ตอนที่ 1307 ความฝันในหอแดง
คนที่นั่งอยู่บนเวทีในเวลานี้ แน่นอนว่าเป็นหลินเยวียน
ตัวจริงของฉู่ขวง
หันหลังให้กับผู้ชม ประหนึ่งหันหลังให้กับทั้งโลก อารมณ์ของหลินเยวียนกลับสงบนิ่งยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้เสียอีก
ก่อนการถ่ายทอดสดครั้งนี้ เขาได้ใช้น้ำยาของระบบ ทุกชนิดที่มีประโยชน์กับการถ่ายทอดสดในวันนี้ไปหมดแล้วเตรียมตัวมาอย่างเต็มที่อย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน
พิธีกรอันหงซึ่งขึ้นเวทีมาพร้อมกัน ในที่สุดก็เอ่ยขึ้น
“การถ่ายทอดสดครั้งนี้จัดขึ้นโดยสมาคมวรรณศิลป์ หลังจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของทางการตรวจสอบแล้ว อุปกรณ์ทั้งหมดที่อาจารย์ฉู่ขวงใช้ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด เก้าอี้ รวมถึงน้ำดื่ม ล้วนไม่พบร่องรอยของการทุจริตใดๆ ”
อันหงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
วันนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่อาจแสดงท่าทีผ่อนคลายแบบที่เคยใช้ในการดำเนินรายการบันเทิงได้อีกต่อไป “ในที่นี้ มีใครมีข้อโต้แย้งไหมครับ?”
ไม่มีใครคัดค้าน
รวมถึงหลิงคงและซ่งฟางด้วย
ล้อเล่นหรือไง ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ สายตาของคนทั้งบลูสตาร์จับจ้องมา เข้มงวดยิ่งกว่าการสอบใด ไม่มีทางที่จะโกงได้สำเร็จอย่างแน่นอน!
ที่สำคัญที่สุดคือ…
คนของสมาคมวรรณศิลป์ได้ตรวจสอบล่วงหน้าแล้ว สิ่งที่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ จะปลอมได้อย่างไร?
เว้นเสียแต่ว่า ฉู่ขวงจะสามารถชักใยหน่วยงานทางการได้จริงแต่ถ้ามีอำนาจขนาดนั้นจริง เขาก็คงไม่ต้องมานั่งพิสูจน์ตัวเองถึงขั้นนี้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อไปผมจะขออธิบายสถานการณ์ในวันนี้ให้ทุกท่านทราบ
แขกรับเชิญลึกลับซึ่งอยู่บนเวทีในขณะนี้ก็คือฉู่ขวงต่อจากนี้ เขียนนิยายสดพร้อมกับถ่ายทอดสดต่อหน้าทุกท่าน
เนื้อหาของนิยายที่ฉู่ขวงเขียน จะถูกแสดงแบบเรียลไทม์บนหน้าจอสาธารณะ
และจอสาธารณะจะถ่ายทอดกระบวนการเขียนจากหลายมุมกล้องเพื่อให้ทุกท่านมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ส่วนการเปิดเผยใบหน้าซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกท่านสนใจมากที่สุดจะเกิดขึ้นหลังจากการเขียนนิยายเสร็จสิ้น
หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ ถึงอย่างไรแค่มีคนจ้องมองแผ่นหลังขณะเขียนหนังสือ ก็นับเป็นความกดดันอย่างมหาศาลแล้ว”
ชายในเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน คือฉู่ขวงจริงๆ !
และการถ่ายทอดสดในวันนี้ เขาก็จะเผยใบหน้าจริงให้เห็นอย่างแน่นอน!
คำพูดของอันหง เพียงแค่ดึงสองข้อมูลสำคัญนี้ออกมาก็เพียงพอจะทำให้ทั้งผู้ชมในสถานที่จริง และผู้ชมทางออนไลน์ระเบิดความตื่นเต้นขึ้นมาทันที
คนกลุ่มนี้ ไม่ใช่เพียงฝ่ายที่สนับสนุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงฝ่ายที่ต่อต้านด้วย
เพียงแต่ว่า เหตุผลของแต่ละฝ่ายนั้นแตกต่างกัน
ในขณะนั้นเอง
กล้องแพนไปจับภาพของหลิงคงและซ่งฟาง คอมเมนต์ในไลฟ์สดพลัน ปั่นป่วนขึ้นมาทันที!
หลายคนนึกไม่ถึงว่า สองคนที่ถูกมองว่าเป็นหัวหน้าของฝั่งผู้เคลือบแคลงสงสัย จะมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้ด้วย!
ดูท่าวันนี้คงจะมาถึงจุดแตกหักกันจริงๆ แล้ว!
บนเวที
อันหงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปทางเงาร่างสีน้ำเงินเบื้องหน้า “อาจารย์ฉู่ขวง เริ่มได้เลยครับ”
ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง
ผู้ชมก็เห็น
มือของฉู่ขวง ขยับขึ้นแล้ว
แกร็กๆๆ
ในเอกสารบนหน้าจอ ปรากฏตัวอักษรขึ้นมา
ความฝันในหอแดง!
เรื่องราวซึ่งเป็นฉากหลังของความฝันในหอแดงเป็นโลกที่แต่งขึ้นมา
โดยภาพรวมแล้ว ความฝันในหอแดงคือผลงานที่อิงประสบการณ์ชีวิตของ เฉาเสวี่ยฉิน ผสมผสานกับลักษณะเฉพาะของยุคสมัยในนั้น สะท้อนวิถีชีวิตของชนชั้นขุนนางบัณฑิตในช่วงปลายราชวงศ์หมิงเส้นเรื่องที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์ชิง และฉากหลังทางสังคมของราชวงศ์หมิง กล่าวได้ว่าเป็นผลงานที่ผสานบรรยากาศทางสังคมของทั้งหมิงและชิงเข้าไว้ด้วยกัน
ในเวลานี้
หลินเยวียนเลือกความฝันในหอแดงขึ้นมา เพื่อสอดรับกับสี่ยอดวรรณกรรม ที่เขาเคยเขียนเสร็จไปแล้วสองเรื่อง คือ
บันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศ
และซ้องกั๋ง
อย่าลืมว่า นิยายสองเรื่องนั้นล้วนถูกเขียนในรูปแบบภาษาโบราณนักเขียนร่วมสมัยที่กล้าเขียนนิยายในลักษณะนี้ได้ เห็นจะมีฉู่ขวงเพียงคนเดียว นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของวงการวรรณกรรมบลูสตาร์ไปแล้ว และแม้ จะมองว่านี่เป็นหนึ่งในหลักฐานพิสูจน์ตัวตนของว่าฉู่ขวง ก็ไม่นับว่าเกินเลยนัก
หลินเยวียนไม่มีหยุดชะงักแม้แต่น้อย
หลังพิมพ์ชื่อเรื่องเสร็จ เขาก็เคาะแป้นพิมพ์ต่อในทันที และเขียนชื่อบทที่หนึ่งของความฝันในหอแดง
เจินซื่ออิ่นนิมิตถึงสิ่งลี้ลับ รู้แจ้งจิตวิญญาณ เจี่ยอวี่ชุนผู้ระหกระเหิน ฝากหัวใจไว้กับหญิงงาม
[เมื่อครั้นที่นวี่ว์วาหลอมก้อนหินซ่อมฟ้า ณ ผาอู๋จี เขาต้าฮวง หลอมก้อนหินทั้งหมดขึ้นมา สูงสิบสองจั้ง กว้างยี่สิบสี่จั้ง รวมได้ก้อนหินดิบทั้งสิ้นสามหมื่นหกพันห้าร้อยเอ็ดก้อน ทว่าเทพมารดาใช้ใช้ไปเพียง สามหมื่นหกพันห้าร้อยก้อนเท่านั้น ยังเหลืออยู่หนึ่งก้อนที่ไม่ได้ใช้ ก้อนหินก้อนนั้นถูกทิ้งไว้ใต้ยอดเขาชิงเกิ่ง ใครจะรู้เล่าว่า หลังจากผ่านการหลอมกลับก่อกำเกิดจิตวิญญาณ เมื่อเห็นก้อนหินก้อนอื่น ล้วนได้รับเลือกให้ไปซ่อมฟ้า เหลือเพียงตนไร้ประโยชน์ ไม่คู่ควรแม้แต่จะถูกเลือก ได้แต่โทษตนเองคร่ำครวญทั้งวันทั้งคืนด้วยความอับอาย..]
หลินเยวียนตัดส่วนที่ผู้เขียนเล่าด้วยตนเองออกไปบางส่วน
แล้วเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักทันทีเริ่มเขียนที่มาของก้อนหิน ซึ่งก็คือชาติปางก่อนของเจี่ยเป่าอวี้
ทว่าบนหน้าจอนับไม่ถ้วนของผู้ชมทั่วทั้งบลูสตาร์ในเวลานี้ เหล่าผู้อ่านที่เชื่อมั่นในฉู่ขวงมาตลอด แทบไม่แม้แต่จะอ่านเนื้อหาอย่างละเอียด เพียงแค่เห็นรูปแบบสำนวนแบบนิยายโบราณเช่นนี้ ต่างก็ยิ้มอย่างเข้าใจออกมาทันที
“ใช่แล้ว!”
“กลิ่นอายแบบนี้แหละ!”
“อารมณ์นิยายโบราณ เหมือนการเดินทางสู่ประจิมทิศเลย!”
“ผลงานใหม่ล่าสุดของเจ้าแก่ฉู่ขวงอย่างเรื่องซ้องกั๋งก็เขียนแบบนี้แหละ!”
“แค่มองก็รู้เลยว่าเป็นสไตล์ของเจ้าแก่ฉู่ขวง!”
“เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงน่ะของจริง!”
“แค่นี้เอง ยังไปไม่ถึงไหนเลยด้วยซ้ำ!!”
“ถ้าท่องมาแล้วล่วงหน้า ก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน”
“นี่แค่อธิบายได้อย่างเดียวว่า หนังสือเล่มใหม่ที่ฉู่ขวงกำลังพิมพ์อยู่ คงเป็นผลงานของยอดฝีมือระดับสูงในทีมเขา ทั้งบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศกับซ้องกั๋งก็น่าจะเป็นฝีมือของคนนั้นเหมือนกัน”
“บางทีเล่มนี้อาจจะเป็นงานเขียนร่วมของนักเขียนหลายคนด้วยซ้ำ”
“พวกคุณก็พูดเหลวไหลไปเรื่อย”
“พวกแฟนคลับหัวสมองกลวงอย่างพวกคุณนี่ ทำไมไม่ยอมรับความจริงกันสักที?”
“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งทะเลาะกัน!”
“พวกคุณดูสิ ความเร็วในการพิมพ์ของฉู่ขวงนี่ นี่มันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย!?”
ความเร็วในการพิมพ์?
มีผู้ชมบางคนซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นักเมื่อตั้งใจมองดีๆ ก็ถึงกับตะลึงจนตาค้างทันที!
บนหนึ่งในจอสาธารณะ เห็นได้ชัดว่า นิ้วทั้งสิบของฉู่ขวงเคลื่อนไหวอย่างรื่นไหลประหนึ่งเป็นงูน้ำที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเป็นระยะๆ !
ตลอดกระบวนการนี้ ความเร็วนั้นเร็วราวกับเงาซ้อนของภาพจนแทบไม่มีใครมองทันว่าเขากดปุ่มไหนบ้าง!
ฟิ้วๆๆ !
นิ้วมือของเขากำลังร่ายรำอยู่จริงๆ
มีเพียงตัวอักษรที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจออย่างรวดเร็วคอยย้ำเตือนทุกคนว่า ในทุกเสี้ยววินาทีที่ผ่านมา ฉู่ขวงได้กดแป้นพิมพ์ไปแล้วกี่ครั้ง!
บางคนที่อ่านช้าสักหน่อย ถึงกับยิ่งรู้สึกขึ้นมาในใจว่า
ความเร็วในการเขียนของฉู่ขวง ได้แซงหน้าความเร็วในการอ่านของพวกเขาไปแล้ว
‘นี่แหละนักรบคีย์บอร์ดตัวจริงเสียงจริง!!!!’
‘นิยามใหม่ของเจ้าแก่ฉู่ขวงได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดพันมือแล้ว!!!’
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ความเร็วพิมพ์แบบนี้ มีใครบอกไม่ยอมรับบ้าง!’
‘ก่อนหน้านี้ยังแซะว่าเจ้าแก่เป็นปรมาจารย์แห่งการจัดการเวลา?’
‘แบบนี้ต้องใช้จัดการเวลาที่ไหนกัน?’
‘ผมสงสัยว่า เจ้าแก่ฉู่ขวงพิมพ์ห้านาที ได้เท่าพวกคุณพิมพ์ครึ่งชั่วโมง!’
‘ปกติฉู่ขวงคงใช้คีย์บอร์ดเปลืองจริงๆ …’
‘คีย์บอร์ดบนเวทีบอกแล้วว่า โดนเจ้าแก่ฉู่ขวงเคาะจนเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย!’
‘ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเจ้าแก่เขียนนิยายเร็วขนาดนี้ความเร็วมือระดับคนโสดที่ใช้มือบ่อยมาหลายสิบปี ถ้าไม่เห็นด้วยตาใครจะกล้าเชื่อ อยากยืมคีย์บอร์ดของเจ้าแก่ฉู่ขวงมาจุดบุหรี่สักมวนเลย!’
‘ตอนนี้เชื่อหรือยัง?’



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...