ตอนที่ 1316 ยิงสลุตฉลองราชาองค์ใหม่
อันที่จริง อัลบั้มสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ของราชวงศ์ปลา เดิมทีควรจะถึงคิวของเฉินจื้ออวี่
แต่เฉินจื้ออวี่มีธุระกะทันหันในเดือนนั้น จึงขอร้องหลินเยวียนว่าถ้าเป็นไปได้ ช่วยทำอัลบั้มให้เจียงอิ๋งเก้อออกก่อนเถอะ
เจียงอิ๋งเก้อก็เป็นปลื้มทีเดียว
สำหรับหลินเยวียน จะทำอัลบั้มให้ใครก่อนใครหลังก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะคลังเพลงของระบบนั้นพร้อมใช้งานตลอดเวลา ความเร็วในการทำอัลบั้มของเขานั้น จึงเรียกได้ว่าไร้เทียมทาน
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
ความสำเร็จครั้งใหญ่ในปัจจุบันได้พิสูจน์แล้ว
วันเวลาต่อจากนั้น หลินเยวียนเขียนความฝันในหอแดงจบครบทั้ง 120 บทในที่สุด และส่งนำต้นฉบับคลังหนังสือซิลเวอร์บลูจัดพิมพ์เรียบร้อย
ในขณะเดียวกัน หนังสือเล่มใหม่เรื่อง ‘กระดาษหนังแกะ’ ของอินสือ มือวางอันดับหนึ่งในสาขาวรรณกรรมบลูสตาร์ ก็ได้วางจำหน่ายก่อนหลินเยวียนไปหนึ่งก้าว!
นี่เป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายวรรณกรรมชั้นครู
การเสียดสี
การอุปมา
และการวางปมหลากหลาย
แม้ว่าสุดท้ายบทสรุปจบลงด้วยโศกนาฏกรรม แต่ก็ไม่หยุดขัดขวางเสียงชมล้นหลามจากผู้อ่านได้!
‘เขียนดีมาก”
‘อ่านจบในสามวัน ตอนจบสะเทือนใจมาก นี่แหละพลังของนักเขียนระดับยอดพีระมิดของบลูสตาร์”
‘ผู้เฒ่าอินสือสามารถรั้งอันดับหนึ่งในสาขาวรรณกรรมได้ ไม่ใช่แค่เพราะเขาสร้างสรรค์ผลงานมานานและมีผลงานจำนวนมากมายเท่านั้น แต่เพราะหนังสือทุกเล่มของเขามอบความรื่นรมย์ทางจิตใจอย่างมหาศาลให้ผู้อ่าน แต่ก็รู้สึกว่าเขาติดนิสัยเสียจากฉู่ขวงมานิดหน่อย เมื่อก่อนนี้เขาเขียนตอนจบไม่ค่อยดราม่าเท่าไหร่นะ’
‘ใช่ พอเห็นโศกนาฏกรรมก็คิดถึงเจ้าแก่ฉู่ขวงเลย’
‘แล้วคุณคิดว่าตอนจบของความฝันในหอแดงไม่ใช่โศกนาฏกรรมหรือ?’
‘จากนิสัยของฉู่ขวงแล้ว ความฝันในหอแดงก็คงไม่ต่างจากซ้องกั๋ง ปิดจบแบบยกดับทีม’
‘เฮือก’
‘อย่ามาหลอกให้ผมกลัวนะ!’
‘จะต้องกลัวอะไรล่ะ ชินกันหมดแล้ว’
‘เวลาอ่านหนังสือของเจ้าแก่ฉู่ขวง ต้องตั้งสติไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นพอถึงตอนจบมีหวังด่าลั่นบ้านแน่ แล้วตอนจบเขาเป็นโศกนาฏกรรมก็จริงนะ แต่ไม่ใช่เพราะตอนจบพังหรืออะไรแบบนั้น ดังนั้นจะบอกว่าเขาใจร้ายก็ได้ แต่ห้ามหาว่าเขาเขียนต้นดีแต่ปลายแผ่ว’
‘พวกคุณว่าหลินเยวียนจะขึ้นครองอันดับหนึ่งได้สำเร็จไหม?’
‘ก่อนอ่านเรื่องกระดาษหนังแกะ ผมว่าน่าจะได้ แต่พออ่านจบแล้ว ผมเริ่มไม่แน่ใจ ผู้เฒ่าอินสือยังฟอร์มดีไม่มีแผ่วเลย’
‘กลยุทธ์ของเจ้าแก่ฉู่ขวงมั่นคงมาก ต้องสู้ได้แน่นอน’
‘ไม่ว่าจะขึ้นครองอันดับหนึ่งได้ไหม แต่คุณภาพของกระดาษหนังแกะ สมศักดิ์ศรีศึกชิงบัลลังก์วงการวรรณกรรมสุดๆ แล้ว’
…
วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์
หนังสือความฝันในหอแดงที่คลังหนังสือซิลเวอร์บลูตีพิมพ์ ก็วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ!
เนื่องจากหลินเยวียนเขียนบทแรกๆ ระหว่างการถ่ายทอดสดเอาไว้แล้ว หลังจากได้หนังสือมา บางคนจึงข้ามช่วงต้นไปทันที
แต่ก็มีบางคนที่อ่านตั้งแต่ต้น ด้วยกลัวว่าในนั้นอาจมีการแก้ไขหรือปรับแต่งเพิ่มเติม
อันที่จริง ในหนังสือไม่มีการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่หลินเยวียนเขียนในการถ่ายทอดสด ก็คือฉบับสมบูรณ์ที่ส่งตีพิมพ์
เรื่องนี้ทำให้ผู้อ่านอดรู้สึกสะท้อนใจกับความเอาแต่ใจของเจ้าแก่ฉู่ขวงไม่ได้ เขาถึงกับกล้านำเนื้อหาที่เขียนขึ้นอย่างเร่งรีบระหว่างการถ่ายทอดสดส่งตีพิมพ์ ทว่าเรื่องราวกลับดำเนินไปได้อย่างเป็นจังหวะที่ลงตัว
และเมื่อความฝันในหอแดงฉบับเต็มได้ปรากฏโฉมต่อหน้าวงการวรรณกรรมบลูสตาร์
‘หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดความซับซ้อนของธรรมชาติและอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง นี่น่าจะเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางอาชีพของฉู่ขวงแล้ว ไม่รู้ว่าในอนาคตเขาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ก็คือเรื่องกระดาษหนังแกะของอินสือเป็นรองกว่าแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง’
‘บนหน้ากระดาษเต็มไปด้วยถ้อยคำเหลวไหล แต่กลับอัดแน่นด้วยน้ำตาแห่งความปวดร้าว หนังสือเล่มนี้สุดยอด!’
‘ความรู้ทางวรรณกรรมของฉันยังไม่มากพอที่จะบรรยายความรู้สึกหลังอ่านได้หมด ฉันคิดว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนเราแค่เรื่องความรักและชีวิตเท่านั้น แต่ยังสอนเรื่องการมีชีวิตอยู่ด้วย’
‘นี่คือหนังสือที่สามารถอ่านได้ชั่วชีวิต!’
‘ความคิดแรกหลังจากอ่านจบคือต้องอ่านอีกรอบ ถึงจะจับความหมายบางอย่างได้มากกว่านี้ รอบแรกจับอะไรได้แบบกว้างๆ เหมือนมีหมอกบังอยู่ พอรู้ว่ามีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ กลับรู้สึกเหมือนมองดอกไม้ผ่านหมอก’
‘ความเศร้าที่ซึมลึกถึงกระดูก!’
‘ตอนเขาเขียนความฝันในหอแดงในไลฟ์ ตอนนั้นมีแต่คนชม แต่ฉันที่อ่านไม่จบ จนหนังสือทั้งเล่มวางขาย เลยซื้อมาอ่านแบบจริงจัง จนในที่สุดฉันก็เหมือนจมดิ่งเข้าไปในโลกของนิยาย ยิ่งใกล้ถึงตอนท้าย ฉันยิ่งไม่อยากให้จบ อ่านไปร้องไห้ไป รู้สึกเหมือนตัวละครลอยขึ้นมามาตรงหน้าอยู่ตลอดเวลาเลย’
‘เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในห้วงความฝัน’
‘เพิ่งรู้ว่าฉู่ขวงวางซ่อนความนัยไว้ตั้งแต่ต้น เจี่ยอวี่ชุน (พ้องเสียงกับคำว่า คำลวงยังดำรงอยู่) เจินซื่ออิ่น (พ้องเสียงกับคำว่า ความจริงที่ถูกเก็บงำ) เป็นการใช้ชื่อแบบอุปมาคำพ้องเสียงที่แสบมาก’
‘เมื่อก่อนเขาเขียนแนวการแข่งขันกีฬา แนวเทพเซียนกำลังภายใน แต่ตอนนี้ฝีมือในการเขียนของเขารุดหน้าขึ้นมาก’
‘ฉันชอบเซวียเป่าไช่มากที่สุด เกลียดเจี่ยเป่าอวี้ที่สุด รู้สึกว่าไม่คู่ควรกับพวกสาวๆ เลย’
‘ฉันเห็นด้วย!’
‘เซวียเป่าไช่คือเทพธิดาที่สมบูรณ์แบบ’
‘คนส่วนใหญ่ชอบเซวียเป่าไช่ แต่ฉันกลับชอบหลินไต้อวี้ เพื่อนล้อว่าฉันอ่อนต่อโลก ก็อาจใช่ ตอนอ่านฉากเธอฝังดอกไม้แล้วรู้สึกสะเทือนจิตวิญญาณจริงๆ ’
‘หมอกแห่งความทุกข์ตรม ปกคลุมพนาทั้งปวง’
‘ความฝันในหอแดงทั้งเล่มเริ่มต้นจากตำนานโบราณเรื่องหนี่ว์วาซ่อมฟ้า แล้วค่อยๆ ขยายเป็นเรื่องราวหนึ่ง การนำตำนานนี้มาใช้ อย่างแรกเลยคือเพื่อวางโทนให้ทั้งเรื่อง อย่างที่สองคือทำให้ฉันนึกถึงบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศ บางทีสองเรื่องนี้อาจมีความเชื่อมโยงกันก็ได้ ถึงยังไงทั้งสองเรื่องต่างก็เริ่มต้นจากก้อนหินวิเศษเหมือนกัน’
ไม่น่าแปลกใจ
เมื่อเดือนมีนาคมมาถึง
ไม่ว่าจะเป็นสตาร์เน็ตหรือบล็อกของฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ ล้วนเต็มไปด้วยคำวิจารณ์และการถกเถียงเกี่ยวกับความฝันในหอแดงทั้งสิ้น
และท่ามกลางการสนทนานับไม่ถ้วนเหล่านี้
มีคนสังเกตเห็นว่า จู่ๆ อี้อันก็โพสต์ประโยคหนึ่งขึ้นมา
‘มองดูเขาสร้างหอสีชาดงามสง่า มองดูเขาเลี้ยงแขกเหรื่ออย่างเอิกเกริก มองดูหอของเขาพลังทลายลง’
ในฐานะผลงานระดับยอดของวรรณคดีจีนโบราณ ความฝันในหอแดง เล่าเรื่องราวโดยมีชีวิตประจำวันของจวนตระกูลหรงกั๋วเป็นแกนกลาง ใช้โศกนาฏกรรมความรักและการแต่งงานของเป่าอวี้ ไต้อวี้ และเป่าไช่ กอปรกับรายละเอียดปลีกย่อยของชีวิตประจำวันในสวนต้ากวนเป็นเส้นเรื่องหลัก ใช้ความรุ่งเรืองและเสื่อมถอยของตระกูลขุนนางชั้นสูงทั้งสี่ตระกูลของจินหลิง ได้แก่ เจี่ย สื่อ หวัง และเซวีย เป็นเส้นเรื่องรอง เพื่อสะท้อนความเสื่อมถอยของตระกูลและสังคมศักดินา
ประโยคสั้นๆ ของอี้อัน กลับแทงใจผู้อ่านจำนวนมากในชั่วพริบตา
จนชาวเน็ตอดไม่ได้ที่เอ่ยขึ้นอย่างสะท้อนใจว่า
ไม่ว่าเซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงจะเป็นสองอัตลักษณ์ของหลินเยวียนหรือไม่ก็ตาม อี้อันนี่แหละที่เข้าใจฉู่ขวงที่สุด การตีความของอี้อันนั้นเฉียบคมเสมอ
อย่างไรก็ตาม
เมื่อเทียบกับความเฉียบคมของอี้อัน สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของการจัดอันดับสาขาวรรณกรรม
วันที่ 2 มีนาคม
การจัดอันดับสาขาวรรณกรรมบลูสตาร์ก็อัปเดตอย่างเป็นทางการ!
อันดับของทุกคนแทบไม่ขยับ
ทว่าอันดับที่หนึ่งกับอันดับที่สองกลับสลับที่กัน
และในวินาทีนั้น
ผู้คนทั้งบลูสตาร์ก็พลันเข้าใจตรงกันว่า
ยุคสมัยหนึ่งของวงการวรรณกรรมได้สิ้นสุดลงแล้ว
ยุคสมัยใหม่ ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ พร้อมกับหลินเยวียนซึ่งก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการวรรณกรรม!
มีคนพูดว่า อินสือนำถือกระดาษหนังแกะออกมาเพื่อเป็นปืนใหญ่ยิงสลุตเฉลิมฉลอง ให้กับการถือกำเนิดของราชาองค์ใหม่
ราชาองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์!
หลินเยวียนกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวรรณกรรมบลูสตาร์อย่างแท้จริง!
………

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...