ตอนที่ 1306-2 แกเป็นใครกันแน่ (2)
……………
การถ่ายทอดสดถูกกำหนดให้เริ่มอย่างเป็นทางการในเวลาเก้าโมงเช้าสามารถรับชมได้โดยตรงบนเว็บไซต์วิดีโอตัวแทนจากแต่ละทวีป บางเว็บยังเปิดให้พิมพ์คอมเมนต์วิ่งแบบเรียลไทม์อีกด้วย
เวลาแปดโมงครึ่ง
แขกของงานต่างทยอยเข้าสถานที่
บรรดาแนวหน้าจากหลากหลายวงการ เมื่อเดินเข้าไปในห้องถ่ายทอดสดก็หันซ้ายแลขวาทันที ปรากฏว่ามองดูอยู่พักใหญ่ สิ่งที่เห็นกลับมีแค่ม่านผืนหนึ่งอยู่ด้านหน้าเวทีเท่านั้น
ถ้ามีใครนั่งอยู่หลังม่านนั้นละก็ สามารถบดบังใบหน้าได้อย่างพอดี
ทันใดนั้นก็มีคนขมวดคิ้ว แต่กลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาออกมามากนัก
ไม่นานนัก
สถานที่ก็เริ่มอื้ออึงขึ้นมา
หลิงคงกับซ่งฟางปรากฏตัวแล้ว!
เหล่าบุคลากรระดับแนวหน้าจากหลากหลายวงการซึ่งอยู่ที่นี่ต่างจดจำแทบจะจำตัวแสบทั้งสองที่เพิ่งจุดชนวนระเบิดของกระแสสังคมได้ในทันที
บางคนเฉยเมย บางคนยิ้มทักทาย และก็มีบางคนที่แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างชัดเจน
ทั้งสองคนเข้ามา ก็เริ่มกวาดตามองโดยรอบในทันที
เมื่อพวกเขาเห็นม่านผืนนั้นที่ยังสามารถบังใบหน้าได้อยู่ ดวงตาทั้งคู่ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที แล้วเริ่มเล่นต่อบทต่อหน้าฝูงชนอย่างเปิดเผย
ซ่งฟาง “ถ้าจะเขียนนิยายถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งบลูสตาร์อยู่แล้ว ยังต้องมานั่งบังหน้าทำไมอีก?”
หลิงคง “หน้าตาเขานี่ให้คนพบเห็นไม่ได้เลยหรือไง?”
ซ่งฟาง “หรือว่าบนหน้ามีแผลเป็น หรือปานน่าเกลียดอะไรพรรค์นั้น เลยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่กล้าเผยใบหน้า ถ้าเป็นความเข้าใจผิดแบบนั้น งั้นผมก็ต้องขอโทษด้วยแล้วนะ”
หลิงคงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
มีคนข้างๆ เอ่ยเสริมขึ้น ด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ถ้าไม่เห็นหน้า แสดงว่าวันนี้มาก็เสียเที่ยวน่ะสิ น่าเบื่อชะมัด”
“ใครบอกว่าจะไม่เห็นหน้าล่ะครับ?”
จินมู่เดินออกมาอย่างเย่อหยิ่ง แม้คนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักเขา แต่เขาคือผู้จัดการของฉู่ขวง และไม่ว่าคนจะรู้จักเขาหรือไม่ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการยืดอกวางมาดของเขาเลยแม้แต่น้อย “ตอนที่อาจารย์เขียนหนังสือ เขาไม่ชอบให้มีคนจ้อง ถ้าอยากเห็นหน้า ก็รอให้เขาเขียนเสร็จก่อนแล้วกัน ลองคิดดูสิครับ ตอนที่พวกคุณเขียนเรียงความชอบให้มีคนมายืนจ้องอยู่ด้านหลังหรือไง?”
“คุณเป็นใคร?”
“ผมเป็นผู้จัดการของอาจารย์ฉู่ขวง”
“ฉู่ขวงมีผู้จัดการด้วยหรือ?”
“ปกติคุณจินมู่เป็นคนติดต่อกับคลังหนังสือซิลเวอร์บลู ในนามของอาจารย์ฉู่ขวงครับ ผมคือหลี่ว์เป่ย บรรณาธิการบริหารของคลังหนังสือซิลเวอร์บลู”
บรรณาธิการบริหารหลี่ว์เป่ยจากคลังหนังสือซิลเวอร์บลูออกมายืนยันแล้ว
ในขณะนั้นเอง หวังลั่วที่มาถึงสถานที่ตั้งนานแล้ว และถูกรายล้อมไปด้วยบรรดาคนใหญ่คนโต แต่กลับยังนิ่งเงียบมาโดยตลอด จู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
“คลังหนังสือซิลเวอร์บลูเอง ก็ไม่รู้ใบหน้าจริงของฉู่ขวงเหมือนกันหรือ?”
“ไม่ทราบครับ”
หลี่เป่ยตอบอย่างประหม่าเล็กน้อย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ หลี่ว์เป่ยรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก อาจเป็นเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะอาศัยชื่อเสียงของฉู่ขวงพาตัวเองไปไกลแค่ไหน ทว่าสุดท้ายเขาก็ยังไม่เคยได้ก้าวเข้าสู่แวดวงสังคมระดับสูงสุดของบลูสตาร์จริงๆ สักครั้ง
จะว่าไป อิทธิพลของฉู่ขวงนี่น่ากลัวจริงๆ !
แค่ประกาศว่าจะเขียนนิยายถ่ายทอดสดในวันนี้ก็สามารถเชิญบุคคลระดับยอดพีระมิดของบลูสตาร์มารวมตัวกันได้มากมายขนาดนี้ แค่คนคนเดียวที่เดินออกไปจากที่นี่ ก็อาจอยู่ในระดับที่มีชื่อเสียงสะเทือนแปดทวีปในสาขาของตัวเองเลยก็ได้!
หลี่ว์เป้ยหยุดไปชั่วครู่
มีประโยคหนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของหลี่ว์เป่ย เจาจึงอดเอ่ยออกมาอย่างทนไม่ไหวว่า
“ผมคิดว่าอาจารย์ฉู่ขวงไม่มีทางเป็นสิ่งที่ทีมงานสร้างขึ้นมาได้อย่างแน่นอน”
ไม่ใช่แค่เพราะบรรณาธิการของบริษัทเคยติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับฉู่ขวงมาก่อน
แต่ยังเป็นเพราะตลอดหลายปีที่ร่วมงานกันมา กระบวนการทุกอย่างนั้นช่างเรียบง่าย ไม่มีลูกเล่นหวือหวาอะไรเลย
ถ้าฉู่ขวงเป็นตัวละครที่ทีมงานสร้างขึ้นมา ไม่มีทางทำตัวสงบเสงี่ยมขนาดนี้ทั้งที่สามารถรีดผลประโยชน์จากคลังหนังสือซิลเวอร์บลูได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า
พูดง่ายๆ ก็คือ
ทำแบบนี้ไม่เข้ากับสไตล์ของทุนเอาเสียเลย!
เป็นไปไม่ได้ที่ทีมงานเบื้องหลังฉู่ขวงทั้งทีมจะมองเงินเหมือนเศษดินเศษทรายใช่ไหมล่ะ?
“ใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกคุณมีบทบาทอะไรอยู่เบื้องหลังฉู่ขวง ยังไงซะ นามปากกาฉู่ขวง ก็ถูกสร้างมาได้ดี คลังหนังสือซิลเวอร์บลูของคุณเอง ก็เป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดไม่ใช่หรือ?”
ซ่งฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม
แต่หลังจากพูดประโยคนี้จบ
จู่ๆ ซ่งฟางก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
เขาหันไปมองและพบว่าเป็นเป็นหวังลั่วที่กำลังมองเขาอยู่งียบๆ
สายตาคู่นั้นยังแฝงด้วยความรังเกียจ ชั่วขณะนั้นซ่งฟางจึงรีบทำสีหน้าเก้อเขินขึ้นมาทันที
เขารู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย
หลิงคงกลับไม่รู้สึกอะไร เขากวาดตามองไปรอบๆ แล้วแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบออกมา “วันนี้เป็นงานสำคัญขนาดนี้ แต่กลับไม่เห็นอาจารย์เซี่ยนอวี๋ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของฉู่ขวงมาร่วมงาน พวกคุณไม่รู้สึกว่ามันแปลกไปหน่อยหรือ?”
ทุกคนมองไปรอบๆ แล้วก็พบว่าเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ
คนระดับแนวหน้ามากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แต่เซี่ยนอวี๋กลับไม่ปรากฏตัวเรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
มีเพียงหวังลั่ว มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ ที่เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเบาๆ ด้วยความตกใจ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ใจกลางเวที
ที่นั่นมีโต๊ะคอมพิวเตอร์หนึ่งตัวตั้งอยู่ บนโต๊ะมีถ้วยชาร้อนวางอยู่เ ด้านหน้าโต๊ะคือเก้าอี้ธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง และบนเก้าอี้นั้น มีร่างหนึ่งนั่งอยู่เงียบๆ แผ่นหลังเหยียดตรง และสวมเสื้อสีน้ำเงิน
นี่คือ…
ฉู่ขวงงั้นหรือ…
ดวงตานับไม่ถ้วนจากทั่วทั้งบลูสตาร์ซึ่งกำลังจับจ้องหน้าจอเป็นประกายวาบขึ้นในทันที แต่น่าเสียดายกล้องกลับไม่ยอมให้เห็นใบหน้าของคนในเสื้อน้ำเงินคนนี้เลย
“ฉู่ขวง!”
“ต้องเป็นเขาแน่นอน!”
“ดูจากแผ่นหลัง เหมือนจะยังหนุ่มอยู่เลยนะ?”
“จำได้ว่าอิ่งจือหรือใครสักคนเคยบอกว่าสามสหายยังอายุน้อยกันหมดนี่นา”
“ให้ตายเถอะ พวกเธอเชื่อกันจริงๆ หรือ?”
“ตอนนี้ไม่ว่าใครจะนั่งอยู่ตรงนั้นก็อ้างตัวเป็นฉู่ขวงได้ทั้งนั้นแหละซ่งฟางพูดไว้ไม่ผิด คนนี้ต้องเป็นแค่ตัวแทนภาพลักษณ์ของฉู่ขวง เป็นคนที่ถูกคัดมาอย่างพิถีพิถันแน่ๆ ตอนนี้ในหัวเขาอาจกำลังท่องเนื้อหาที่ต้องเขียนต่อไปอยู่ก็ได้”
“ทำไมยังไม่เปิดหน้าอีก?”
“มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะซ่อนอยู่ทำไม?”
“ดูไปเงียบๆ เถอะ เดี๋ยวรู้กันในเมื่อเจ้าแก่ฉู่ขวงกล้าถ่ายทอดสด เขาต้องให้คำอธิบายกับทุกคนแน่นอน!”
ท่ามกลางคอมเมนต์ที่วิ่งเข้ามาไม่หยุด
ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นและความคาดหวังอันมหาศาล
แม้แต่เหล่าบุคคลระดับแนวหน้าในสถานที่ถ่ายทอดสดก็เบิกตากว้าง จ้องแผ่นหลังนั้นไม่กะพริบตา บางคนถึงกับเอนตัวไปข้างหน้าแต่น่าเสียดายที่ยังคงมองไม่เห็นใบหน้าของเขาอยู่ดี
“ใช่เขาไหม?”
ซ่งฟางกระซิบถามหลิงคงที่อยู่ข้างๆ รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเริ่มเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ในใจยังคงพร่ำบอกตัวเองไม่หยุดว่า ตัวปลอม ตัวปลอม ตัวปลอม ตัวปลอม…
ยังใช้ไม่ได้ผลอยู่ดี
อิทธิพลที่ฉู่ขวงสั่งสมมาตลอดหลายปีนั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว!
แค่ดูจากบรรยากาศและขนาดของงานในวันนี้ก็รู้แล้วว่า การถ่ายทอดสดครั้งนี้เล่นใหญ่ขนาดไหน!
หากก้าวพลาดแม้แต่เพียงก้าวเดียวเขาจะไม่มีที่ยืนในโลกออนไลน์อีกต่อไป บางทีแม้แต่ชีวิตจริงก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย!
ขณะเดียวกัน หลิงคงก็รู้สึกราวกับเลือดในร่างกายกำลังเดือดพล่านดวงตาจับจ้องไปบนเวทีเขม็ง กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เล็บจิกลึกลงไปในเนื้อเต็มแรง
“แกเป็นใครกันแน่!?”
เพื่อวินาทีนี้ หลิงคงใช้ทุกอย่างในชีวิตมาเดิมพัน ดวงตาคู่นั้นแดงฉานราวกับจะลุกเป็นไฟ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...