เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1272

ตอนที่ 1272 รสชาติของการนอนรอชัยชนะนี่ไม่เลวเลยจริงๆ

อันดับดนตรีระดับบลูสตาร์ของเซี่ยนอวี๋เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ !

จากเดิมที่อยู่อันดับแปด

พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับที่เจ็ดในทันใด!

‘อันดับเจ็ด!?’

‘เซี่ยนอวี๋ขึ้นมาเป็นอันดับเจ็ดแล้วหรือ!?’

‘แต่ช่วงนี้เขาก็ไม่ได้ออกเพลงใหม่เลยนะ หรือจะเป็นเพราะตอนที่ไปออกรายการเพลงของเรา?’

‘หมายถึงเพลงแดนสุขาวดีน่ะหรือ เพลงนั้นน่ะ ท่าเต้นดังยิ่งกว่าเพลงอีก!

‘ให้ตายสิ’

‘เซี่ยนอวี๋: ได้ข่าวว่าฉู่ขวงอยู่อันดับเจ็ดหรือ? งั้นผมก็ขอขึ้นมานั่งเล่นที่อันดับเจ็ดบ้างแล้วกัน เพื่อนซี้ไปไหนก็ต้องไปด้วยกันสิ!’

‘แต่นี่ขึ้นแบบกะทันหันมากเลยนะ’

‘กะทันหันที่ไหนกัน พวกคุณดูถูกเพลงเด็กหรือ?’

‘สาเหตุที่อันดับของเซี่ยนอวี๋พุ่งขึ้นมามันชัดเจนอยู่แล้วนี่ ก็เพราะอัลบั้มเพลงเด็กที่ปล่อยตอนวันเด็กไง ฮิตไปทั่วทั้งบลูสตาร์เลยนะ!’

‘เพลงเด็กนี่แรงขนาดนั้นเชียว?’

‘คุณคงไม่คลุกคลีกับเด็กเล็กบ่อยสินะ’

‘ไม่รู้ละสิ ว่าตอนนี้ตามโรงเรียนอนุบาล ฉันหมายถึงโรงเรียนอนุบาลทั่วทั้งบลูสตาร์ วิชาดนตรีเขาใช้แต่เพลงของเซี่ยนอวี๋ทั้งนั้น เรียกได้ว่าไปถามเด็กคนไหนก็ต้องฮัมเพลงของเขาได้สักท่อน!’

‘ยิ่งใหญ่ใช้ได้เลยนะ’

‘แล้วคุณยังจะบอกว่าเพลงเด็กไม่แรงอีกหรือ?’

ให้ตายสิ

เพลงเด็ก!

เพลงเด็กเนี่ยนะ!

ชาวเน็ตนึกไม่ถึงเลยว่า

เซี่ยนอวี๋ไม่เพียงใช้อัลบั้มเพลงเด็กเพียงอัลบั้มเดียว ก็สามารถคว้าอันดับหนึ่งของการจัดอันดับเพลงประจำฤดูกาลได้ แต่เขายังดันอันดับในสาขาดนตรีของตนเองให้ขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น!

ก่อนหน้านี้

ไม่มีใครบนเน็ตคาดคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้!

ผู้คนต่างพุ่งความสนใจไปยังฉู่ขวง เพราะถึงอย่างไรกระแสของนิยายชุดสามกายก็กำลังร้อนแรง ทุกคนมั่นใจว่าอันดับของเขาจะต้องพุ่งขึ้นอย่างแน่นอน จนแทบไม่มีใครสนใจอันดับของเซี่ยนอวี๋ในเดือนนี้เลย

แต่เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

ชาวเน็ตก็เอ่ยขึ้นอย่างสะท้อนใจ ‘เหลียนปี้เฉิงคงร้องไห้เป็นลมอยู่ในห้องน้ำแล้วละ!’

เพราะเหลียนปี้เฉิงคือพ่อเพลงจากฉู่โจว ผู้ซึ่งเคยครองอันดับที่เจ็ดในสาขาดนตรีมาก่อน

เขายังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมรายการเพลงของเรา หลินเยวียนเคยพบหน้าเขาหลายครั้งระหว่างการถ่ายทำ

อย่างไรก็ตาม เหลียนปี้เฉิงเองก็ยังไม่คาดคิดว่าอันดับของเขาจะถูกเซี่ยนอวี๋ใช้อัลบั้มเด็กมาปาดหน้าไปโดยไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้!

ต้องเข้าใจก่อนว่า

พ่อเพลงระดับเหลียนปี้เฉิง โดยปกติไม่มีใครแต่งเพลงเด็กหรอก

เพลงเด็กน่ะเรียบง่ายเกินไป!

พ่อเพลงระดับนั้นเล่นแต่ผลงานระดับสูงกันทั้งนั้น!

แต่กลายเป็นว่า อัลบั้มเพลงเด็กเพียงชุดเดียวของเซี่ยนอวี๋กลับสร้างปาฏิหาริย์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

อย่างไรเสีย

ต่อให้เป็นพ่อเพลงที่ฝีมือเป็นเลิศแค่ไหน ก็ไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่า

ตนเองสามารถเขียนอัลบั้มเพลงเด็กที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองได้เฉกเช่นที่เซี่ยนอวี๋ทำ!

ฉะนั้น การที่อันดับพุ่งขึ้นรอบนี้ เป็นผลมาจากอัลบั้มเพลงเด็กเพียงอย่างเดียวหรือ?

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นั้น

ไม่นานนักก็มีชาวเน็ตออกมาแสดงความคิดเห็นว่า

‘อิทธิพลของอัลบั้มเพลงเด็กเป็นส่วนหนึ่งก็จริง แต่อีกสาเหตุคือปัญหาที่ตัวเหลียนปี้เฉิงเอง คนที่ดูรายการเพลงของเราช่วงไม่กี่ตอนหลังคงเข้าใจดีว่าฉันหมายถึงอะไร’

‘ฮ่าๆ ’

‘หมายถึงตอนที่เหลียนปี้เฉิงแข่งประพันธ์เพลงกับลู่เซิ่งแล้วล้มไม่เป็นท่าน่ะหรือ?’

‘ไม่ใช่แค่นั้นหรอก!’

‘สองเดือนที่ผ่านมา แข่งกี่รอบก็เห็นชัดเลยว่ามีปัญหาเยอะมาก’

ใช่แล้ว

ตอนนี้รายการวาไรตีแนวดนตรีที่ฮ็อตฮิตที่สุดบนบลูสตาร์อย่างรายการเพลงของเรา ยังคงออกอากาศต่อเนื่อง

ในรายการนี้เอง เหลียนปี้เฉิง ผู้ซึ่งครองอันดับที่เจ็ดบนการจัดอันดับสาขาบนดนตรี เคยพ่ายให้กับลู่เซิ่งซึ่งอยู่อันดับที่ 10 ในการแข่งขันรอบหนึ่ง

เดิมทีเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก

เพราะอันดับนั้นสะท้อนแค่ศักยภาพโดยรวม

การพ่ายแพ้บ้างเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าฝีมือถดถอยเสมอไป

เช่นเดียวกับแชมป์โลกอย่างหม่าหลง ที่บางทีก็ยังพลาดพลั้งได้เหมือนกัน

แต่แพ้หนึ่งครั้งยังพอว่า แพ้หลายครั้งติดต่อกันนี่สิ มันเริ่มบ่งบอกถึงปัญหาบางอย่างได้แล้ว

ในการแข่งขันช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เหลียนปี้เฉิงต้องเจอกับอบิเกลพ่อเพลงจากจงโจวถึงสามครั้ง!

อบิเกลอยู่ในอันดับที่หกของการจัดอันดับสาขาดนตรี

สูงกว่าเหลียนปี้เฉิงเพียงหนึ่งอันดับเท่านั้น

ว่ากันตามเหตุผลแล้ว การเผชิญหน้ากันแบบนี้ เหลียนปี้เฉิงก็มีโอกาสชนะไม่น้อยเลยทีเดียว

เดิมทีหลินเยวียนคิดว่า เป้าหมายนี้คงต้องรอให้ถึงช่วงคอนเสิร์ตก่อนถึงจะทำได้

แต่ใครจะไปคิดล่ะ

ว่าคอนเสิร์ตยังไม่ทันได้เริ่มเลย เขาก็ทำได้ซะแล้ว

เขามองการณ์ ‘ใกล้’ ไปเองสินะ

เมื่อมองกลับไปแผนการปีใหม่ที่ตั้งไว้ต้นปี ทั้งในส่วนของดนตรีและนิยายนั้น แทบไม่มีความท้าทายเลยจริงๆ

เห็นทีจะเป็นฝั่งภาพยนตร์นี่แหละ ที่ยุ่งยากสักหน่อย

เป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนต้นปีคือให้ตนเองติด 20 อันดับแรกของสาขาภาพยนตร์ ทว่าจนถึงตอนนี้ ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่

ดูท่าคงเป็นไปได้ยากที่จะไต่อันดับให้ถึง 20 อันดับแรกได้ก่อนสิ้นปี

ปีหน้าคงต้องเพิ่มความมาตรฐานในเป้าหมายด้านดนตรีกับนิยาย แล้วค่อยลดมาตรฐานของฝั่งภาพยนตร์ลงหน่อยจะดีกว่า

หลินเยวียนคิดในใจ

ไม่นานหลังจากที่อันดับในสาขาดนตรีของเซี่ยนอวี๋ขยับขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น ข้อความแสดงความยินดีก็หลั่งไหนเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากทุกสารทิศ!

เจิ้งจิงส่งข้อความมาว่า

‘เหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็จะถึงอบิเกลแล้ว รอวันที่คุณแซงเขาอยู่นะ ฉันว่าน่าจะอีกไม่นานแน่’

ลู่เซิ่งซึ่งชอบพูดติดตลกก็ไม่พลาด

‘รอบนี้ผมมีส่วนช่วยนะ ผมกับอบิเกลเก่งขนาดนี้ ทุกคนเลยรู้ไงว่าคนอย่างคุณที่เคยชนะผมกับอบิเกลได้ ต้องยิ่งโหดกว่าอีก!’

แม้แต่อบิเกลก็โทรมา เพียงแต่เขาออกจะเบียวๆ สักหน่อยตามสไตล์คนที่เลือดนักสู้เข้มข้น

“คุณคงอยากได้ตำแหน่งของผมสินะ อันดับหกของสาขาดนตรีบลูสตาร์ แต่บอกไว้ก่อนนะ ผมไม่ยกให้ใครง่ายๆ หรอก พร้อมจะสู้กับผมอีกสักรอบหรือยัง คราวนี้คุณจะไม่มีโชคดีเหมือนครั้งก่อนแน่!”

ส่วนหยางจงหมิงพูดได้เท่บาดใจ

“อันดับเจ็ดมันยังห่างจากผมไปหน่อย ผมไม่สะดวกจะเดินไปหาคุณ คงต้องรบกวนให้คุณไต่ขึ้นมาแทน หวังว่าจะได้เห็นคุณในตำแหน่งที่ใกล้กว่านี้ ไม่ว่าจะต้องเงยหน้าหรือก้มหน้ามองผมก็ตาม”

และอย่าลืมว่าหยางจงหมิงคือผู้ครองอันดับที่สามของสาขาดนตรีเชียวนะ!

อยากให้เหล่าหยางต้องเงยหน้ามองหลินเยวียนงั้นหรือ?

ถ้าหลินเยวียนไม่ขึ้นไปอยู่อันดับที่สอง หรืออันดับที่หนึ่ง เกรงว่าเรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้แน่

ส่วนจะให้เหล่าหยางก้มหน้ามองหลินเยวียนละก็ อย่างน้อยเขาก็ต้องไต่อันดับขึ้นไปถึงอันดับสี่ให้ได้เสียก่อน

“ผมจะพยายามครับ”

“แน่นอนว่าต้องพยายามสิ ถ้าคุณหยุดอยู่ที่อันดับเจ็ดเมื่อไหร่ ระยะห่างระหว่างเราก็จะกลับไปเท่าเดิมอีกครั้ง”

หลินเยวียนชะงักไปครู่หนึ่ง

ประโยคของหยางจงหมิงนี่มีข้อมูลเยอะใช้ได้เลยนะ

ตอนนี้เหล่าหยางอยู่ในอันดับที่สามของบลูสตาร์ พูดแบบนี้ก็แปลว่าเขากำลังคิดจะไต่ขึ้นไปอีกขั้นใช่ไหม?

ถ้าเหล่าหยางทำได้จริงละก็ แสดงว่าเป้าหมายต่อไปของเขาก็คืออันดับที่สองของบลูสตาร์น่ะสิ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน