ตอนที่ 1301 มาร 108 ตน (2)
หลังจากชมภาพยนตร์เสร็จ ซุนเย่าหั่วก็พาทุกคนไปกินมื้อดึกที่หนึ่งในร้านอาหารของเขาเอง
ระหว่างที่กินอยู่นั้น
ทุกคนก็พูดคุยกันเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่เพิ่งดูไป ก่อนจะวกมาคุยถึงอัลบั้มใหม่ของซย่าฝานที่กำลังดังถล่มทลายอยู่ในตอนนี้
หลินเยวียนเอ่ยเลยถามขึ้นมาลอยๆ ว่า
“งั้นอัลบั้มที่สอง มีใครอยากให้ผมเขียนให้บ้าง?”
ด้วยความที่พี่สาว น้องสาว และแม่ก็นั่งอยู่ด้วย หลินเยวียนนึกว่ากลุ่มปลาจะต้องแย่งกันโวยวายเหมือนทุกทีใครจะคิดว่าวันนี้ทุกคนกลับไม่ได้โวยวาย แต่กลับยิ้มหวาน พร้อมกับบอกอย่างสุภาพว่าให้ตัวแทนตัดสินใจ
พี่ห่าวอวิ้นยิ่งสวมบทบาทพี่สาวใหญ่เต็มตัว
“ฉันขอเป็นคนสุดท้ายก็ได้”
หลินเยวียนกวาดตามองไปรอบโต๊ะ แล้วสายตาก็ไปหยุดที่เฉินจื้ออวี่
เจ้าตัวสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะถามอย่างตื่นเต้นปนประหลาดใจว่า “ผู้โชคดีคนต่อไปคือผมหรือ?”
หลินเยวียนพยักหน้า “อันดับของคุณต่ำที่สุด”
เฉินจื้ออวี่โดนแทงใจดำทันที เขาคือคนที่อันดับต่ำสุดในปลาราชวงศ์จริงๆ
“สู้ๆ นะ”
ซย่าฝานเลยตบไหล่เฉินจื้ออวี่ “ถ้ายังไม่ตั้งใจร้องเพลงอีกละก็ เดี๋ยวต้องกลับไปสืบทอดกิจการหมื่นล้านแล้วนะ”
ทุกคนหัวเราะกันจนตัวโยน
หลินเยวียนก็อดขำไปด้วยไม่ได้
นี่คือความลับที่รู้กันเฉพาะในปลาราชวงศ์เท่านั้น
ความจริงแล้ว เฉินจื้ออวี่เป็นทายาทเศรษฐี แม้ทรัพย์ สินจะไม่ถึงระดับหมื่นล้าน แต่อย่างน้อยก็เป็นหลักหลายพันล้าน
ด้วยเหตุนี้เอง พ่อของเฉินจื้ออวี่จึงไม่พอใจนักที่ลูกชายอยากเข้าวงการบันเทิงมาเป็นนักร้อง
มีมรดกให้สืบทอดให้พร้อมอยู่แล้วไม่ดีหรืออย่างไร?
แต่เฉินจื้ออวี่กลับให้ความสำคัญกับความฝันมากกว่าสิ่งใด เพื่อจะได้ร้องเพลง เขาเคยทะเลาะกับครอบครัวจนแตกหัก และในวันที่ทางบ้านตัดเงินทุกช่องทาง เขาก็สะพายกีตาร์หนึ่งตัว ออกไปลุยวงการเพลงโดยลำพัง
ช่วงแรก ๆ เรียกว่าล้มลุกคลุกคลานจนหัวแตกเลือดซิบ
วงการบันเทิงไม่เคยเป็นสถานที่ที่อ่อนโยนกับใครหน้าไหน
ภายหลังเมื่อพรสวรรค์เริ่มฉายแวว เฉินจื้ออวี่ก็เริ่มจับจุดได้ในวงการเพลงจนไต่ขึ้นมาเป็นนักร้องแถวหน้า หลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับฉลามขาวบ้าเลือด ตัวจริงเข้าจนได้ จนได้รับฉายาว่า ‘ลูกคนรองตลอดกาล’ รุ่นบุกเบิก โดนพ่อเพลงอวี๋ตบซ้ายตบขวาจนแทบต้องร้องขอชีวิต
หลังจากนั้นทุกคนก็รู้ดีว่าเรื่องราวจบลงอย่างไร
เฉินจื้ออวี่เลือกใช้วิธี ‘สู้ไม่ไหว ก็เข้าร่วมเสียเลย’
ตอนนี้เฉินจื้ออวี่คืนดีกับครอบครัวแล้ว พ่อแม่ก็เข้าใจเขามากขึ้น ถึงอย่างไรหากพูดถึงเส้นทางอาชีพนักร้อง ลูกชายของพวกเขาก็นับว่าประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงแล้ว
อย่างไรก็ตาม มุกนี้กลับเป็นที่นิยมในราชวงศ์ปลา
ว่างเมื่อไหร่ก็เป็นต้องหยอกล้อเฉินจื้ออวี่ว่า ถ้าไม่ตั้งใจร้องเพลง เดี๋ยวได้กลับไปสืบทอดกิจการหมื่นล้านนะ
ตอนหลินเยวียนได้ยินครั้งแรกก็หัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกแปลกพิลึก
เพราะมุกนี้เขาเคยได้ยินจากหลินจวิ้นเจี๋ย (JJ Lin) ในโลกเดิมมาก่อน
หลังจากหยอกล้อกันจนพอใจ หลินเยวียนก็เอ่ยขึ้นว่า
“เดี๋ยวเราคุยกันเรื่องอัลบั้มหน่อย สำคัญตรงที่คุณอยากให้มันออกมาในแบบไหน”
เฉินจื้ออวี่พยักหน้าอย่างจริงจังทันที
…
หลังจากกินมื้อดึกกันเสร็จ หลินเยวียนก็ไปคุยกับเฉินจื้ออวี่เพียงลำพังอีกหลายชั่วโมง
เมื่อเข้าใจความต้องการของเฉินจื้ออวี่ต่ออัลบั้มใหม่อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เขาถึงได้ขึ้นรถของอีกฝ่ายกลับบ้าน
ถึงบ้านก็ปาไปเที่ยงคืน หลินเยวียนก็แทบจะล้มตัวลงนอนทันที
เมื่อตื่นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาไม่ได้เริ่มทำอัลบั้มของเฉินจื้ออวี่ก่อนแต่เปิดไฟล์บนคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ดังแกร็กๆ
ประมาณหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลินเยวียนก็ยืดเส้นยืดสาย
“ในที่สุดก็เขียนซ้องกั๋งจบลงสักที”
ใช่แล้ว
สิ่งที่หลินเยวียนเขียนคือ ‘ซ้องกั๋ง’
นิยายเล่มนี้ก็เพิ่งเขียนเสร็จสมบูรณ์เมื่อครู่นี้เอง
ด้วยความเร็วในการเขียนประมาณวันละสามหมื่นคำ ในที่สุดความคืบหน้าก็เป็นไปตามที่หลินเยวียนคาดไว้
เขาติดต่อจินมู่ แล้วส่งไฟล์ต้นฉบับให้ทันที
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...