ตอนที่ 1281 ไนติงเกลเปิดเวที (2)
ใช่แล้ว
หนึ่งในราชาแห่งการอวดรสนิยม
เพราะพรมแดงผืนยาวคืนนี้กินเวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม
และภายในชั่วโมงนั้น ก็ย่อมต้องมีราชาแห่งการอวดรสนิยมคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นอีกหลายคนแน่นอน
ยกตัวอย่างเช่นถังอัน
เขาเองก็เป็นหนึ่งในสิบมหาเศรษฐีหนุ่มแห่งบลูสตาร์ที่คนในวงการพูดถึงเช่นกัน ความสำเร็จของถังอัน ครึ่งหนึ่งมาจากความสามารถส่วนตัว อีกครึ่งหนึ่งมาจากพื้นฐานของครอบครัว แต่ต้องยอมรับว่าสายตาด้านการลงทุนของเขานั้นเฉียบคม ว่ากันว่าสมัยเรียนมัธยม เขาใช้วิธีทางธุรกิจ เปลี่ยนเงินค่าขนมเดือนละห้าล้านให้มีกำไรทวีคูณหลายสิบเท่าเลยทีเดียว!
เขาคนนี้มีนิสัยชอบโอ้อวด
ทันทีที่เขาเหยียบพรมแดง ก็รู้สึกราวกับตนเองต้องกลายเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล
ถึงแม้เขาจะกลายเป็นจุดสนใจจริงๆ ก็เถอะ
“นั่นมันคุณชายใหญ่แห่งตระกูลถังจากจงโจวนี่นา!”
“เขามาที่นี่ด้วยหรือ!”
“คงเพราะคืนนี้มีมหาเศรษฐีระดับแนวหน้ามารวมตัวกันเยอะล่ะมั้ง”
“สำหรับคนพวกนี้น่ะ การมาฟังดนตรีไม่ใช่เรื่องหลักหรอก การเข้าสังคมต่างหากคืออาหารจานหลัก”
“วงการมหาเศรษฐีเป็นแบบนี้แหละ”
“ในบรรดาคนที่มาทั้งหมด คงมีไม่กี่คนหรอกที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆ”
“เอ๊ะ?”
“เฮ้ยย!”
“คนนี้ก็มาหรือ!?”
ท่ามกลางเสียงอุทานที่ดังขึ้นเป็นระลอก หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมาท่ามกลางแสงแฟลชราวกับมีรัศมีส่องรอบกาย
“นั่นใครน่ะ”
“ดาราหรือเปล่า?”
“สวยขนาดนี้ แต่ทำไมฉันไม่รู้จักเลย?”
“ไม่รู้จักก็ไม่แปลกหรอก”
“ดาราทั่วไปจะมีสง่าราศีแบบนี้ได้ที่ไหนกัน?”
“เธอคือเจ้าหญิงแห่งตระกูลหลิ่ว ตระกูลที่ถือหุ้นมากที่สุดในกลุ่มทุนจงโจว”
“หลิ่วซิน”
…
มีบุคคลระดับนี้มีมากมายในค่ำคืนนี้
ตั้งแต่ดาราชื่อดัง มหาเศรษฐีระดับแถวหน้า ไปจนถึงชนชั้นสูง ราวกับว่าการคนเสิร์ตในครั้งนี้ได้รวบรวมคนจากทุกวงการเอาไว้ในที่เดียว
แม้จะเป็นอย่างที่สื่อมวลชนจะกล่าวไว้
สำหรับบางคนแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นเพียงสื่อกลางทางสังคมเท่านั้น
สถานที่ที่เหล่าชนชั้นสูงในสังคมใช้เจรจาธุรกิจ เรื่องการแต่งงาน หรือเรื่องบันเทิงเริงใจบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาในแวดวงนี้อยู่แล้ว
โถงทองคำกลายเป็นพื้นที่พูดคุย ทำความรู้จัก และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
บรรยากาศช่างหรูหรามีระดับ
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ
คนใหญ่คนโตบางส่วนที่มาที่นี่ ไม่ใช่เพราะตั้งใจมาฟังดนตรีเลยด้วยซ้ำ
แต่เพราะชื่อของเซี่ยนอวี๋และสถานะของโถงทองคำต่างหากที่คู่ควรกับสถานะและระดับของพวกเขา พวกเขาจึงมาปรากฏตัวในค่ำคืนนี้
แน่นอนว่าหลินเยวียนไม่รู้เลยว่าคอนเสิร์ตของตนเองกำลังจะกลายเป็นแหล่งรวมชื่อเสียงและผลประโยชน์ของเหล่าชนชั้นนำ
แต่ถึงจะรู้ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี
ไม่ว่าจะมีใครมาด้วยจุดประสงค์ใด
ค่ำคืนนี้ โถงทองคำคืออาณาจักรแห่งดนตรีของเขาเพียงผู้เดียว
และทุกคนที่ก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งนี้ จะมีจุดจบเพียงอย่างเดียว คือการยอมจำนนต่อเสียงดนตรีเหล่านั้น!
“ระบบ เปิดใช้งานทักษะเสียงสัมผัสใจ”
นี่คือทักษะที่คล้ายกับมิติแห่งภาพวาด
ด้วยทักษะมิติแห่งภาพวาด หลินเยวียนเคยสร้างผลงานภาพชุดจิตรวิญญาณ ซึ่งทำให้แม้แต่คนที่ไม่เข้าใจงานศิลปะก็ยังรู้สึกซาบซึ้งถึงจิตวิญญาณได้ในทันที
ทักษะเสียงสัมผัสใจนี้ก็เช่นกัน
ไม่ว่าผู้ชมจะชอบดนตรีหรือไม่ หรือจะเข้าใจดนตรีหรือเปล่า ทุกคนที่ได้ยินจะถูกดึงเข้าสู่อารมณ์ที่บทเพลงต้องการถ่ายทอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างน้อยในคำอธิบายของระบบก็เขียนไว้แบบนั้น
แต่ผลลัพธ์จริงจะเป็นอย่างไร หลินเยวียนเองก็ไม่รู้แน่ชัด
เพราะตั้งแต่ได้รับทักษะนี้มา เขายังไม่เคยใช้มันแม้แต่ครั้งเดียว
ในตอนนั้นเอง
หยางจงหมิง เดินตรงเข้ามาหาเขาแล้วพูดว่า “เดี๋ยวขึ้นเวที ถ้าอยากพูดอะไรก็พูด ไม่อยากพูดก็แค่ตั้งใจเล่น ไม่ต้องสนใจพิธีการหรือขั้นตอนอะไรทั้งนั้น แค่ต้องมีมาดหน่อยก็พอ”
“มาดแบบไหนครับ”
“แบบว่า จะฟังก็ฟัง ไม่ฟังก็ช่างหัวมัน”
หลินเยวียนหัวเราะออกมา
คอนเสิร์ตกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่อึดใจ แต่เขากลับไม่รู้สึกตื่นเต้น มีเพียงความคาดหวังอันแรงกล้าที่เอ่อล้นอยู่ในใจ
จริงสิ
คอนเสิร์ตวันนี้ แม่ พี่สาว และน้องสาวของเขาก็มาดูอยู่ในที่นั่งด้านล่างด้วย
นั่นทำให้หลินเยวียนรู้สึกนั้นอบอุ่นและสงบอย่างบอกไม่ถูก
…
หลังผ่านกระแสข่าวพรมแดงของโถงทองคำที่ถล่มทุกสื่อ
ผู้คนก็ยังคงถกกันถึงข่าวต่างๆ จากการเดินพรมแดงอย่างไม่หยุดหย่อน
ทันใดนั้น
ก็มีคนพูดขึ้นว่า
“คอนเสิร์ตคงเริ่มแล้วมั้ง?”
“อยากรู้จังว่าข้างในเป็นยังไงบ้าง”
“อยากเข้าไปดูด้วย!”
“แต่ซื้อบัตรไม่ได้ไงล่ะ!”
“บัตรถูกพวกมหาเศรษฐีกว้านซื้อไปหมดแล้ว!”
“ใช่เลย!
“ที่น่าโมโหสุดคือ บางคนก็ฟังดนตรีไม่รู้เรื่องหรอก แค่มาเพื่อทำตัวให้ดูมีรสนิยมเท่านั้น!”
“ฮ่าๆ ตอนนี้พวกนั้นคงกำลังนั่งคุยธุรกิจกันอยู่แน่ๆ”
“โถงทองคำมีห้องส่วนตัวใช่ไหมล่ะ คงเตรียมไว้ให้คนพวกนั้นโดยเฉพาะแหละ”
“พวกเราก็ได้แต่รอให้มีคลิปออกมาทีหลังสินะ”
พูดก็พูดเถอะ
ชาวเน็ตเหล่านี้เดาถูกจริงๆ
ขณะนั้น
ภายในห้องรับรองส่วนตัวของโถงทองคำ การพบปะสังสรรค์ของเหล่าบุคคลชั้นนำได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ในห้องแต่ละห้อง การพูดคุยเรื่องความร่วมมือทางธุรกิจเริ่มขึ้นอย่างคึกคัก
แต่แล้ว
ระหว่างที่บทสนทนากำลังดำเนินอยู่นั้น
เสียงขลุ่ยไม้ไผ่ที่นุ่มลึกและกังวานใสก็พลันดังขึ้น
ท่วงทำนองนั้นล่องลอยอ้อยอิ่ง แทรกซึมเข้ามาในใจ ราวกับพาอารมณ์ให้ล่องลอยไปในห้วงแห่งความเศร้าและความคิดถึง แต่กลับมอบความอบอุ่นและสงบให้อย่างประหลาด จนหัวใจของทุกคนค่อยๆ คล้อยไปตามเสียงดนตรี
ไม่ว่าจะฟังเข้าใจหรือไม่ก็ตาม
หลายคนถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงนั้นมาจากขลุ่ยไม้ไผ่ ดวงตาแต่ละคู่เพียงแค่จับจ้องไปยังเวทีตามสัญชาตญาณ
ในห้องรับรองส่วนตัวแต่ละห้อง
ผู้คนที่เมื่อครู่ยังคุยกันอย่างออกรสออกชาติ กลับเงียบลงในพริบตา
ท่ามกลางความเงียบอันฉับพลัน ร่องรอยแห่งความรู้สึกแผ่วไหว แผ่ซัดไปบนใบหน้าราวระลอกคลื่น
บางคนกำลังจะเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกคนข้างๆ จ้องเขม็งจนต้องกลืนคำพูดกลับไป เหลือเพียงความสับสน ก่อนที่ความเศร้าที่ไม่อาจอธิบายได้ไม่ถูกจะค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ความรู้สึกนั้นคล้ายกับว่าบทเพลงนี้ถูกสาปด้วยเวทมนตร์บางอย่าง เวทมนตร์ที่มีพลังที่สะกดหัวใจของผู้ฟังได้อย่างแท้จริง
“นี่มันอะไรกัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...