ตอนที่ 1308-2 เรื่องแบบนี้พูดได้หรือ (2)
‘ยังอยากให้เขียนต่อไหม’
หลังจากยกชาขึ้นจิบ หลินเยวียนก็พิมพ์ประโยคเดิมลงไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ ยังไม่ทันที่ซ่งฟางจะลุกพรวดขึ้นมา พิธีกรอย่างอันหงก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “กรุณารักษาความเรียบร้อย อย่าส่งเสียงดังรบกวน ต่อไปนี้คุณมีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรอีกไหมครับ?”
“ผมสงสัยว่าเขาท่องจำมาล่วงหน้า!”
เหงื่อเย็นของซ่งฟางชุ่มไปทั่วร่าง ใบหน้าซีดเผือดเหมือนลิปสติกหมดอายุ แนวป้องกันทางจิตใจของเขาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ทว่าปากยังดึงดันไม่ยอมแพ้ แม้แต่ตอนพูด ร่างกายของเขาจะสั่นเทิ้มอยู่ตลอดเวลา
ราวกับเป็นตะแกรงที่กำลังร่อน
ในห้องส่งมีเสียงหัวเราะดังขึ้นระลอกหนึ่ง
ท่องจำล่วงหน้าหรือ?
หมายความว่าฉู่ขวงท่องจำมา 50,000 ตัวอักษรแล้วอย่างนั้นหรือ?
ทำไมไม่บอกไปเลยล่ะว่าเขาเป็นมนุษย์ต่างดาว?
อย่างน้อยคำอธิบายแบบหลังยังดูน่าเชื่อถือมากกว่า
ความเร็วในการพิมพ์ของคนคนนี้เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
ต่อให้ไม่ใช่อันดับหนึ่งของบลูสตาร์ ก็ต้องติดสามอันดับแรกอย่างแน่นอน!
“เรื่องการท่องจำล่วงหน้า เราไม่มีทางพิสูจน์หักล้างได้อย่างสมบูรณ์ดังนั้นทำได้เพียงให้อาจารย์ฉู่ขวงเขียนต่อไปเรื่อยๆ เขียนจนกว่าคุณจะเชื่อก็เท่านั้น แต่ตอนนี้เขาเขียนไปเกินห้าหมื่นตัวอักษรแล้วคุณซ่งคิดว่าต้องกี่ตัวอักษรถึงจะถือว่าเพียงพอครับ?”
ซ่งฟางดูคล้ายกับปิดตัวเองไปแล้ว เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
“พูดสิ!”
ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งข้างๆ และดูเหมือนจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของฉู่ขวง ตะโกนขึ้นมาอย่างทนไม่ไหว แววตาเดือดดาลจ้องซ่งฟางเขม็ง น้ำเสียงฟังดูกราดเกรี้ยว ก่อนจะถูกอันหงบนเวทีส่งสายตาปรามให้สงบลง
แต่ซ่งฟางก็ยังคงตัวสั่นเทา รู้สึกว่าหมอนี่พร้อมจะกระโจนขึ้นมาต่อยเขาได้ทุกเมื่อ…
บัดซบ!
ใครเป็นคนจัดที่นั่งกันฟระ!
ดันให้เขานั่งติดกับแฟนคลับเดนตายของฉู่ขวงเนี่ยนะ!?
ในตอนนั้นเอง
หลิงคงก็ลุกขึ้นยืนกะทันหัน ราวกับพูดกับตัวเองว่า “เป็นไปได้อยู่นะ…”
“อะไรนะครับ”
อันหงชะงักไปครู่หนึ่ง
หลิงคงจ้องแผ่นหลังบนเวทีอย่างไม่กะพริบตา แล้วพูดเสียงต่ำว่า
“ถ้าพวกเขารู้มานานแล้วว่าสักวันหนึ่งฉู่ขวงต้องถูกจับได้ เลยเตรียมการสำหรับการแสดงใหญ่วันนี้ไว้ล่วงหน้ามาตั้งแต่เนิ่นๆ แสดงว่าปาฏิหาริย์ที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ไม่ใช่หรือ?”
“ใช่!”
“มีความเป็นไปได้สูงมาก!”
“ภาพลักษณ์ของฉู่ขวงถูกสร้างขึ้นมาจนถึงระดับนี้ได้ พวกเขาจะมีสายตายาวไกลขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อย!”
ไม่ยอมรับ
ไม่ยอมรับเด็ดขาด
แทนที่จะบอกว่าหลิงคงกำลังพยายามโน้มน้าวคนอื่น สู้บอกว่าเขากำลังพยายามโน้มน้าวตัวเองเห็นจะเหมาะกว่า
พยายามโน้มน้าวตัวเองว่าฉู่ขวงคนนี้ มีปัญหาแน่นอน!
เฮ้อ
มีใครบางคนถอนหายใจ
ในวินาทีนั้น หลิงคงดูน่าสงสารขึ้นมาเล็กน้อย
ผู้สนับสนุนเพียงคนเดียวของเขาคือซ่งฟาง ในฐานะลูกสมุน เขาฝ่าฝืนกฎระเบียบอีกครั้ง และตะโกนเสียงดังลั่น เพียงแต่เสียงของเขากลับเพี้ยนไปหมด จนดูเหมือนตัวร้ายผู้ไร้ซึ่งความละอายใจในละคร “เป็นไปได้อย่างแน่นอน!”
ชั่วขณะนั้นเอง ผู้คนถึงได้เข้าใจจริงๆ ว่าคำกล่าวที่ว่าละครนั้นมีต้นกำเนิดจากชีวิตจริง แค่มองภาพลักษณ์ตัวร้ายที่สมจริงของซ่งฟางก็พอแล้ว
ควรจบได้แล้ว
เรื่องตลกลวงโลกครั้งนี้
หลายคนเริ่มคิดแบบเดียวกัน สิ่งที่ผู้คนตั้งตารอมากที่สุดในตอนนี้ มีอยู่สองประการ
ประการแรก: ฉู่ขวงจะเปิดหน้าเมื่อไหร่
ประการสอง: ตอนต่อของความฝันในหอแดงจะออกเมื่อไหร่?
แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ ฉู่ขวงกลับพิมพ์ต่ออีกครั้ง ข้อความบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดยักษ์
‘ในเมื่อพวกคุณบอกว่าผมท่องจำเนื้อหาห้าหมื่นตัวอักษรมา ถ้าผมเขียนเพิ่มอีก 50,000 ตัวอักษร ก็ยังปลุกคนที่แกล้งหลับให้ตื่นไม่ได้อยู่ดี ไม่สู้คุณตั้งโจทย์มาเลยดีกว่า ว่าอยากให้เขียนแนวไหน?’
ครืน!
ทุกคนล้วนตกใจ
ไม่สิ เรียกว่าตะลึงพรึงเพริด!
ฉู่ขวงชักกระบี่ออกมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ มองฝ่ายตรงข้ามราวกับไม่มีตัวตน และปล่อยให้หลิงคงตั้งโจทย์เอง!
ใช่แล้ว
ฉู่ขวงเคยทำอะไรแบบนี้มาแล้วจริงๆ เคยให้ชาวเน็ตเลือกหัวข้อให้เขียน แต่ครั้งนั้นมีอินเทอร์เน็ต มีเวลา มีพื้นที่คั่นกลาง
ทว่าในตอนนี้
บนเวทีแห่งนี้
ฉู่ขวงกล้าท้าทายต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทีอันโอหังถึงขีดสุด มอบสิทธิ์ในการตั้งโจทย์ให้กับหลิงคง นี่คือการสร้างสรรค์ผลงานแบบ สดต่อหน้าสาธารณชนอย่างแท้จริง

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...