เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1299

ตอนที่ 1299 เมื่อขึ้นถึงยอดเขาแล้ว ย่อมต้องหนาวเป็นธรรมดา

กฎของอัลบั้มบนบลูสตาร์นั้นต่างจากโลกเดิมอย่างชัดเจนหนึ่งอัลบั้มของนักร้องบลูสตาร์ ต้องมีและมีได้แค่ 10 เพลงเท่านั้น

เหตุผลก็เพื่อความยุติธรรมของการจัดอันดับเพลงประจำฤดูกาล

ทุกคนมีจำนวนเพลงเท่ากัน ถึงจะสู้กันด้วยยอดดาวน์โหลดกันแบบซึ่งหน้าได้

ตามปกติแล้ว อัลบั้มหนึ่งชุดจำเป็นต้องมีธีม แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่ให้ทั้ง 10 เพลงอยู่ในธีมเดียวทุกกระเบียดนิ้ว เพราะจะทำให้เนื้อหาเหมือนกันเกินไปแต่อย่างน้อยสามเพลงในนั้นจะต้องรักษาธีมเดียวกันไว้

เพราะฉะนั้น

ก่อนปล่อยอัลบั้มของซย่าฝาน ทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันลึกๆ ว่าจะใช้ธีมอะไรดี

ตอนแรกยังไม่รู้คำตอบเลยสักอย่าง

จนกระทั่งหลินเยวียนได้เห็นบทสัมภาษณ์ที่ซย่าฝานเคยให้ไว้ในรายการหนึ่ง

ในสัมภาษณ์นั้น

ซย่าฝานเอ่ยอย่างยิ้มแย้มว่า “ตั้งแต่เด็ก ฉันก็เป็นผู้หญิงหัวดื้อคนนึงนะ ออกจะติสต์ๆ แหวกแนวมาตลอด เด็กผู้หญิงคนอื่นเขาเล่นกระโดดเชือกหรือเล่นพันด้ายกัน ฉันกลับไปลากเด็กผู้ชายสองคนไปเล่นเกมตู้ในเกมเซนเตอร์ด้วยกัน ต่อมา ฉันกับเด็กผู้ชายสองคนนั้นก็เรียนมัธยมปลายกับมหาวิทยาลัยด้วยกัน ไม่ได้แยกจากกันเลย

พวกเขาสองคนดูแลฉันดีมาก แล้วฉันก็ดูแลพวกกเขาสองคนเหมือนกัน

นี่คือมิตรภาพที่ไม่เกี่ยวกับเพศ

แต่ในสายตาบางคน การที่ฉันทำตัวห้าวๆ อยู่กับผู้ชายสองคนตลอดเวลา ก็คงดูเป็นพฤติกรรมที่อาจดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก จนผู้หญิงในโรงเรียนเริ่มตีตัวออกห่างจากฉัน มีข่าวลือแย่ๆ เต็มไปหมด แม้แต่ครูยังเคยเรียกฉันไปคุย แต่ฉันก็คิดว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ก็แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อก็พอแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมิตรภาพ การร้องเพลง หรือการแสดง

ฉันยึดมั่นมาตลอดในสิ่งที่ตัวเองรักและให้ความสำคัญ ไม่เคยสนใจสายตาคนอื่น

ต่อให้ผ่านไปสิบปี ยี่สิบปี ต่อให้ตอนนั้นฉันแก่จนผมหงอกแล้วฉันก็หวังว่าเวลามองย้อนกลับมา ฉันจะยังจำเด็กผู้หญิงดื้อรั้นคนนั้นได้อยู่”

เป็นพี่สาวที่ส่งวิดีโอสัมภาษณ์นี้ให้หลินเยวียนดู

เมื่อเขาดูจบ พี่สาวก็ยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยว่า “จนจบสัมภาษณ์ ซย่าฝานก็ยังไม่บอกพิธีกรเลยนะว่า เด็กผู้ชายสองคนอยู่ด้วยกันตลอดตอนเรียน ตอนนี้คนหนึ่งกลายเป็นสไปเดอร์แมนผู้โด่งดัง อีกคนหนึ่งก็คือเซี่ยนอวี๋ที่ดังกว่านั้นอีก”

เด็กผู้ชายสองคนที่เธอพูดถึง ก็คือหลินเยวียนและเจี่ยนอี้

และเพราะคำพูดในช่วงนี้เอง หลินเยวียนจึงมั่นใจกับธีมอัลบั้มของซย่าฝานทันที

ธีม: วัยเยาว์

คำว่า ‘วัยเยาว์’ ในความหมายกว้าง หมายถึงช่วงวัย 11-18 ปี ของเด็กหนุ่มเด็กสาว

ถ้าในความหมายแคบ ก็จะหมายถึงเด็กผู้ชาย

ดังนั้น เพลงในอัลบั้มจึงต้องมีหนึ่งเพลงที่ชื่อว่า ‘วัยเยาว์’ ด้วยแม้เพลงนี้ในโลกเดิม จะดังมาจากโลกออนไลน์ ทว่าคุณภาพดีมาก และพอจะเป็นเพลงโปรโมตของอัลบั้มได้สบาย

แล้วทันใดนั้น หลินเยวียนก็นึกถึงเพลงปีแสงแห่งฤดูร้อน ของวง Mayday

เพลงนี้ก็ดีไม่แพ้กัน

เสียงของซย่าฝานเป็นสายพ็อปขนานแท้ จะร้องสองเพลงนี้ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

ที่สำคัญที่สุด คือทั้งสองเพลง ถ่ายทอดทัศนคติและตัวตนที่ตรงกับตัวซย่าฝานมาก

ความดื้อรั้นแบบเดียวกัน

ความกล้าหาญแบบเดียวกัน

ต้องเข้าใจก่อนว่า ต่อให้เป็นหลินเยวียน เขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าซย่าฝานเคยถูกผู้หญิงในโรงเรียนกีดกัน แม้ว่าเขาจะได้รับความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมมาก็ตาม

เด็กผู้ชายมักจะมองข้ามเรื่องพวกนี้ไปเสมอ

ไม่รู้ว่าเจี่ยนอี้จะรู้เรื่องนี้ไหม ส่วนตัวหลินเยวียนคิดว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่เจี่ยนอี้จะรู้เรื่องนี้

หลังจากตัดสินใจเลือกสองเพลงแรกเสร็จ หลินเยวียนก็นึกถึงเพลงที่สามออกในทันที

ก็คือ ‘ผู้หญิงที่เหมือนกัน’ ของเติ้งจื่อฉี

เพลงนี้เอาไว้ให้กำลังใจผู้หญิงทุกคนให้เป็นตัวของตัวเอง สวยในแบบของตัวเอง

แม้เนื้อเพลงจะแหลมคมอยู่สักหน่อย อาจจะบาดใจบางคนไปบ้าง แต่สำหรับ ซย่าฝานผู้หญิงแกร่งที่ยิงซอมบี้ในเรื่องผีชีวะจะร้องเพลงนี้ไม่มีปัญหาเลยสักนิด

แน่นอนว่า

หลินเยวียนไม่มีทางปล่อยให้อัลบั้มของซย่าฝานมีเพียงมิติเดียวเป็นอันขาด

“เพลงรักก็ขาดไม่ได้ อัลบั้มนี้ใส่เพลง ‘ไกลเกินปีแสง’ ไปสักเพลงหนึ่ง”

เหตุผลที่เลือกเพลงนี้มีสองข้อ ข้อแรก เสียงของซย่าฝานเหมาะกับเพลงนี้มาก

ข้อที่สอง หลินเยวียนคิดว่าทัศนคติเรื่องความรักในเพลง เข้ากับนิสัยของซย่าฝาน

สรุปคือ

เพลงทั้งสิบเพลงที่หลินเยวียนเขียนให้ในอัลบั้มนี้ เขาคิดจากโจทย์เดียวว่า‘เหมาะกับซย่าฝานหรือไม่’

หลังจากซย่าฝานรับได้เพลงไป เธอก็เอ่ยปากชมปะเหลาะว่าหลินเยวียนช่าง ‘เข้าใจฉันดีจริงๆ ’ แถมยังหยอกล้อไปถึงจ้าวอิ๋งเก้ออีกว่า

“ที่ไม่มีแฟนสักที คงไม่ใช่เพราะแอบชอบฉันอยู่หรอกนะ?”

หลินเยวียนไม่คิดจะสนใจ

แล้วในตอนนั้นเอง เที่ยงคืนของวันที่สองปีใหม่ อัลบั้มที่ชื่อว่า ‘วัยเยาว์’ ก็ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ

เซี่ยนอวี๋และศิลปินราชวงศ์ปลา

นี่คือรูปแบบทีมสุดคลาสสิก

ทั้งสิบเพลง เปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ!

การแข่งขันในวงการดนตรีดุเดือดขนาดไหนคงไม่ต้องบอก

บลูสตาร์มีประชากรระดับหมื่นล้านคน ไม่มีพรมแดนหรือข้อจำกัดเรื่องทวีปการจัดอันดับเพลงประจำฤดูกาลก็คือสมรภูมิภายในวงการเพลง ที่ทุกคนฆ่าฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ไม่รู้มีราชาเพลง หรือราชินีเพลง ที่สู้กันจนหัวร้างข้างแตกเพื่อที่นั่งแถวแรก แต่สุดท้ายต่างคนก็ต่างล้มไม่เป็นท่า

มีเพียงราชาแห่งราชาเพลง หรือราชินีแห่งราชินีเพลง และ พ่อเพลงระดับพ่อเพลงเท่านั้น ที่สามารถยืนหยัดหัวเราะเยาะทั้งวงการได้อย่างสง่าผ่าเผย

ในฐานะฤดูกาลแรกของปีใหม่ การต่อสู้ของวงการดนตรีได้ก็ปะทุขึ้นตั้งแต่เที่ยงคืนของวันแรกของปีใหม่แล้ว

นักร้องระดับราชาราชินีเพลง รวมถึงพ่อเพลงทั้งหลายต่างจับตาการเปลี่ยนแปลงของชาร์ตทุกวินาที

ใครอันดับร่วงไปนิดหนึ่ง ก็เร่งโปรโมตสุดชีวิต

ใครอันดับขึ้นสูง ก็ระดมแฟนคลับให้ปั่นอันดับแบบเต็มกำลัง

ความร้อนแรงนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่จะเย็นลงง่ายๆ เมื่อถึงวันที่สองของปีใหม่

‘ลุย!’

‘ใครกลัวใครกัน!?’

‘แฟนคลับยังมีพลังเหลือไหม!?’

‘ไม่มีพลังเหลือ งั้นให้พวกเขาพาญาติพี่น้องมาช่วยด้วย!’

‘น้องๆ วัยเรียนล่ะ?’

‘ไม่มีเงินแล้ว?’

ซย่าฝานหรือ?

ซย่าฝานก็มีพลังเรียกแฟนเยอะเหมือนกัน

ถึงอย่างไรเธอก็เป็นราชินีเพลง แถมยังมีอิทธิพลในวงการภาพยนตร์ไม่น้อย

แต่ถ้าไม่มีเซี่ยนอวี๋คอยหนุนหลัง ยอดขายอัลบั้มคงไม่มีทางสูงจนน่ากลัวแบบนี้อย่างแน่นอน

เรื่องนี้ทุกคนต่างรู้อยู่แก่ใจ

และความจริงก็เป็นเช่นนั้น

เพราะในพื้นที่แสดงความคิดเห็นของอัลบั้ม ล้วนมีแค่คอมเมนต์ในแนวทางเดียวกัน

“โหลดเสร็จแล้ว สิบเพลงเลยนะ ฟังวนไปได้ยาวๆ”

“อันดับก็ขึ้นไวเกิน”

“ยังไงซะทุกคนก็แห่กันโหลดอัลบั้ม อย่างกับว่าช้าไปนิดเดียวก็จะขาดทุนไรงี้เลย”

“ฮ่าๆ พ่อเพลงอวี๋นี่เอาแต่ใจจริงๆ ออกอัลบั้มวันที่สองของปีใหม่ก็ได้นะ”

“เชื่อเถอะ ต่อให้เซี่ยนอวี๋ออกช้าไปอีกหลายวัน เขาก็ฆ่าล้างบางได้อยู่ดี”

“พ่อเพลงอันดับสองของบลูสตาร์มาเล่นชาร์ตฤดูกาลเพลง ต่อให้ไม่ใช่ตัวละครที่เวลตันเลยไปล้างบางหมู่บ้านของผู้เล่นใหม่ แต่ก็ใกล้เคียงมากแล้วละ”

“ถึงยังไงอันดับหนึ่งน่ะ เขาก็ไม่ได้สนใจชาร์ตฤดูกาลเพลงสักนิด”

“พอเบอร์หนึ่งไม่ลงสนาม เซี่ยนอวี๋ก็แทบไร้ศัตรูในชาร์ตนี้แล้ว มีแค่พ่อเพลงหยางกับรัสเซลล์ที่พอจะสูสีหน่อยเท่านั้น”

“คิดผิดแล้วล่ะ พ่อเพลงหยางกับรัสเซลล์มาก็ไม่รอด”

“รวมถึงอันดับหนึ่งด้วยนะ ถ้าแข่งแค่ชาร์ตฤดูกาลเพลง ก็โดนพ่อเพลงอวี๋บดเละเหมือนกัน”

“เพราะเราต้องยอมรับว่า ชาร์ตฤดูกาลเพลงนั้นทั้งยุติธรรมและไม่ยุติธรรมในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะกับคนที่พิเศษอย่างพ่อเพลงอวี๋ บัฟชื่อเสียงของเขาน่ากลัวมาก ในฐานะคนที่มีแฟนคลับมากที่สุดในบลูสตาร์ ตั้งแต่วงการเต้น วงการหนัง วงการวรรณกรรม ไปจนถึงวงการดนตรี ไม่ว่าจะวงการไหนก็มีสาวกเขาเต็มไปหมด คนแบบนี้ แค่เขียนเพลงเล่นๆ แล้วแฟนคลับสนับสนุนกันเล่น ๆผลลัพธ์ก็น่ากลัวจนทั้งการดนตรีไม่กล้าเผชิญหน้าเลยละ”

“โอ้โฮ”

“ไม่ต้องคุยแล้ว”

“ขึ้นอันดับหนึ่งแล้ว”

“ไปเริ่มฟังเพลงกันเถอะ ชาร์ตฤดูกาลไม่ต้องสนใจหรอกพอแฟนคลับเยอะระดับนี้ พลังบดขยี้ก็เยอะเป็นธรรมดาต่อให้เซี่ยนอวี๋ใช้เท้าเขี่ยเพลงลงอัลบั้ม เขาก็ยังได้ที่หนึ่งอยู่ดี”

ใช่แล้ว

ประมาณยี่สิบนาทีเท่านั้น อัลบั้มที่หลินเยวียนทำให้ซย่าฝานก็ ทะยานขึ้นมาถึงอันดับหนึ่งของการจัดอันดับเพลงประจำฤดูกาลแล้ว

กวาดคู่แข่งจนราบเป็นหน้ากลอง

พ่ายแพ้ในชั่วพริบตา

เป็นปาฏิหาริย์ของการจัดอันดับเพลงประจำฤดูกาลที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วลัดนิ้วมือ

ลมพัดมาที่หน้าบ้าน ขณะที่เขามองดูอันดับซึ่งหยุดนิ่งบนหน้าจอ อยู่ดีๆ หลินเยวียนก็รู้สึกหนาววาบขึ้นมา จึงดึงเสื้อให้กระชับ

“อุณหภูมิต่ำลงหรือเปล่า?”

“อาจเพราะพี่ยืนสูงเกินไปก็ได้นะ”

ต้าเหยาเหยาเอ่ยอย่างแฝงความนัย

หลินเยวียนไม่แน่ใจว่านี่นับว่าเป็นการทำลายข้าศึกได้อย่างง่ายดายหรือเปล่า เขารู้เพียงว่า เมื่อขึ้นถึงยอดเขาแล้ว ย่อมต้องหนาวเป็นธรรมดา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน