ตอนที่ 1273 ลู่เซิ่งผู้กระหายชัยชนะ
หลังจากหยางจงหมิงโทรมาแสดงความยินดีแล้ว สมาชิกของราชวงศ์ปลาก็โทรมาร่วมยินดีด้วยเช่นกัน
ในนั้น
ซย่าฝานกล่าวคำอวยพรจบ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ฉันอยากให้พวกเรามารวมตัวกันหน่อย จัดรายการไปกันกับปลาสักตอนหนึ่ง จะได้โปรโมตหนังเรื่องใหม่ไปด้วยได้ไหม”
“หนังใหม่?”
หลินเยวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหนังที่ว่าคือผีชีวะ 2 นั่นเอง
ก่อนหน้านี้เหล่าโจวก็เคยพูดกับเขาว่าบริษัทกำลังพิจารณากำหนดฉายของหนังเรื่องนี้อยู่
“ได้สิ”
“งั้นเดี๋ยวถึงเวลาฉันค่อยติดต่อนายอีกทีนะ”
“อื้ม”
นี่เป็นภายนตร์ที่ซย่าฝานแสดง และเป็นภาพยนตร์ที่เขาเป็นคนเขียนบท ให้ราชวงศ์ปลาช่วยโปรโมตสักหน่อย ก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
ประจวบเหมาะเหลือเกิน
เขาเองก็คิดว่าจะเร่งอันดับในสาขาภาพยนตร์ก่อนให้ได้สิ้นปีอยู่พอดี รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศที่มากขึ้น ย่อมมีส่วนช่วยให้อันดับของเขาดีขึ้น
แน่นอ
ไม่เพียงเพื่อนฝูงหรือคนใกล้ชิดเท่านั้นที่ส่งคำอวยพรมาให้ สื่อหลายสำนักก็พากันรายงานข่าวการเปลี่ยนแปลงของอันดับกันอย่างครึกโครม
[ฉู่ขวงขึ้นสู่อันดับที่เจ็ดในชาร์ตนักเขียน!]
[เซี่ยนอวี๋ติดอันดับที่เจ็ดในชาร์ตดนตรี!]
[หลังอิ่งจือครองแชมป์สาขาจิตรกรรม ฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋ก็รุกคืบพร้อมกัน!]
[ใกล้สิ้นปีแล้ว อันดับหัวตารางจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่?]
[ช่วงโค้งสุดท้ายของปีเริ่มขึ้นแล้ว!]
[การแข่งขันอาจทวีความดุเดือดยิ่งกว่าเดิม!]
ตอนนี้คือเดือนตุลาคม
ตามธรรมเนียมของทุกปี เมื่อพอเข้าสู่ช่วงปลายปี การแข่งขันในแต่ละสาขา ก็มักจะดุเดือดยิ่งกว่าช่วงก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ท้ายที่สุด
หลินเยวียนก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้กำกับถงซูเหวิน “ยินดีด้วยนะครับ อันดับสาขาดนตรีขยับขึ้นอีกแล้ว จะว่าไปตอนนี้รายการเราเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแล้วล่ะ”
โอ้โฮ
แข่งกันมาตั้งหลายเดือน รายการเพลงของเราซีซันสองเพิ่งจะถึงรอบรองชนะเลิศ
ตอนที่หลินเยวียนไปเข้าร่วมรายการราชาหน้ากากนักร้อง ก็ใช้เวลารวมแล้วหลายเดือน ผู้กำกับถงซูเหวินนี่ชอบทำรายการสเกลใหญ่จริงๆ
ถงซูเหวินหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดต่อว่า “ในรอบรองนี้ ผมอยากให้คุณช่วยออกแบบท่าเต้นหน่อย”
“แล้วรอบชิงล่ะครับ?”
“รอบชิงไม่ต้องมีการเต้นแล้ว จะเน้นแข่งแค่เพลงกับการร้องล้วนๆ ยังไงเราก็ไม่ใช่รายการเต้นอยู่แล้วนี่นะ”
“ไม่มีปัญหาครับ”
ตอนนี้เซี่ยนอวี๋อยู่อันดับที่แปดในสาขาการเต้นรำ
อย่างที่เคยบอกไว้ การรอให้ผลงานก่อนหน้าเริ่มระเบิดความนิยมย่อมดันอันดับขึ้นได้เองก็จริง ทว่าวิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการลงมือทำผลงานต่อไปนั่นแหละ
นี่ก็ใกล้ถึงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิอีกแล้วสินะ?
หลินเยวียนคิดในใจว่าก่อนสิ้นปี ถ้าดันอันดับในสาขาการเต้นรำให้สูงขึ้นได้อีกสักหน่อยก็คงดีไม่น้อย
“งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ”
ถงซูเหวินพูดพลางหัวเราะ ก่อนจะวางสายไป
วันรุ่งขึ้น
หลินเยวียนก็ตรงไปยังสตูดิโอถ่ายทำรายการเพลงของเราซีซันสอง
ฝั่งทีมฉินโจว
เมื่อลู่เซิ่งเห็นหลินเยวียนปรากฏตัวอีกครั้งก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ช่วงนี้ดูรายการบ้างไหม การแข่งขันดุเดือดมากเลยนะ!”
“ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่”
“งั้นผมสรุปสถานการณ์ให้ฟังคร่าวๆ แล้วกัน ตอนนี้พอรอบคัดออกดำเนินไปเรื่อยๆ ฝั่งเรายังเหลืออยู่สามคนซูอวี๋ เฟ่ยหยาง แล้วก็หนึ่งในวังหลังของของคุณอย่างเจียงขุยนั่นแหละ”
“แล้วทีมอื่นล่ะครับ?”
“ทีมจ้าวโจวกับทีมเยี่ยนโจวโดนกวาดเรียบไปแล้ว ทีมอื่นเหลือแค่คนเดียว บางทีมเหลือสองคน มีแต่ทีมจงโจวยังดีหน่อย ตอนนี้ยังเหลืออยู่สามคนเหมือนกับพวกเราเลย”
“อื้ม”
ช่วงนี้หลินเยวียนมัวแต่ยุ่งกับเรื่องของฉู่ขวง เลยไม่ได้ติดตามการแข่งขันสักเท่าไหร่
ดูเหมือนว่าทีมฉินโจวจะยังทำผลงานได้ดี แม้ไม่มีเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าทีมจงโจวเลย
จากนั้นลู่เซิ่งก็เริ่มอธิบายถึงสถานการณ์ในรอบต่อไป “รอบหน้าที่จะถึงนี้ คนที่เป็นตัวแทนทีมฉินโจวคือผมกับเจียงขุย ส่วนคู่แข่งก็โหดใช้ได้มีทั้งเถิงหยวนโม่ลี่ นักร้องหญิงอันดับหนึ่งของฉู่โจว แล้วก็เหลียนปี้เฉิงที่เพิ่งถูกคุณเบียดหล่นไปอยู่อันดับแปดในสาขาดนตรีไง รอบนี้เราต้องซัดพวกเขาให้ยับเลยนะ ผมวางแผนไว้แล้วด้วย!”
“แผนเป็นยังไงครับ?”
“รอบนี้ให้คุณเริ่มจากออกแบบท่าเต้นก่อน แล้วผมจะเขียนเพลงให้เข้ากับท่านั้นเอง ยังไงเจียงขุยก็เก่งอยู่แล้ว เพลงแนวไหนเจียงขุยก็รับมือได้หมดนั่นแหละ!”
หลินเยวียนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ อยู่นะ
เขามาเพื่อช่วยออกแบบท่าเต้นให้เพลงไม่ใช่หรือ?
ทำไมตอนนี้กลายเป็นว่าอีกฝ่ายจะเขียนเพลงตามท่าเต้นของเขา ไปซะได้!?
ส่วนทีมงานด้านข้างก็แอบยกกล้องขึ้นบันทึกวิดีโอไว้เงียบๆ แบบนี้เรียกว่าฟุตเทจล้ำค่าของรายการได้เลยทีเดียว.
…

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...