีสัน
นี่คือการแลกเปลี่ยน
เงื่อนไขของฝ่ายหนึ่งคือสังหารเทพเจ้าทั้งหมดให้สิ้นซาก!
มีเพียงแบบนี้เท่านั้น แรงเหนี่ยวนำที่ปกปิดไว้และเศษชิ้นส่วนที่หายไปจึงจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง
แม้ว่า…มองจากมุมมองของสวี่ชิง จากการวิเคราะห์ของเขา เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการหลอกลวงอยู่ แต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะลงมือสังหาร
เพราะการตื่นขึ้นของหนูทองตัวเล็กย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ดังนั้นฝนเลือดในโลกใบเล็กแห่งนี้จึงตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ซากศพของเทพเจ้าแต่ละร่างๆ ร่วงลงมาจากท้องฟ้า กระแทกลงบนผืนดิน ที่รกร้างซากปรักหักพังแหลกราญ เกิดฝุ่นพัดหอบ ผสานไปกับฝนเลือด กลายเป็นหมอกเลือดที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนี้ท่ามลางหมอกเลือดเดือนพล่าน เงาร่างของตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเลือนลาง
ในขณะเดียวกันก็ยังเห็นเทพเจ้าระดับแท่นเทวะสามองค์ที่เขาจับตามองให้ความสนใจเป็นพิเศษก่อนหน้านี้อยู่ในหมอกโลหิตนี้ อยู่เดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลกับสวี่ชิง
แบ่งเป็นดวงตา หญิงชรา ความเสื่อมโทรมรุ่งโรจน์!
พลังอำนาจเทพที่มาจากเหล่าองค์ท่านกำลังปะทุขึ้น
โดยเฉพาะดวงตาที่รูม่านตามีระฆังราวสัมฤทธิ์ปรากฏ สายตาขององค์ท่านทำให้สวี่ชิงมีความรู้สึกคล้ายกับธรรมนูญของโจวเจิ้งลี่ ในตอนนี้ท่ามกลางหมอกเลือด ในเสี้ยวพริบตาที่มันจับเป้าหมายสวี่ชิง…
เสียงระฆังดังก้องไปทั่วฟ้า สั่นสะท้านเลื่อนลั่นกึกก้อง!
แปรเป็นเสียงเทพที่ทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่ง!
จะตรึงวิญญาณของสวี่ชิง!
ยิ่งมีสีสัมฤทธิ์อาบย้อมไปทั่วทุกสารทิศอย่างรวดเร็ว ราวกับจะโจมตีหมอกเลือดแช่แข็งเลือดเนื้อของสวี่ชิง!
นอกจากนี้ทรายดาราที่ห่อหุ้มอักษรเทพบิดเบี้ยวทะลักออกมาจากลงมาจากขอบตาล่าง กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากและขวางเส้นทางของสวี่ชิง
สิ่งที่มาพร้อมกันคือปุ่มดูดรูปฝ่ามือพุทธองค์ที่ปลายของดวงตานี้ ในขณะที่พวกมันหายใจเข้าออก พลังดูดมหาศาลก็ปกคลุมสวี่ชิง จะกลืนกินร่างกายเขา
ในเวลาเดียวกัน หญิงชราและความรุ่งโรจน์เสื่อมโทรมก็ปะทุพลังออกมาเช่นกัน
ในหมอกเลือด ในดวงตาสวี่ชิงมีประกายแสงเย็นเยือกฉายวาบ เขารู้ว่าเวลากระชั้นชิด หากล่าช้าก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้!
ดังนั้นการสังหารครั้งนี้ยิ่งจบลงเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี
คิดถึงตรงนี้ ในใจสวี่ชิงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ภายใต้การปกคลุมของแรงดูดนั้น เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เลิกการต่อต้านทุกอย่างทันที ปล่อยให้ดวงตาสัมฤทธิ์แปลกประหลาดนั่นกระชากเขาไป
กระทั่งว่ายังเป็นฝ่ายช่วยเสริมพลังให้ ทำให้ความเร็วที่ตัวเองถูกดูดไปเร็วยิ่งขึ้น
เพียงพริบตาหมอกเลือดพวยพุ่ง บดบังสายตา ทำให้การฆ่าล้างสังหารในหมอกเลือด โลกภายนอกไม่อาจมองเห็นได้ ทำได้เพียงแค่ได้ยินเสียงก้องกังวานจากภายในเท่านั้น
นั่นคือการปะทุของวิชาเทพของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะหลายองค์
มาพร้อมด้วยเสียงครวญครางต่ำทุ้มของสวี่ชิง ยิ่งมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็นระลอก
เสี้ยวพริบตาต่อมาในบริเวณที่หมอกเบาบางปกคลุม ในที่สุดก็มองเห็นเงาร่างสวี่ชิงที่กระอักเลือด พลันปรากฏขึ้นที่ข้างหน้าของเทพเจ้าดวงตาองค์นั้น
ที่ตรงนั้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด แต่ก็ไม่ได้หยุดรั้งรีรอเลยแม้แต่น้อย แทงเหล็กแหลมในมือเข้าไปในรูม่านตาของดวงตายักษ์อย่างเต็มแรง!
ระฆังราวสัมฤทธิ์สั่นสะเทือน ส่งเสียงคร่ำครวญโศกเศร้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ใบหน้านับไม่ถ้วนที่ปรากฏบนพื้นผิวระฆังต่างต่างบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ส่วนเสียงร้องไห้กลายเป็นวัตถุจริง แปรเปลี่ยนเป็นอักษรคำสาปสีเลือดตัวหนึ่ง พุ่งออกมาจากดวงตา ปกคลุมสวี่ชิงเอาไว้
ในขณะเดียวกัน รยางค์นับไม่ถ้วนของดวงตานี้ก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แทงไปหาสวี่ชิงราวกับมีดคม
ราวกับจะผลักสวี่ชิงออกไป…
ในที่ไกล เทพเจ้าระดับแท่นเทวะอีกหลายองค์ก็ฉวยโอกาสนี้ พุ่งมาอย่างรวดเร็ว
ในดวงตาของสวี่ชิงฉายแววเหี้ยมโหด ปล่อยให้รยางค์เหล่านั้นทะลวงร่างกายของตัวเองไป ไม่สนใจอาการบาดเจ็บตลอดจนการไหลรินของเลือด ปะทุพลังของเหล็กแหลมในมือออกมาอย่างเต็มที่
ท่ามกลางเสียงระเบิดกึกก้อง เหล็กแหลมเล่มนี่ก็ทะลุผ่านดวงตาสัมฤทธิ์!
ลูกตาสั่นสะท้านรุนแรง!

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...