เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1308

ตอนที่ 1308 เรื่องแบบนี้พูดได้หรือ (1)

บทที่หนึ่งของความฝันในหอแดงเน้นการปูเรื่องและฉากหลังเป็นหลักบทที่สองเริ่มเล่าถึงชีวิตราชการอันผันผวนของเจี่ยอวี่ชุน จนถึงบทที่สาม เนื้อเรื่องจึงเปิดฉากอย่างเป็นทางการ

หวังซีเฟิ่งปรากฏตัว!

เจี่ยเป่าอวี้และหลินไต้อวี้ได้พบกัน!

เสน่ห์ของความฝันในหอแดงถูกเปิดเผยออกมาเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง

แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว ก็ยังคงทิ้งรสชาติก็อันตราตรึงไว้ที่ปลายลิ้นราวกับได้ลิ้มสุรารสเลิศ

ยกตัวอย่างเช่น หวังซีเฟิ่ง

ในเนื้อหาได้พรรณนาไว้ว่า

[ยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากลานหลังเรือน พร้อมเสียงเอ่ยขึ้นว่า “ข้ามาช้าไปสักหน่อย มิได้ออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนแต่ไกล!”

หลินไต้อวี้ประหลาดใจเหลือเกิน “คนเหล่านี้ต่างสงบเสงี่ยมสำรวม เรียบร้อยถึงเพียงนี้ ผู้ที่มาเยือนคือใครกัน ถึงได้วางท่าไร้มารยาทเช่นนี้?”

ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็เห็นบรรดาสะใภ้และสาวใช้กลุ่มใหญ่ห้อมล้อมสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งเดินออกมาจากประตูห้องด้านหลัง

สตรีผู้นั้นแต่งกายแตกต่างจากคุณหนูทั้งหลาย เครื่องประดับงดงามระยิบระยับ ประดุจเทพธิดาจากสวรรค์

บนศีรษะประดับมวยผมถักด้วยดิ้นทองประดับไข่มุกแปดชนิด รวบเกศาด้วยปิ่นรูปห้าหงส์ฟ้าประดับไข่มุก คอสวมสร้อยลูกปัดทองแดงสวดลายมังกร ชายกระโปงมีผ้าคาดเอวจากด้ายถักสีเขียวถั่ว สวมจี้กุหลาบคู่รูปปลาตาเดียว สวมเสื้อผ้าซาตินสีเลือดหมูตัดเย็บแขนแคบ ปักลายผีเสื้อรับร้อยกลางมวลดอกไม้ด้วยดิ้นทอง สวมเสื้อคลุมตัวนอกสีน้ำเงินปักลายห้าสี แต่งขอบด้วยขนเพียงพอนสีขาว นุ่งกระโปรงผ้าเครปสีมรกตลายดอกไม้ ดวงตากลมโตประดุจหงส์ฟ้า เส้นคิ้วโก่งดั่งใบหลิ่ว รูปร่างเพรียวบาง ท่าทางงามสง่า ใบหน้าอ่อนเยาว์ดั่งวสันตฤดูแฝงความดุดัน ริมฝีปากแดงไม่แย้มแต่เสียงหัวเราะดังก้องมาก่อนใบหน้าโปรยรำพันแต้มยิ้มแย้มแฝงความดุดัน ริมฝีปากแดงยังไม่แย้มยิ้มแต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะมาก่อน…]

เสียงยังไม่ทันถึง ตัวคนก็มาถึงก่อนแล้ว!

นี่แหละคือฝีมือระดับปรมาจารย์ของท่านเฉา!

ภาพลักษณ์ของแม่พริบแสบเฟิ่งแห่งความฝันในหอแดง แค่เปิดตัวครั้งแรกก็ถ่ายทอดรสชาติได้อย่างถึงพริกถึงขิง!

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้ชมบางคนก็แทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ภาพในหัวผุดขึ้นมาไม่หยุด!

‘อย่ามัวแต่สนใจความเร็วการพิมพ์เลย!’

‘ความเร็วฝึกกันได้ แต่พรสวรรค์ด้านการเขียนนี่ฝึกไม่ได้หรอก!’

‘ดูสิ่งที่เจ้าแก่ฉู่ขวงเขียนสิ สุดยอดไปเลย!”

‘หวังซีเฟิ่งแค่โผล่มาทีเดียวก็ได้อรรถรสแล้ว น่ากลัวจริงๆ !’

‘แค่รายละเอียดเรื่องเครื่องแต่งกาย ก็ไม่ใช่ระดับที่คนธรรมดาจะเขียนได้ แบบนี้ต้องศึกษาชุดยุคโบราณมาเยอะแค่ไหนกัน ที่สำคัญคือฉู่ขวง ไม่ต้องเปิดหาข้อมูลด้วยซ้ำ เขียนได้ทันทีที่จรดปากกา!’

‘หลินไต้อวี้ช่างเป็นผู้หญิงที่บอบบางเหลือเกิน!’

‘เป็นคนที่เห็นแล้วสงสาร อยากทะนุถนอม’

‘ตัวละครผู้หญิงคนนี้ ถ้าหากเป็นนักเขียนคนอื่นเขียน ฉันคงรู้สึกว่าใช้มารยาสาไถย ช่างรำคาญ แต่เมื่อเจ้าแก่ฉู่ขวงเขียน กลับเกลียดไม่ลงเสียอย่างนั้น’

‘ฮ่าๆๆๆ พวกแกสังเกตไหม คนข้างบนอ่านความฝันในหอแดง เยอะไปจนพูดจาเป็นทางการตามไปด้วยแล้วนะ’

‘หนังสือเล่มนี้อย่างเจ๋ง ไม่ได้เป็นรองบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศเลย!”

‘ถึงแม้จะเพิ่งเปิดเรื่องมาแค่สามตอน แต่กลิ่นอายความเป็นงานคลาสสิกนี่ซ่อนยังไงก็ไม่อยู่ ถ้าได้ตีพิมพ์เป็นเล่มเมื่อไหร่ จะไปซื้อให้หมดแผง!’

‘สาวๆ ในเรื่องนี่มีเอกลักษณ์มาก อยากรู้จริงๆ ว่าพวกที่ยังไม่โผล่มาจะเป็นยังไงบ้าง รอบตัวเจียเป่าอวี้นี่มันทุ่มดอกไม้ชัดๆ เจ้าชายที่เติบโตมาในกองแป้งกองน้ำหอม!’

ตอนนั้นเอง

ในคอมเมนต์มีคนหัวเราะพลางเอ่ยถามว่า ‘ยังจะมีใครกล้าพูดไหมว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงท่องจำมาก่อน ไม่ต้องถึง 23,000 ตัวอักษรก็ได้ เอาแค่ท่องให้ได้สัก 10,000 คำให้ได้ก่อนลองดูสิ ในชีวิตจริงฉันยังไม่เคยเห็นใครที่สามารถท่องยาวๆ ได้มากกว่า 20,000 คำในรวดเดียวเลย’

กลุ่มคนที่ตั้งข้อสงสัยที่ก่อนหน้านี้ตะโกนว่า ‘ท่องมาล่วงหน้าแน่ๆ ’ ต่างก็เงียบกันไปทีละคน

เขียนได้ 23,000 คำในครึ่งชั่วโมง ถ้าจะบอกว่าท่องมาล่วงหน้า ก็ออกจะยากเกินไปจริงๆ

ขณะเดียวกันในห้องส่ง

ด้านล่างเวที

มีคนสะกิดซ่งฟางเบาๆ “นี่ รอบนี้จะว่ายังไงล่ะ?”

สีหน้าของซ่งฟางซีดเผือดขึ้นมาถนัดตา ถึงเขาจะชอบเปิดหน้าชน ชอบเสาะหาความสนใจในโลกออนไลน์อยู่เป็นนิจ แต่ที่สามารถยืนอยู่ในจุดนี้ได้ก็เพราะตัวเขาเองมีความรู้ความสามารถจริง เรียนจบมหาวิทยาลัยชั้นนำมาเหมือนกัน และแน่นอนว่าเขามองออกถึงความโดดเด่นของเรื่องความฝันในหอแดงได้เช่นกัน

หนึ่งในเหตุผลที่หลิงคงเคยใช้ตั้งคำถามกับฉู่ขวง ก็คือ

ถ้าการถ่ายทอดสดนั้นหยิบแค่ตอนเปิดเรื่องออกมาเขียนเพียงไม่กี่พันตัวอักษร ความดีหรือความแย่ของนิยาย มันแทบจะแยกไม่ออกในทันทีอย่างน้อยก็ต้องอ่านจนจบทั้งเรื่อง ถึงจะประเมินได้อย่างเป็นธรรม

แต่ความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า

ฉู่ขวงก็หยิบตอนเปิดเรื่องออกมาจริงๆ แต่ไม่ใช่แค่ไม่กี่พันตัวอักษรเขาเขียนออกมาได้กว่า 20,000 ตัวอักษร!

เนื้อหาระดับนี้ สำหรับความฝันในหอแดงก็เพียงพอให้เห็นอะไรได้มากมายพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในนั้น ปิดอย่างไรก็ไม่มิด!

ซ่งฟางเองก็ยังตั้งข้อสงสัยร่วมกับหลิงคงว่า

‘ฉู่ขวง’ คนนี้น่าจะ ท่องจำต้นฉบับไว้ล่วงหน้า แล้วมาแสดงต่อหน้าสาธารณชน

แต่การเขียนเนื้อหาหลักออกมาทีเดียวกว่า 20,000 ตัวอักษรแล้วบอกว่าท่องจำมาก่อน จะไม่เกินจริงไปหน่อยหรือ ถ้าเบื้องหลังฉู่ขวง มีทีมงานอยู่จริง เวลาที่พวกเขาใช้เตรียมตัวก่อนหน้านี้ ก็แทบไม่พอเลยด้วยซ้ำ!

ยิ่งไปกว่านั้น

พวกเขาจะไปหาคนแบบไหนมาได้กัน?

หลินเยวียนไม่พูดอะไรอีก เพียงแค่กลับไปที่หน้าจอ แล้วเริ่มพิมพ์ต่อทันที บทที่สี่ของความฝันในหอแดงถือกำเนิดขึ้น ชีวิตหรูหราฟุ้งเฟ้อของชนชั้นสูงในตระกูลขุนนางค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา

หญิงอาภัพย่อมพบชายอาภัพ ภิกษุน้ำเต้าตัดสินคดีน้ำเต้า[1]

ขณะเดียวกันนั้น

หญิงสาวที่ถูกยกย่องจากผู้คนนับไม่ถ้วนให้เป็นเทพธิดาแห่งหอแดง ผู้ซึ่งชื่อเสียงไม่แพ้หลินไต้อวี้ และได้รับการขนานนามร่วมกันว่าเป็นผู้นำ 12 ดรุณีแห่งจินหลิง เซวียเป่าไช่ก็ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการ!

ยังมีหลี่หวันซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 ดรุณีแห่งจินหลิงปรากฏตัวในบทนี้ด้วย

เรื่องราวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และวางปมล่วงหน้าอย่างแนบเนียนขณะที่ความเร็วในการพิมพ์ของหลินเยวียนก็ยังคงรวดเร็วราวกับพายุบ้าคลั่ง แม้นิ้วมือของเขาจะกระทบอยู่บนแป้นพิมพ์ แต่สำหรับคนในสถานที่ถ่ายทอดสดนั้น เสียงนี้ให้ความรู้สึกราวกับจังหวะตบลงบนหน้าของซ่งฟางอย่างไม่ยั้งมือ

เพี้ยะๆ !

ไร้ซึ่งความปรานี

ในช่วงครึ่งชั่วโมงถัดมา ท่ามกลางลมหายใจที่สั่นเครือของซ่งฟาง หลินเยวียนเขียนความฝันในหอแดงจนถึงบทที่หก ก่อนจะหยุดลงอีกครั้ง

เป็นบทที่หกพอดิบพอดี

ฉากอันโด่งดังที่แม่เฒ่าหลิวเข้าสวนต้ากวน ซึ่งเพิ่งถือกำเนิดจากปลายปากกาของเขาสดๆ ร้อนๆ

และในเวลานี้ ทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้น ต่างก็กลายเป็นแม่เฒ่าหลิว ซึ่งยืนตะลึงงันต่อหน้าสวนต้ากวนอังอลังการของฉู่ขวง

ผู้กำกับจงใจสั่งตัดภาพไปยัง ชายชราคนหนึ่งซึ่งครองอันดับหนึ่งของสาขาวรรณกรรม

ในขณะนี้ ชายชราผู้นี้กำลังจ้องมองจอใหญ่ตรงหน้า สีหน้าเคร่งขรึมแววตาเต็มไปด้วยการครุ่นคิด ทั้งยังระคนความหลงใหลอยู่บางส่วน

ปฏิกิริยาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ ความหมายนั้นชัดเจนอยู่แล้ว

แม้ว่าชายชราผู้นั้นจะไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดตลอดทั้งงานเพียงแต่นั่งมองทุกตัวอักษรที่ฉู่ขวงพิมพ์ออกมาอย่างเงียบงันโชคดีที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่นิยมในเว่ยโจว มีขนาดยาว กว้าง และใหญ่เพียงพอ ไม่เช่นนั้น คงไม่มีทางรองรับตัวอักษรจำนวนมหาศาลเช่นนี้ได้

นี่คือมุมมองจากสถานที่ถ่ายทอดสดจริง

ส่วนมุมมองของผู้ชมทางออนไลน์ ระบบถ่ายทอดสดได้แยกหน้าจออีกส่วนหนึ่งขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมลิงก์ของนิยายแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ชมสามารถกดเข้าไปอ่านได้ทันที

เทคโนโลยีสุดล้ำของบลูสตาร์รองรับระบบแบบนี้ได้เป็นอย่างดี

ต้องเข้าใจก่อนว่า

ภายในเวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ฉู่ขวงเขียนออกมาแล้วมากกว่า 50,000 ตัวอักษร!

และนี่คือผลจากการที่หลินเยวียนจงใจควบคุมความเร็วเอาไว้แล้วเขาชะลอมือให้ช้าลงเล็กน้อย อย่างน้อยก็ต้องทำให้ดูสมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์สักหน่อยใช่ไหมล่ะ?

[1] ภิกษุน้ำเต้าตัดสินคดีน้ำเต้า เป็นบทสรุปเหตุการณ์สำคัญในวรรณกรรมเรื่องความฝันในหอแดง โดยอ้างอิงจากเรื่องราวของเจี่ยอวี่ชุน ผู้พิพากษาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ส่วนคดีน้ำเต้าหมายถึงคดีที่ยุ่งเหยิงซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับอำนาจ ปัจจุบันประโยคนี้กลายเป็นสำนวนซึ่งใช้วิพากษ์วิจารณ์ความไม่ยุติธรรมในระบบราชการที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยอิทธิพลและผล

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน