ตอนที่ 1291 วิญญาณวีรชน (1)
ผู้ชมไม่ต้องรอนานนัก
เพียงสิบนาทีต่อมา ม่านใหญ่ของเวทีในโถงทองคำก็เปิดออกอีกครั้ง
สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาผู้ชม คือภาพของกลองใหญ่จำนวนมากที่ถูกจัดเรียงเป็นวงกลมที่มีศูนย์กลางร่วมกัน โดยเฉพาะเมื่อมองจากมุมห้องรับรองส่วนตัวชั้นบนแล้ว ยิ่งให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่จนต้องตะลึง
นับคร่าวๆ ได้ว่ามีกลองสีแดงอยู่กว่าหนึ่งร้อยใบ
หน้ากลองแต่ละใบ มีนักตีกลองร่างกำยำในชุดเกราะโบราณยืนประจำตำแหน่ง มือทั้งสองถือไม้กลองแน่น แต่ผ่อนข้อมืออย่างมั่นคง อยู่ในท่าพร้อมรบ
ด้านหน้าวงกลมซ้อนศูนย์กลางนั้น
มีพรมผ้าไหมสีแดงทอดยาวออกไป
สุดปลายทางนั้น มีหญิงสาวผู้หนึ่งโอบพิณผีผาไว้แนบอก ปิดใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่งด้วยท่วงท่าสง่างาม
และตรงกลางวงล้อมนั้น มีกลองใบใหญ่ที่สุดตั้งตระหง่านอยู่หน้ากลองสีเหลืองขาว เบื้องหน้ากลองนั้น มีร่างสูงสง่าในชุดเกราะเงินยืนหันหลังให้ผู้ชม
ภายใต้แสงไฟที่ส่องไขว้ตัดกัน เขาดูราวกับเป็นเสาหลักที่เหล่านักรบทุกคนยึดมั่นอยู่ในสมรภูมินั้นเอง
ซิมโฟนีจัดอยู่ในคีตศิลป์สมัยใหม่
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิก
ไม่ว่าจะเป็นพิณผีผา กลองใหญ่ ผ้าไหมสีแดงที่ทอดยาว หรือแม้แต่เครื่องแต่งกายของนักดนตรีและการออกแบบเวที ทุกอย่างล้วนชวนให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นราวกับความคาดหวังในใจถูกดันขึ้นไปอีกขั้นในชั่วพริบตา!
ขณะนั้น
ไม่มีเสียงกระซิบใดจากผู้ชม
ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังเวที โดยเฉพาะบริเวณกลองใหญ่กลางวงล้อมซ้อนศูนย์กลาง ทุกคนต่างเฝ้าคาดเดาในใจว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร
ทันใดนั้นเอง
เสียงกลองพลันดังกึกก้องขึ้น!
ต้นเสียงนั้นมาจากวงกลมกลองขนาดใหญ่ที่เรียงรายเป็นชั้นๆ รอบเวที
ชายในชุดเกราะพร้อมผ้าคลุมไหล่กำลังเหวี่ยงไม้กลองอย่างสุดแรง!
ตึงๆๆ !
ปังๆๆ !
ร่างที่หันหลังให้ผู้ชมนั้นตีกลองเป็นจังหวะดังสนั่น แต่ละครั้งล้วนชวนให้รู้สึกกระแทกเข้าสู่กลางใจของผู้ชม จากนั้นเขาก็หันไปด้านข้าว ผ้าคลุมสีแดงพลิ้วสะบัดไปตามแรง
ในภาพถ่ายมุมสูง ผ้าคลุมสีแดงสะบัดพึบๆ ไปตามลม
ผู้ชมเห็นชายในชุดเกราะเงินในท่าทางองอาจสง่างามดั่งแม่ทัพ กำลังสวมหน้ากากช่างที่คุ้นตาเหลือเกิน!
อันที่จริง
ผู้คนต่างจดจำหน้ากากนั้นได้ดี หน้ากากที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างตำนานไว้บนเวทีราชาหน้ากากนักร้อง เพราะฉะนั้นแม้จะไม่เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากาก ทว่าตัวตนของชายผู้นี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วคือใคร
ใช่แล้ว
เขาคือเซี่ยนอวี๋ หรือก็คือหลินเยวียน ไม่มีผิดแน่ เพราะนั่นคือหน้ากากหลานหลิงอ๋อง!
เฮือก
ทันทีที่ผู้ชมตระหนักได้ ด้านล่างเวทีก็มีเสียงดังฮือฮ หลายคนมีแววตาเป็นประกาย ราวกับเปลวไฟแห่งความคลั่งไคล้ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง
พวกเขาเดาไม่ผิด!
ร่างที่ยืนอยู่หน้ากลองใหญ่นั้นก็คือหลินเยวียน เขาไม่เอื้อนเอ่ยวาขา หยิบไม้กลองสองอันที่วางอยู่ข้างกลองขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะฟาดลงบนหน้ากลองด้วยจังหวะที่กังวานและทรงพลัง!
ในครั้งนี้ เสียงโห่ร้องแทบระเบิดออกมาจากในโถงทองคำ!
ราวกับเป็นเสียงสั่งเผด็จศึกจากแม่ทัพ!
คำสั่งนั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา เหล่านักตีกลองกว่าร้อยชีวิตที่ยืนเรียงรอบเวทีสะบัดไม้กลองขึ้นพร้อมกัน ฟาดลงบนใจกลางของหน้ากลองในจังหวะเดียวกับหลินเยวียน ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาเหมือนภาพสะท้อนของชายเพียงคนเดียว ราวกับเป็นร่างจำแลงนับพันที่ภักดีและพร้อมจะติดตามเขามุ่งหน้าสู่สมรภูมิรบ
ตึง!
ตึงๆ !
ตึ้งๆ !
ค่อยๆ เบาลง
ค่อยๆ ดังขึ้น
กลองนับร้อยใบและคนนับร้อยชีวิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว จากบางเบากลายเป็นหนักหน่วงขึ้น พลังที่ส่งออกมานั้นยิ่งใหญ่ สั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง!
แน่นอน
ไม่ได้มีเพียงกลองเหล่านี้เท่านั้น ยังมีเครื่องดนตรีโบราณที่แม้แต่นักดนตรีอาชีพบางคนยังรู้จักไม่ครบทุกชิ้นอย่างกลองเจี๋ยกู่ ฆ้องเจิง ขลุ่ยมังกร ปี่ปี้หลี่ และเซิง ต่างร่วมบรรเลงประกอบ ประหนึ่งใบไม้ประดับที่ขับให้เสียงกลองหลักโดดเด่นยิ่งขึ้น
เคาะกลอง
ถูกลอง
ตีกลอง
หลินเยวียนจับไม้กลองแน่นด้วยแรงที่กำลังพอดี ข้อมือผ่อนคลาย ขณะที่แรงจากต้นแขนส่งต่อผ่านปลายแขนไปยังไม้กลอง ก่อนจะกระแทกลงบนหน้ากลองอย่างแม่นยำ
มือขวาตีจังหวะแรง
มือซ้ายตีจังหวะเบา
ด้วยท่วงท่าของชายเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่หน้ากลองใหญ่ที่สุด หลินเยวียนใช้พลังจากทั่วร่างควบคุมเสียงกลองให้ดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง ประดุจเพลงรบอันเกรียงไกร
ทันใดนั้นเอง
หลินเยวียนวางมือลงบนหน้ากลอง

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...