เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1312

ตอนที่ 1312 วิกฤตตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย

บนบลูสตาร์มีเหตุการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนระดับตำนานอยู่ห้าครั้ง และเหตุการณ์กระอักกระอ่วนระดับตำนานเหล่านี้ ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยหลินเยวียนเพียงคนเดียว เพียงแต่คนรุ่นหลังเพิ่งมารู้ในภายหลังว่า เหตุการณ์อับอายที่ผู้ชายคนนี้สร้างเอาไว้มันมีมากเกินไป จนแต่ละเหตุการณ์ต้องมาแข่งกันเองว่าอันไหนน่ากระอักกระอ่วนกว่ากัน

แต่ไม่ว่าจะการแข่งขันจะดุเดือดแค่ไหน

เหตุการณ์ที่ตัวตนของฉู่ขวงถูกเปิดเผยนั้น ก็ยังคงครองหนึ่งในสองอันดับแรก ของห้าเหตุการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนระดับตำนานแห่งบลูสตาร์อย่างไร้ข้อกังขาใดไปตลอดกาล!

ความแตกต่างอยู่ตรงที่

เหตุการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนครั้งอื่นๆ มักจะทำให้คนอายจนต้องเอานิ้วเท้าจิกพื้นจนกลายเป็นบ้านสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น

แต่ความอับอายของเหตุการณ์ที่ตัวตนของหลินเยวียนถูกเปิดเผย เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นช้า ทว่าตามมาด้วยผลกระทบอันใหญ่หลวง ชนิดที่ทำให้ต้องจิกนิ้วเท้าบนพื้นจนขุดคฤหาสน์ได้ทั้งหลังเลยทีเดียว

เพราะว่า ก็ต่อเมื่อผู้คนเริ่มขุดคุ้ยอดีตขึ้นมาไล่เรียงและทบทวน ประวัติการปฏิสัมพันธ์ระหว่างฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา ถึงจะได้ลิ้มรสความรู้สึกของสภาวะตายทางสังคมของใครบางคนอย่างแท้จริง

ความจริงแล้ว

เหตุผลที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตล่มหลังจากที่ฉู่ขวงเปิดเผยตัวตน ก็เพราะความกระตือรือร้นในการขุดเรื่องราวในอดีตของชาวเน็ตนั้นพุ่งสูงเกินไป!

โชคดีที่อินเทอร์เน็ตที่ล่มนั้นฟื้นกลับมาได้ในเวลาไม่นานนัก

ประมาณสิบนาทีให้หลัง โปรแกรมแพลตฟอร์มโซเชียลยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็กลับมาเสถียรอีกครั้ง

ทว่าความตื่นเต้นและความบ้าคลั่งของชาวเน็ตในเวลานี้ กลับไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยเพียงเพราะเหตุขัดข้องเมื่อครู่!

อย่างเช่นในพื้นที่แสดงความคิดเห็นบนบล็อกของเซี่ยนอวี๋

ทุกคนไม่ได้เพียงแค่ล้อว่าเขา ‘มีมือถือสองเครื่อง’ อีกต่อไป

ภาพแคปหน้าจอการโต้ตอบระหว่างฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋ตลอดหลายปีถูกนำมาโพสต์ เสียงล้อเลียนกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย!

‘เมื่อก่อนในเน็ตมีงานต่อกลอนคู่กันอยู่คู่หนึ่ง ตอนนั้นเห็นชัดๆ ว่าเป็นโจทย์ให้ฉู่ขวงตอบ แต่สุดท้ายกลับเป็นเซี่ยนอวี๋ที่โผล่ไปตอบแทน ตอนนั้นพวกเราไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้ดูๆ แล้ว น่ากลัวว่าใครบางคนจะลืมสลับแอคสินะ?’

‘วันนี้เป็นวันสิ้นโลกของชิปเปอร์หรือเปล่าเนี่ย?’

‘ในฐานะคนที่ชิปฉู่ขวงxเซี่ยนอวี๋ จิตใจพังยับในที่เกิดเหตุ’

‘รุกเองรับเอง?’

‘ตอนนั้นที่ฉู่ขวงเขียนให้เชอร์ล็อก โฮล์มส์ตาย ทุกคนบอกว่าเป็นเพราะเซี่ยนอวี๋ยื่นมือเข้ามาช่วย ถึงบังคับให้เจ้าแก่ฉู่ขวงเปลี่ยนพล็อต ตอนนี้พอรู้ความจริงแล้ว ฉันนี่น้ำตาไหลพรากเลย’

‘นึกแล้วเสียดาย ฉันพูดอยู่ตลอดเลยว่าถ้าเจ้าแก่ฉู่ขวงมีความอ่อนโยนได้ครึ่งหนึ่งของ พ่อเพลงเซี่ยนอวี๋ก็คงดี ฮือออออออ’

‘ชาวสองกาย?’

‘จบกัน ผมคงหมดหนทางเยียวยาแล้ว ต่อให้หลินเยวียนออกมายอมรับเองว่า เซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงเป็นคนคนเดียวกัน ผมก็ยังเผลอแยกสองคนนี้ออกจากกันอยู่ดี’

‘คุณไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวหรอก’

‘ขอร้องล่ะ อย่ารวมสองแอคบนบล็อกเข้าด้วยกันเลยนะ แฟนนิยายเชิญไปหาฉู่ขวงทางซ้าย แฟนเพลงเชิญไปหาเซี่ยนอวี๋ทางขวา’

คนอื่นมีซ้ายมังกรเขียว ขวาพยัคฆ์ขาว

แต่หลินเยวียนคือซ้ายฉู่ขวง ขวาเซี่ยนอวี๋

ในขณะเดียวกัน

พื้นที่แสดงความคิดเห็นของฉู่ขวง

การจัดอันดับความนิยมก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป คอมเมนต์ซึ่งมียอดไลก์มากที่สุดกลับกลายเป็น

‘คุณคือปรมาจารย์บริหารเวลาในตำนานใช่ไหมครับ?’

‘ไม่ทราบว่าคุณจัดสรรเวลาอย่างไรคะ?’

‘ต้องเป็นนักบริหารเวลาระดับไหน ถึงจะเขียนนิยายกับแต่งเพลงไปพร้อมกันได้?’

‘เอาพ่อเพลงอวี๋ผู้แสนอ่อนโยนของฉันคืนมานะ!’

‘จบแล้ว พ่อเพลงอวี๋ไม่สะอาดบริสุทธิ์อีกต่อไป!’

‘ขอเล่าความลับอย่างหนึ่งให้ทุกคนฟัง เซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงนอนเตียงเดียวกันทุกวัน’

‘ฉันก็มีความลับจะบอก ฉู่ขวงแอบใช้แปรงสีฟันของเซี่ยนอวี๋ทุกวัน’

‘ขำไม่ไหวแล้ว ชาวเน็ตก็ตลกไปนะบางที’

‘มีความเป็นไปได้ไหมว่า พ่อเพลงอวี๋เป็นโรคหลายอัตลักษณ์ เจ้าแก่ฉู่ขวงคือด้านมืดของเขา ส่วนอาจารย์เซี่ยนอวี๋คือด้านสว่างของเขา’

‘เฮือก!’

‘พอคุณพูดแบบนี้ ผมก็รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้จริงๆ แฮะ!’

เมื่อทฤษฎีโรคหลายอัตลักษณ์ปรากฏขึ้น ชาวเน็ตจำนวนมากก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเหตุผลจริงๆ!

และที่น่าเหลือเชื่อไปกว่านั้น คือทฤษฎีนี้กลับแพร่สะพัดไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และมีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล!

ไม่เช่นนั้นความแตกต่างระหว่างฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋

จะมากขนาดนี้ได้อย่างไร?

ถึงขั้นมีนักจิตวิทยาชื่อดังหลายคนออกมาอธิบาย และถือโอกาสเกาะกระแสด้วยว่า

โรคหลายอัตลักษณ์ หมายถึงภาวะผิดปกติทางจิตเวช ที่บุคคลหนึ่งมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างและแยกขาดจากกันตั้งแต่สองอัตลักษณ์ขึ้นไป โดยมีอัตลักษณ์ดั้งเดิม (ผู้ป่วยก่อนการพัฒนาอัตลักษณ์อื่น) เป็นอัตลักษณ์หลัก และอัตลักษณ์ที่แตกแขนงออกมาเป็นอัตลักษณ์ย่อย ในบุคคลปกติ อาจมีรูปแบบการคิดสองแบบที่ดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน โดยรูปแบบการคิดทั้งสองนี้มีการทำงานและกระบวนการตัดสินใจเป็นของตัวเอง ไม่ถูกกระทบหรือรบกวนจากอีกรูปแบบหนึ่ง ทำงานอย่างเป็นอิสระจากกันโดยสมบูรณ์

พูดง่ายๆ ก็คือ

หลินเยวียนมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นโรคหลายอัตลักษณ์!

ในตอนนั้นเอง

หลินเยวียนกลับถึงบ้าน เปิดอินเทอร์เน็ตถูก และถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

ถึงขั้นมีทฤษฎีโรคหลายอัตลักษณ์ปรากฏขึ้นมาแล้ว งั้นถ้าวันหนึ่งตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย พวกคุณจะบอกว่าผมเป็นโรคหลายอัตลักษณ์ระดับพิเศษอีกหรือเปล่า?

ไม่มีทางหรอก

พวกเป็นคนคนเดียวกันเรามาตลอด

แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องออกมาอธิบายอะไรให้มากความ

ในเมื่อตัวตนของฉู่ขวงถูกเปิดเปยออกมาแล้ว ก็ปล่อยให้ชาวเน็ตค่อยๆ ย่อยข่าวกันไปเองก็พอ

ถ้าทฤษฎีโรคหลายอัตลักษณ์เป็นคำอธิบายที่ทุกคนยอมรับได้อย่างกว้างขวาง เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

จะว่าไป

สิ่งที่ทำให้หลินเยวียนจนคำพูดจริง ไม่ใช่โรคหลายอัตลักษณ์อะไรนั่นหรอก แต่เป็นบรรดาชาวเน็ตที่ขุดคุ้ยอดีตแล้วแท็กเขาไม่จบไม่สิ้นต่างหาก!

พูดตามตรง

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต่อให้เป็นหลินเยวียนเอง ก็ไม่กล้าย้อนกลับไปอ่านด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ชาวเน็ตจับหัวเขากดให้อ่านซ้ำทีละบรรทัด ใบหน้าของเขาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

การตายทางสังคมที่เขาว่ากันน่ะ ถึงจะมาช้า แต่มาแน่นอน

โชคดีที่นี่คือห้องนอนของตัวเอง ไม่มีใครเห็นว่าหลินเยวียนกำลังใช้ปลายเท้าขยุ้มผ้าปูเตียง จนผ้าปูยับย่นไปแล้วเกือบทั้งผืน

อ้อ

หนานจี๋เห็น

แต่หนานจี๋ไม่ใช่มนุษย์

เป็นแค่หมาที่แอบหัวเราะคิกคักเป็นพักๆ ก็เท่านั้น

ดูท่าเจ้าหมานี่จะเริ่มรู้เรื่องรู้ราว ใกล้จะกลายเป็นสัตว์ภูตแล้วจริงๆ

ตอนที่ 1312 วิกฤตตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย 1

ตอนที่ 1312 วิกฤตตัวตนของอิ่งจือถูกเปิดเผย 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน