ตอนที่ 1311 เทียมเป็นแท้ แท้เป็นเทียม ว่างเปล่ากลับเป็นมี มีกลับเป็นว่างเปล่า (1)
……………
สตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์
ในขณะนี้ มีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังรับชมการถ่ายทอดสด แม้แต่หัวหน้าแผนกย่อยๆ ก็ยังแสร้งทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ให้พนักงานแอบวอกแวกจากงานได้ชั่วคราว
เพราะอันที่จริง บรรดาหัวหน้าฝ่ายเหล่านั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์รับชมการถ่ายทอดสดอยู่เหมือนกัน ถึงอย่างไรทุกคนในบริษัทต่างรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ฉู่ขวงกับตัวท็อปของบริษัทอย่างอาจารย์เซี่ยนอวี๋นั้นแน่นแฟ้นแค่ไหน
ในแง่หนึ่ง
ฉู่ขวงคือหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์
และพันธมิตรที่ใกล้ชิดอีกคนหนึ่งของสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์ก็คืออิ่งจือ
เพราะความสัมพันธ์กับเซี่ยนอวี๋ ทำให้บริษัทสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์สามารถช่วงชิงลิขสิทธิ์ผลงานของทั้งสองคนมาได้แทบทั้งหมด และนี่เองคือเหตุผลสำคัญว่าทำไมบริษัทถึงเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม
เมื่อใบหน้าที่แสนคุ้นเคยปรากฏขึ้นในการถ่ายทอดสด
เมื่อบุคคลซึ่งปกติแล้วทุกคนมักจะบังเอิญเจอได้ในลิฟต์ของบริษัท เอ่ยประโยคนั้นออกมาอย่างเรียบง่ายว่า ‘ผมคือฉู่ขวง’
ทั้งสตาร์ไลท์พลันแตกตื่นขึ้นมาในทันที!
“อ๊าก!”
“ให้ตายสิ!”
“เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!?”
“เป็นแบบนี้นี่เอง!”
“มิน่าล่ะบริษัทอื่นถึงไม่เคยแย่งลิขสิทธิ์ฉู่ขวงได้เลย เพราะตัวจริงของฉู่ขวงก็คือเซี่ยนอวี๋ คือตัวแทนหลินของพวกเรานี่เอง!”
“พูดอีกอย่างก็คือ ฉู่ขวงเป็นเพื่อนร่วมงานของพวกเรามาตลอด!!”
“ทั้งที่ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพ่อเพลงอวี๋อยู่แท้ๆ !”
“คนที่เคยด่าฉู่ขวงไม่ได้มีแค่นายคนเดียวหรอก แล้วคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของพ่อเพลงอวี๋ก็ไม่ได้มีแค่นายคนเดียวเหมือนกัน คราวนี้ได้เป็นบ้ากันหมดแน่ๆ !”
…
ที่สตาร์ไลท์เช่นเดียวกัน
แผนกประพันธ์เพลง
ประตูห้องของหยางจงหมิงถูกเคาะกระหน่ำดังปังๆๆ!
วินาทีถัดมา
เจิ้งจิงพรวดเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พูดตะกุกตะกักด้วยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“เซี่ยนอวี๋ ขะขะขะขะขะขะขะเขาคือออออออ”
“ฉู่ขวง”
หยางจงหมิงมีสีหน้าแปลกพิลึก บนหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่ทั้งบลูสตาร์จับตาดูอยู่พอดี
“เซี่ยนอวี๋คือฉู่ขวง เขาคือฉู่ขวงจริงๆ เขาคือฉู่ขวง!”
เจิ้งจิงพูดจาสับสนไปหมดแล้ว!
หยางจงหมิงยังคงจ้องมองหน้าจอถ่ายทอดสด แต่ไม่ได้เสียอาการเหมือนเจิ้งจิงแต่น้อย ท่าทีของเขาสงบนิ่งราวกับต่อให้เขาไท่ซานถล่มลงตรงหน้าเขาก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉย เฉกเช่นยอดฝีมือตัวจริง
แน่นอน
ถ้าบนหน้าจอไม่มีใบชาสีเขียวเข้มสองสามเส้นติดอยู่ ความเท่ของเหล่าหยางในตอนนี้คงจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย
“นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นฉู่ขวง หนังสือที่เขาเขียนก่อนหน้านี้ดราม่าจนฉันเองก็แทบแย่”
เจิ้งจิงเอ่ยขึ้น ความรู้สึกในใจปนเปกันไปหมด
ภาพจำของเสี่ยวอวี๋ผู้เรียบร้อยในความทรงจำของเขา เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
หยางจงหมิงกล่าวเสียงเรียบ “ศิลปะอย่างวรรณกรรม บางครั้งก็ต้องอาศัยความงามของความไม่สมบูรณ์ และเป็นเพราะมีโศกนาฏกรรมนั่นแหละ ความหมายของตัวอักษรถึงได้ถูกขับออกมาจนถึงขีดสุด”
???
เจิ้งจิงยืนมองเหล่าหยางอย่างเหม่อลอย
ทั้งสองคนต่างก็เป็นแฟนนิยายของฉู่ขวงมาโดยตลอด
ตอนที่เขาเขียนให้เชอร์ล็อก โฮล์มส์ตาย ทั้งคู่ก็เคยนั่งบ่นฉู่ขวงร่วมกันอย่างดุเดือด หยางจงหมิงถึงกับเคยพูดไว้ว่า ถ้าได้เจอฉู่ขวงตัวเป็นๆ เมื่อไหร่จะสั่งสอนให้รู้สำนึกเลย แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรล่ะ?
“ตอนนั้นคุณไม่ได้พูดแบบนี้นะ!”
“ผมเคยพูดด้วยหรือ? อย่าพูดอะไรซี้ซั้วต่อหน้าเซี่ยนอวี๋นะ” สุภาพบุรุษที่แท้จริงย่อมความสง่างามเหนือกาลเวลา
หยางจงหมิงเช็ดเศษใบชาสีเขียวบนจอหน้าคอมพิวเตอร์อย่างแนบเนียน “สำหรับผม ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยนอวี๋ หรือฉู่ขวง ก็เก่งทั้งคู่นั่นแหละ”
เจิ้งจิงมองเห็นรายละเอียดนั้นพอดี ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจทุกอย่าง
เมื่อกี้ใครบางคนกำลังอ้าปากค้างจนแมลงวันจะบินเขาปากอยู่แล้ว ตอนนี้กลับมาวางมาดฉลาดราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือ
เหอะๆ
ด่าฉู่ขวงไปแล้วแต่ไม่กล้ายอมรับ แบบนี้เขาเรียกว่าลูกผู้ชายได้หรือ?
…
แวดวงนักเขียน
วงการนักเขียนทั่วทั้งบลูสตาร์!
เมื่อเผชิญกับการถ่ายทอดสดอันชวนตะลึงในครั้งนี้ ไม่มีนักเขียนคนไหนสามารถรักษาความนิ่งสงบไว้ได้เลย ผู้คนนับไม่ถ้วนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ!
“ฉู่ขวง เซี่ยนอวี๋!?”
“งั้นแปลว่าสำหรับเขา การเขียนเป็นแค่งานเสริม?”
“ได้เกิดในยุคเดียวกับอัจฉริยะแบบนี้ นี่ควรเรียกว่าเป็นโชค หรือเป็นเคราะห์กันแน่?”
พวกนักเขียนที่เคยประชันวรรณกรรมกับฉู่ขวงมาก่อนยิ่งแทบคลั่ง!
“ไม่เสียใจเลย!”
บทกวีนี้เป็นผลงานช่วงบั้นปลายชีวิตของหลี่ไป๋ ชื่อเต็มเดิมคือ ‘ลำนำหลูซานแด่หลูซวีโจว’ แต่แน่นอนว่าหลินเยวียนคงไม่ถึงขั้นลอกมาทั้งชุดแม้แต่ชื่อของบุคคลหรอก
…
หลูซาน?
อันหงครุ่นคิดอย่างละเอียดถึงความเชื่อมโยงระหว่างเซี่ยนอวี๋และฉู่ขวง บางทีความจริงนี้อาจซ่อนอยู่ในรายละเอียดนับไม่ถ้วนมาตั้งนานแล้ว
และการถ่ายทอดสดที่เขย่าบลูสตาร์ทั้งใบครั้งนี้ก็จบลงตรงนี้ ในขณะที่ทั้งห้องส่งยังคงตะโกนเรียกชื่อ ‘หลินเยวียน’ เขาก็โค้งคำนับแล้วเดินลงจากเวที
ถ้ายังไม่จบตอนนี้ รอให้ทุกคนตั้งสติได้เมื่อไหร่ การถ่ายทอดสดอันยิ่งใหญ่ระดับบลูสตาร์มีหวังคงได้กลายเป็นเหตุการณ์น่าอายครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
ปวดฉี่
ขอไปเข้าฉี่ก่อนก็แล้วกัน
…
แม้การถ่ายทอดสดจะจบลงแล้ว และหลินเยวียน บนเวทีก็โค้งคำนับแล้วเดินออกไป ทว่าแรงสั่นสะเทือนจากการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ ยังห่างไกลจากคำว่าจบอีกมาก!
อันที่จริง หลังจากถ่ายทอดสดจบลง พายุลูกนี้ถึงได้โหมกระหน่ำไปทั่วทั้งในและนอกโลกออนไลน์อย่างแท้จริง
ฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋ กลายเป็นคนคนเดียวกัน เรื่องแบบนี้ ต่อให้นิยายก็ยังไม่กล้าเขียน!
บล็อก!
จี๋เค่อปู้ลั่ว!
เสิร์ชเอนจินต่างๆ !
หน้าฟีดของผู้คนจำนวนมาก!
ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยกระแสร้อนแรงเกี่ยวกับถ่ายทอดสดครั้งนี้!
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ วันนี้ทำไมไม่มีใครพูดคำว่าความสนุกป็นสองเท่ากันเลย?’
‘เพราะความสนุกป็นสองเท่ามันคือคนคนเดียวกันไง!’
‘ฉันนี่สติแตกไปแล้ว รักเซี่ยนอวี๋มาตลอด แต่ก็เกลียดฉู่ขวงมาตลอด เดี๋ยวก่อนนะ คนที่สติแตกจริงๆ น่าจะเป็นหลินเยวียนเองต่างหาก เขากล้าใช้สองแอคคุยกับตัวเองด้วยนะ!’
‘โธ่เอ๊ย!’
‘เพิ่งรู้ก็วันนี้แหละว่าเพลงที่ฉันชอบทั้งหมดเป็นผลงานของหลินเยวียน นิยายที่ฉันชอบก็เป็นผลงานของหลินเยวียนเหมือนกัน สรุปว่างานอดิเรกของฉันทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของถูกผู้ชายคนเดียวเหรอเนี่ย?!’
ต้องเข้าใจก่อนว่า!
ก่อนหน้านี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยคำรามลั่นอย่างเดือดดาลว่าอยู่ใต้ฟ้าเดียวกับแก่ฉู่ขวงไม่ได้ ก็มีคนจำนวนเท่าๆ กันที่เคยประกาศก้องว่าตนเองจะเป็นแฟนคลับของเซี่ยนอวี๋ไปชั่วชีวิต!
แต่เมื่อคนเหล่านี้ได้รู้ว่าฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋กลายเป็นคนคนเดียวกันเข้า ทุกคนก็เกิดอาการยอมรับความจริงไม่ไหวกันถ้วนหน้า!
ตาชั่งแห่งความรักและความเกลียดชังถูกยืดออกจนถึงขีดสุด!
เอียงซ้าย เอียงขวา!
ต่อจากนี้
ควรเรียกเซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงอย่างไรดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...