เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1309

ตอนที่ 1309-2 สวัสดีครับ ผมคือฉู่ขวง (2)

บันทึกประจำวันของคนบ้าของฉู่ขวงจบลงที่ตรงนี้ ทว่าแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

นักเขียนอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ผู้นั้นจับจ้องหน้าจอ อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ราวกับว่าดวงตาถูกตรึงติดไว้กับหน้าจอ ริมฝีปากขยับเบาๆ ไม่รู้ว่าเขากำลังพึมพำอะไร

คนรอบข้างคล้ายกับเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจเสียทั้งหมดทว่าก็รู้สึกว่า ทุกถ้อยคำล้วนมีความหมายซ่อนอยู่

จะว่าเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจทั้งหมด ทุกคนกลับรู้สึกเหมือนกันว่า ทุกถ้อยคำแฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้!

ไม่นานนัก

พวกเขาก็ค่อยๆ คล้ายกับตื่นรู้ แววตาเป็นประกายขึ้นทีละนิด

อันที่จริง งานเขียนประเภทนี้ ไม่ควรจะปรากฏในงานวันนี้เลยด้วยซ้ำ แต่หลินเยวียนก็ยังเลือกจะเขียนออกมาอยู่ดี เพราะเขารักงานเขียนชิ้นนี้ของ อาจารย์หลู่ซวิ่น เพราะบางสิ่งบางอย่าง แม้กาลเวลาผ่านไปนับพันปี แก่นแท้ของมันก็ไม่เคยเปลี่ยน และยิ่งไปกว่านั้น เขาเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งเสียยิ่งกว่าใครว่า

การตีความเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่ง

สิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล มักจะมีคนพยายามทำให้มันสมเหตุสมผลขึ้นมาเองเสมอ

ตราบใดที่คำสำคัญนั้นตรงกัน คลื่นสมองก็จะเชื่อมต่อกันได้เองโดยอัตโนมัติ ในช่วงเวลาเช่นนี้ ไม่มีใครมานั่งตีความทีละคำ เพื่อเดาเจตนาที่แท้จริงของผู้เขียนหรอก

รวมถึงหลิงคง

ช่วยเด็กๆ ด้วย?

แกหมายถึง ฉันที่รังแกเด็กฝึกงานพวกนั้นหรือ?

เห็นไหมล่ะ

เรื่องที่หลินเยวียนไม่รู้อะไรเลย

หลิงคงกลับเชื่อมสัญญาณเข้ากับตัวเองได้อย่างพอดี ถึงอย่างไร เมื่อไม่กี่วันก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ไม่นานมานี้เขายังเคยพูดถึงวิธีที่ตนใช้ควบคุมพวกเด็กฝึกไว้อีกต่างหาก

ส่วนเรื่องกินคนล่ะ?

เรื่องแบบนี้ ในบลูสตาร์มีอยู่ถมเถไป หลิงคงไม่มีทางจะไร้เดียงสาขนาดนั้นหรอก

แล้วคนที่คอยข่มเหงตัวเอกในเรื่อง จะหมายถึงเหล่าฝูงชนที่คอยตามกระแสบนอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า?

เพราะอย่างไรเสียก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ถูกหลิงคงและซ่งฟางยุแหย่ ถึงได้เริ่มตั้งข้อสงสัยต่อฉู่ขวง จนถึงขั้นด่าทอเขาอย่างไร้เหตุผล

อย่างประโยคที่ว่า ‘นี่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ของพวกเขาสอนมา’

คำพูดแบบนี้ กำลังชี้ไปที่สาวกของซ่งฟางกับหลิงคงอย่างชัดเจนไม่ใช่หรอกหรือ?

แต่ละคนอยู่ในสภาพเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด ทว่ากลับเป็นจังหวะที่ทุกคน รู้สึกว่าตนเองเข้าใจหมดแล้วจริงๆ

“เขียนได้ดีจริงๆ !”

“หาเรื่องให้โดนด่าชัดๆ เลย!”

“ด่าได้สะใจจริงๆ !”

“ซ่งฟางก็แค่สุนัขของตระกูลจ้าว!”

“หลิงคงเป็นคนขอให้ด่า สุดท้ายฉู่ขวงก็ระบายอารมณ์ทั้งหมดออกมา คนที่เป็นตัวแทนของนายทุนพวกนั้นน่ะ มันกำลังกินคนอยู่จริงๆ ลองคิดดูดีๆ แล้วน่ากลัวมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าแก่ฉู่ขวงมีความเร็วในการพิมพ์ที่เทพขนาดนี้ รวมถึงความสามารถในการเขียนสดต่อหน้าทุกคนที่ระเบิดระดับสุดขีด ต่อไปอาจจะโดนใส่ความว่ามีทีมงานอยู่เบื้องหลังจริงๆ ก็ได้ แบบนั้นมันจะเท่ากับถูกกิน ถูกทำลายไปแล้ว ข่าวลือมันสร้างง่ายก็จริง แต่เจ้าแก่ฉู่ขวงองเหนื่อยแทบตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง!”

“ที่เขาโจมตีใช่แค่นายทุนอย่างเดียวที่ไหนกัน!?”

“ทั้งวงการวัฒนธรรม วงการบันเทิง โดนด่ากราดไปหมด!”

“ช่วยเด็กๆ ด้วย!”

“ประโยคสุดท้ายนี่น้ำตาซึมจริง!”

“บางคนมันไม่ควรไปทำให้เด็กๆ แปดเปื้อนอีกแล้ว ดูสิว่าทุนทุกวันนี้ทำคนพังขนาดไหน!”

“ทำไมฉู่ขวงถึงโดนบีบให้ออกมาชี้แจง?”

“ก็เพราะเขาไปเหยียบเท้าพวกนายทุนเข้าไง พวกมันอยากยำเขาให้เละ!”

เสียงของผู้คนถาโถม

คำด่าทอถล่มทลายราวกับพายุ

แต่ท่ามกลางคลื่นเสียงเหล่านั้น ฉู่ขวงกลับพิมพ์ข้อความขึ้นมาอีกบรรทัดอย่างใจเย็นว่า

‘บทความเมื่อกี้ ไม่ได้เขียนให้คุณนะ อันนี้ต่างหาก’

จากนั้น

ฉู่ขวงก็ปรับฟอนต์ตัวอักษรสีแดงสด ตัวหนาที่สุด และขนาดใหญ่สุด

มีเพียงคำเดียว

‘สถุล!’

เนื่องจากเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่สุด คำสีแดงฉานคำนี้จึงเข้ายึดครองพื้นที่ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ในทันที!!

ราวกับว่าคำเพียงคำเดียวก็มีพลังอำนาจที่ไม่ธรรมดา!

หลิงคงเซถลา ถอยกรูดไปโดยไม่รู้ตัว จนเกือบล้มกลางเวที! ฉู่ขวงหงายไพ่ใบพิเศษ บ้ายิ่งยิ่งกว่าเขาเสียอีก!

หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า

หลินเยวียนยกยิ้มด้วยความสะใจ รู้สึกในใจผ่อนคลาย ความคิดปลอดโปร่งขึ้นมาทันใด คุณคิดว่าตัวเองคู่ควรกับ ‘บันทึกประจำวันของคนบ้า’ งั้นหรือ?

แม้แต่ผมเองยังไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำ

แล้วมาสั่งให้ผมด่าคุณอีก?

แบบนี้ไม่ให้ด่าว่า ‘สถุล’ ได้หรือ?

ก็แค่อยากเห็นผมใช้คำหยาบ ด่าแบบหยาบคายไปตรงๆ จะได้ดูว่าผมไร้มารยาท ไร้การศึกษาใช่ไหมล่ะ?

งั้นก็จัดให้

ผมก็เป็นคนแบบนี้แหละ เวลาโมโห ก็อยากด่าคนเหมือนกัน ทำไมต้องมาเสแสร้งทำเป็นสุภาพบุรุษ ต่อหน้าคนทั้งบลูสตาร์ทำไมกัน?

อย่างไรก็ตาม

นี่คือการถ่ายทอดสดต่อหน้าผู้ชมทั้งบลูสตาร์เชียวนะนี่คือการถ่ายทอดสดสมาคมวรรณศิลป์เป็นผู้จัดนะ

ผู้กำกับถ่ายทอดสดหน้าเขียวคล้ำไปหมดแล้ว!

ที่แท้คนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเพื่อนเก่าของหลินเยวียนอย่างถงซูเหวินนั่นเอง

เขาสบถออกมาทันทีว่า “ไอ้งั่งฉู่ขวง คุณบ้าไปแล้วหรือ ถึงกล้าพิมพ์คำด่าออกมาโต้งๆ แบบนี้ในสถานการณ์แบบนี้!?”

ไม่รู้จักสำรวมเอาซะเลย!

สุดท้ายแล้ว คุณก็ยังเทียบเพื่อนรักของคุณอย่างเซี่ยนอวี๋ไม่ได้อยู่ดี!

ทันทีที่คำนี้ปรากฏขึ้น ทั้งห้องส่งก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไม่มีใครรู้สึกว่าไม่เหมาะสม ทั้งที่ในความเป็นจริงการกระทำแบบนี้ไม่เหมาะสมเอามากๆ !

“ปรับเงิน!”

มุมหนึ่งด้านหลังเวที

ชายชราคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความโมโห

เจ้าหน้าซึ่งที่ยืนข้างๆ ทำสีหน้าขมขื่นในทันที “ท่านประธาน เหตุผลล่ะครับ?”

ตอนที่ 1309-2 สวัสดีครับ ผมคือฉู่ขวง (2) 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน