เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1292

ตอนที่ 1292 ปล่อยวิดีโอ

นอกโถงทองคำ บรรดานักข่าวที่เฝ้ารอกันมายาวนานราวกับผ่านมาหลายศตวรรษ ต่างเริ่มจ้องตาเป็นมัน

“นานแค่ไหนแล้ว?”

“เกือบสองชั่วโมงแล้ว”

“ทำไมยังไม่ออกมาอีก?”

“คงใกล้แล้วล่ะมั้ง”

“เอ๊ะ”

“ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว!”

ท่ามกลางเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบของเหล่านักข่าวที่รออยู่ด้านนอก ในที่สุด ผู้ชมภายในโถงทองคำก็ทยอยเดินออกมา!

บรรยากาศนั้นเหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด

ทันทีที่ผู้ชมหลั่งไหลออกมา นักข่าวต่างก็รีบกรูกันเข้าไปล้อมไว้แน่นในพริบตา

และสิ่งที่ผู้ชมต้องเจอ คือคำถามคลาสสิกเช่นเคย

คุณคิดเห็นอย่างไรกับคอนเสิร์ตของเซี่ยนอวี๋?

และแน่นอนว่าบรรดาผู้ชมที่มีชื่อเสียงก็เป็นเป้าหมายที่บรรดานักข่าวให้ความสนใจเป็นพิเศษ

เช่นรัสเซลล์ ผู้ซึ่งแทบไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อเลย

ในฐานะพ่อเพลงผู้ครองอันดับที่สองของบลูสตาร์ ความคิดเห็นของเขามีน้ำหนักอย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะฉะนั้น

ในจังหวะที่ทุกสายตาจับจ้อง รัสเซลล์จึงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง “ซิมโฟนีชุดแรกของเซี่ยนอวี๋ ได้สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับผม นี่คือผลงานที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ถ้าไม่ได้ฟังกับหูตัวเอง ผมคงไม่มีวันเชื่อว่านักดนตรีที่ยังหนุ่มขนาดนี้ จะสามารถสร้างบทเพลงที่สั่นสะเทือนหัวใจของผู้คนได้ถึงระดับนี้”

ยิ่งใหญ่

สั่นสะเทือนหัวใจของผู้คน

คำพูดของรัสเซลล์ทำเอานักข่าวหลายคนถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

รัสเซลล์เป็นคนที่หยิ่งทระนงมาแต่ไหนแต่ไร แทบไม่เคยเอ่ยปากชมใครมาก่อน

สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือพวกการชื่นชมกันไปมาเพื่อผลประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยมีเพื่อนในแวดวงนี้มากนัก

บางคนบอกว่าเขาไม่มีความฉลาดทางอารมณ์ บางคนก็บอกว่าเขาเป็นคน จริงใจ ไม่เสแสร้ง ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ก็ไม่มีทางบังคับให้รัสเซลล์พูดอะไรที่ขัดกับสิ่งที่เขาคิดได้

ส่วนมาก เวลารัสเซลล์ประเมินผลงานของคนอื่น เขามักจะใช้วิธีตำหนิก่อนชม

หากผลงานของอีกฝ่ายดีจนเขาหาข้อบกพร่องไม่เจอ เขาก็จะไม่ชมพร่ำเพรื่อ

เว้นเสียแต่ว่า ผลงานนั้นจะโดนใจเขาจริงๆ

อย่างไรก็ตาม

อยู่ดีๆ วันนี้รัสเซลล์ก็ปรากฏตัวที่โถงทองคำ และหลังจากฟังคอนเสิร์ตของเซี่ยนอวี๋ กลับให้คำชมระดับดีเยี่ยมถึงขั้นนั้น ก็ทำเอานักข่าวทั้งหลายถึงกับตะลึงงัน!

และรัสเซลล์ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ค่ำคืนนี้ ราวกับฉากของเมื่อคืนถูกเล่นซ้ำอีกครั้ง

อย่างตอนที่นักข่าวสัมภาษณ์อบิเกล เขาก็พูดแบบนี้

“แม้ในอันดับสาขาดนตรี ผมจะยังอยู่สูงกว่าเขาหนึ่งอันดับ แต่พูดกันตามตรง เขาได้แซงผมไปแล้ว บางทีผมคงต้องขอไปเรียนรู้เรื่องซิมโฟนีจากเขาบ้างแล้วละ”

อบิเกลยอมรับตรงๆ แบบนั้นเชียวหรือ?

คำพูดที่หาได้ยากเช่นนี้ของอบิเกลทำเอานักข่าวทุกคนหันมามองหน้ากัน บนบลูสตาร์แห่งนี้ มีใครไม่รู้บ้างว่า อบิเกลเป็นคนชอบแข่งขันมากแค่ไหน!

ส่วนลู่เซิ่งก็เพียงยิ้มบางๆ พลางเอ่ยขึ้นว่า

“ทุกคนต่างก็ชื่นชอบซิมโฟนีของเซี่ยนอวี๋กันทั้งนั้น แต่ผลงานชิ้นที่สองของในวันนี้ของเขา ก็ทำให้ผมรู้สึกประทับใจไม่แพ้กันเลย

ตั้งแต่เสียงกลองที่กระหึ่มไปจนถึงเสียงพิณผีผา เขาทำให้เครื่องดนตรีโบราณกลายเป็นของเล่นในมืออย่างมีชีวิตชีวา

โดยเฉพาะการเต้นของเขานี่ทำผมตะลึงไปเลย ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในเวทีรายการเพลงของเราอีกครั้ง นี่เป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีและการเต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ไม่มีการเต้นเดี่ยวชุดใดจะเหนือไปกว่านี้ได้อีกแล้ว!”

เซี่ยนอวี๋เต้นด้วยหรือ?

ฟังดูเหมือนจะเป็นการเต้นที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว

แต่นี่เป็นการแสดงดนตรี ทำไมถึงมีเรื่องการเต้นเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะ?

หยางจงหมิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ถ้าไม่ได้ฟังดนตรีของเซี่ยนอวี๋ในวันนี้ บางคนคงไม่มีวันเข้าใจความหมายของดนตรีหรอก ถ้าคิดจะสร้างสรรค์ซิมโฟนีขึ้นมาสักเพลงละก็ ซิมโฟนีโชคชะตาของเขานี่แหละ มีหลายจุดที่พ่อเพลงสามารถนำไปศึกษา นอกจากนั้นก็ต้องยอมรับว่าเจ้าปลาตัวนี้เป็นนักเต้นที่ฝีมือโดดเด่นมาก โดดเด่นจนผมรู้สึกว่าเขาไม่ควรใส่การเต้นลงในการแสดงดนตรีมากเกินไป เพราะมันทำให้ความสนใจของผู้ชมไปอยู่กับการเต้น จนลืมตั้งใจฟังดนตรีไปได้”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นักข่าวทั้งตะลึงยิ่งกว่านั้น กลับเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์อย่างหวังลั่ว

“ในหัวผมตอนนี้ ยังมีทำนองจากคอนเสิร์ตในวันนี้ดังวนซ้ำอยู่ไม่หยุด ตราบใดที่บลูสตาร์แห่งนี้ใบนี้ยังมีดนตรีอยู่ ผลงานของเซี่ยนอวี๋ก็จะได้รับการสืบทอดไปอีกหลายชั่วอายุคน ใครเคยฟังผลงานของเซี่ยนอวี๋ แสดงว่าคุณยังไม่เคยฟังดนตรีจริงๆ ด้วยซ้ำ”

“มีคนพูดกันอยู่ไม่ใช่หรือ ว่าเซี่ยนอวี๋คือเทพแห่งดนตรี?”

ท่ามกลางฝูงชน มีชายสูงวัยแต่งกายดูเรียบง่ายคนหนึ่ง ยืนอยู่พร้อมกับหญิงสาวซึ่งกำลังประคองแขนของเขา เขาคลี่ยิ้มบางขณะตอบคำถามของนักข่าว “ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร แต่อย่างน้อยสำหรับผม เขามีศักยภาพมากพอที่จะเป็นเทพเพียงหนึ่งเดียวของวงการดนตรีจริงๆ ”

เช่นเดียวกับเมื่อวานนี้!

เสียงชื่นชมหลั่งไหลเข้ามา

กระแสตอบรับและคำวิจารณ์ในวันนี้ กลับยิ่งเกินความคาดหมายว่าเมื่อวานเสียอีก!

นักข่าวหันมองหน้ากัน ต่างคนต่างก็ร่างพาดหัวข่าวไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว

“เชื่อว่าทุกคนน่าจะเห็นข่าวแล้วใช่ไหม คนใหญ่คนโตทั้งหลายพูดถึงการแสดงดนตรีครั้งนี้กันไว้อย่างยิ่งใหญ่มาก!”

“ทุกคนเชื่อผมเถอะ ”

“ที่บรรดาคนใหญ่คนโตพากันชมน่ะ ผมว่าพวกเขายังชมเบาไปด้วยซ้ำ”

“ถึงผมจะดูเหมือนเด็กไม่เอาถ่าน แต่การแสดงดนตรีน่ะ ผมฟังมาเยอะ มาก”

“แต่ผมกล้าพูดด้วยความรับผิดชอบเลยอย่างเต็มเปี่ยมเลยนะครับ ว่าคอนเสิร์ตที่สามารถทำให้ผู้ชมคลั่งไคล้พร้อมกันทั้งฮอลล์ได้ ทำให้ชนชั้นสูงที่ชอบวางท่าทำตัวเหนือคนอื่น ตะโกนสุดเสียงอยู่หน้าเวทีอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองแล้วแบบนี้ ผมเพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกวันนี้ในชีวิตก็วันนี้แหละ!”

“โคตรมัน!”

“โคตรสะใจ!”

“เพลงของเซี่ยนอวี๋เหมือนมีเวทมนตร์ ดึงคุณหลุดไปอยู่ในอีกมิติหนึ่ง งดงามจนรู้สึกเหมือนล่องลอยขึ้นฟ้า!”

“โดยเฉพาะเพลงซิมโฟนีวันนี้”

“วาทยากรถือไม้บาตองยืนอยู่บนแท่น แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนเขาถือกระบี่อยู่มากกว่า เขากำลังรำกระบี่!”

“ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นทหาร กำลังบุกทะลวงไปข้างหน้าภายใต้คำสั่งของเขา ตอนนั้นเลือดนักสู้ในตัวมันเดือดจริงๆ ครับ!”

“ส่วนเพลงที่สองก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะตอนที่เซี่ยนอวี๋ลุกขึ้นเต้น เป็นความรื่นรมย์ทั้งต่อสายตาและโสตประสาทเลยทีเดียว!”

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าที่ตอนนี้ผมหลงรักดนตรี นับว่าเป็นเพราะเซี่ยนอวี๋ได้หรือเปล่า”

“เอาเป็นว่าแต่ก่อนน่ะ ผมไม่ชอบไปฟังดนตรีเลย ส่วนใหญ่ก็จำใจต้องไป อย่างเวลาต้องไปจีบสาว หรือไม่ก็โดนที่บ้านลากไป”

“แต่ต่อจากนี้ ผมจะเป็นคนตั้งใจไปเอง”

“โดยเฉพาะคอนเสิร์ตของเซี่ยนอวี๋ ผมจะไม่มีวันพลาดแม้แต่ครั้งเดียว!”

ในไลฟ์ขณะนี้

ฮาร์วีย์ตื่นเต้นจนแทบพูดไม่เป็นศัพท์แล้ว

บางคนฟังแล้วก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาจนคาดหวังเต็มที่

บางคนกลับคิดว่าฮาร์วีย์พูดเกินจริงไปสักหน่อย

และท่ามกลางเสียงถกเถียงนับไม่ถ้วน

ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นและความคลางแคลงใจของชาวเน็ตทั้งหลาย

ในเวลาห้าทุ่มตรงนั้นเอง

โถงทองคำได้ปล่อยวิดีโอเต็มของคอนเสิร์ตในค่ำคืนนี้ออกมา!

ชาวเน็ตซึ่งตั้งตารอกันมานานรีบกดเข้าไปในทันที

และในขณะที่ตัวเลขผู้ชมพุ่งกระฉูดในชั่วพริบตาเดียว ในที่สุดผู้คนทั่วทั่วบลูสตาร์ก็ได้ฟังซิมโฟนีโชคชะตา บทเพลงที่มีเสน่ห์เปี่ยมล้นเหนือกาลเวลา รวมถึงบทเพลงและการร่ายรำของของ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน