เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1321

ตอนที่ 1321 แฮร์รี่ พอตเตอร์ขี่ไม้กวาด

……………

“เอลซา! เอลซา! ตื่นๆ ตื่นเร็ว!”

“อันนา กลับไปนอนเถอะ”

“ฉันนอนไม่หลับ ไปเล่นกันเถอะ!”

“เธอไปเล่นคนเดียวเถอะ”

“ปั้นมนุษย์หิมะด้วยกันไหม?”

“หึๆ ”

“ไปเร็วๆๆ ใช้พลังวิเศษสิ!”

“ว้าว มหัศจรรย์สุดๆ ”

“ดูนี่สิ”

“อ๊า ว้าว!”

ภาพยนตร์เริ่มฉายจริงๆ แล้ว

เสียงเพลงค่อยๆ ลอยก้องไปทั่วโรงฉาย

ในเวลานี้

ทั่วทั้งบลูสตาร์

ผู้คนต่างตั้งใจฟังอย่างเงียบกริบ

“ปั้นมนุษย์หิมะด้วยกันไหม

ไปเล่นด้วยกันรีบมา

ทำไมหมู่นี้ไม่ได้พบหน้า

เราเคยเป็นเพื่อนที่แสนดี วันนี้ก็เปลี่ยน

อยากขอพี่บอกให้เข้าใจ

ปั้นมนุษย์หิมะด้วยกันไหม

ไม่ชอบก็เล่นอย่างอื่นก็ยังได้”

นั่นคือเพลง ‘Do You Want to Build a Snowman ’

ผู้ที่ขับร้องก็คือเจียงขุย

หานโจว

ทางฝั่งนี้ ทุกคนได้ยินเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษ

“ว้าว!”

“นี่แหละหรือที่เรียกว่หนังแอนิเมชันมิวสิคัล’?”

“ทุกประโยคที่ร้องออกมาเข้ากับเนื้อเรื่องเป๊ะเลย!”

“อารมณ์ไม่หลุดเลยสักนิด!”

“ก็เพราะนั่นคือบทพูดในเรื่องอยู่แล้วน่ะสิ”

“เหมือนละครดั้งเดิม ถึงจะร้องออกมาเป็นเพลง แต่เนื้อร้องก็คือบทพูดจริงๆ ”

“เพราะมาก!”

“ทำนองดีจริงๆ !”

“ให้พ่อเพลงอวี๋รับผิดชอบดนตรีนี่ไว้ใจได้จริง!”

ฉินโจว

คนในวงการจำนวนมากต่างก็ตกตะลึง!

“แบบนี้เองหรือที่เรียกว่าหนังแอนิเมชันมิวสิคัล?”

“รูปแบบใหม่เอี่ยมเลยนะ!”

“ได้แรงบันดาลใจจากละครเวทีหรือเปล่า?”

“อารมณ์มาเต็มมาก!”

“ดูเหมือนอิ่งจือจะเปิดเส้นทางใหม่ให้วงการแอนิเมชันอีกแล้ว”

“ดนตรีประกอบเข้ากับภาพแบบลงตัสสุด”

“ตอนนี้งานโพรดักชันของสตูดิโอตามเงาฝันโหดมาก!”

“ดีกว่าสตูดิโอเจ้าดังๆ ที่ทำหนังแอนิเมชันอีก!”

“พวกคุณเห็นไหม เส้นผมของตัวละคร รายละเอียดสวยจริงๆ !”

จงโจว

ผู้ชมทวีปนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมาก ทว่าคราวนี้ก็ถึงกับตกตะลึง

“เอลซา!”

“สวยมาก!”

“ออร่าคือสุดยอด!”

“อิ่งจือวาดตัวละครได้ดีจริง!”

“อันนาก็น่ารักมากเหมือนกัน!”

“เปิดเรื่องมาก็สะกดผู้ชมได้แล้ว”

“น่าสนใจจริงๆ ”

“อิ่งจือกับหลินเยวียนเทียบชั้นกันได้เลยนะ!”

“ดูฝีมือสิ ไม่แปลกใจเลยที่ถูกยกไปเทียบกัน!”

“อิ่งจือไม่ใช่แค่เทพด้านจิตรกรรมนะ เขาเป็นเทพด้านแอนิเมชันด้วย!”

เนื้อเรื่องยังคงดำเนินต่อไป

เอลซาพลั้งมือใช้พลังวิเศษ ทำให้อันนาได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ปิดกั้นหัวใจของตนเอง ไม่กล้าใกล้น้องสาวอีก

ทว่าในช่วงนั้นเอง

อันนาคิดว่าเธอได้พบกับรักแท้ และอยากแต่งงานกับเจ้าชาย

เอลซาไม่ยอมให้น้องสาวทำอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้ ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องที่สะสมมานานระเบิดขึ้นทันที

ด้วยความโกรธ

เอลซาเผลอเผยความลับว่าตนเองใช้พลังวิเศษได้

“ปีศาจ!”

“เธอคือปีศาจ!”

“จับนางไว้!”

“อย่าให้หนีไปได้!”

พลังวิเศษของเอลซาปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์!

เธอเดินบนผิวน้ำได้ และทุกก้าวที่เหยียบย่าง น้ำก็แข็งเป็นน้ำแข็งทันที!

เธอทะยานขึ้นฟ้า หิมะกับลมหนาวล้วนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอ!

ฉีโจว

ผู้ชมต่างเงยหน้ามองจอด้วยความตะลึง

“ออกแบบมุมกล้องเก่งจริงๆ !?”

“เท่มาก!”

“อ๊ากกกก!”

“เทพอิ่งสุดยอดไปเลย!”

“งานภาพแบบนี้ ถูกจริตฉันจริงๆ !”

“แม้แต่เกล็ดหิมะยังสวยเวอร์!”

“เพลงนี้ก็เพราะมาก!”

“เพลงชื่ออะไรนะ!?”

“ดีกว่าเพลงก่อนอีก!”

“เหมือนเป็นเสียงของเจียงขุยนี่นา!?”

ฉู่โจว

บทเพลงที่ผู้ชมได้ฟัง นั่นคือเสียงของเจียงขุยซึ่งพากย์เสียงเป็นราชินีหิมะเอลซา

กำลังร้องเพลง Let It Go

“ยังมีพายุซ่อนอยู่ภายใน

หมุนวนเวียนว่าย

ถึงต้านทานเท่าไหร่ ฉันก็ห้ามไม่ได้

อย่าเปิดใจไป อย่าให้เขาเห็น

ต้องเป็นคนดี

อย่างที่เขาสอนให้เป็น

ปกปิดในใจ อย่าให้เขารู้

สุดท้าย ก็รู้”

เสียงดนตรีค่อยๆ ปัดเป่าความเศร้าออกไป

กลายเป็นจังหวะที่สดใส

เอลซาเริ่มร่ายรำท่ามกลางหิมะอย่างสง่างาม!

เยี่ยนโจว

ผู้คนทุกเพศทุกวัยต่างตั้งใจฟัง

“เอลซาที่ใช้พลังวิเศษคือสวยที่สุดจริงๆ !”

“เธอจะไม่กลายเป็นตัวร้ายใช่ไหม?”

“ไม่มีทาง!”

“เธอรักน้องสาวขนาดนั้น!”

“อันนาก็ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องนะ”

“อันนาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมพี่สาวถึงเมินเธอมาตลอดหลายปี”

เอลซากลับขึ้นครองบัลลังก์เป็นราชินีอีกครั้ง

นี่คือฉากจบแบบแฮปปี้เอนดิงมาตรฐาน ภาพยนตร์แนวครอบครัวมักจะเป็นเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าไร้เดียงสาจนเลย เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว!

“ข้อคิดดีมากเลย!”

“อยากเห็นอันนากับเอลซ่าหอมกันสักที!”

“การกระทำที่สื่อถึงรักแท้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่จุมพิตแห่งรักแท้อีกต่อไปแล้ว!”

“ตอนจบนี่แบบสูตรสำเร็จเลย แต่ผมชอบมาก!”

“คนที่ช่วยเจ้าหญิงไว้ได้ ไม่ใช่จุมพิตแห่งรักแท้ของเจ้าชาย แต่เป็นอ้อมกอดแห่งสายสัมพันธ์จากพี่สาวต่างหาก!”

“อ๊าาา!”

“ฉันเองก็อยากมีพี่สาวเป็นราชินีแบบนี้บ้าง!”

“ฉากที่เอลซาสร้างปราสาทด้วยตัวเองนี่สวยจับใจมาก พี่น้องทั้งสองมีสายสัมพันธ์ยูริอันแน่นแฟ้น รักแท้ไม่จำเป็นต้องเป็นความรักแบบโรแมนติกเสมอไป หนุ่มผู้ดูแลกวางเรนเดียร์ก็เหมือนถูกลิขิตชะตาให้เจอเธอตั้งแต่เด็ก ตุ๊กตาหิมะยังทำตามความฝันที่จะอยู่ในฤดูร้อนให้ได้ เพลง Let It Go ก็ติดหูจนดังก้องอยู่ในหัว หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขจริงๆ !”

“ดีมากกกก!”

“แต่คำว่ายูรินี่อะไร”

“สายวายจะเห็นอะไรก็ชิปไม่ได้!”

“เพลงระดับสูงกับงานภาพระดับสูง ต่อให้เนื้อเรื่องจะเป็นสูตรสำเร็จไปสักหน่อย ฉันก็ยังชอบมากอยู่ดี อิ่งจือนี่แหละ ที่เข้าใจผู้ชมยุคนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!”

นี่คือภาพยนตร์แอนิเมชันของดิสนีย์อย่างแท้จริง

ตอนจบที่นิยามคำว่ารักแท้ขึ้นมาใหม่ ทลายกรอบเดิมๆ ของดิสนีย์เอง

ไม่ยึดติดสูตร และไม่ได้พยายามประจบผู้ใหญ่อย่างจงใจ ใช้เสน่ห์แบบเจ้าหญิงดิสนีย์ที่สุด ก็เพียงพอจะมัดใจผู้ชมทุกเพศทุกวัยแล้ว

จะขอเสริมอีกสักหน่อย เอลซาคือเจ้าหญิงดิสนีย์คนแรก ที่ไม่มีเจ้าชาย เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

ราชินีหิมะที่งดงามได้ด้วยตัวเอง

บางทีแค่มีน้องสาวคนเดียวก็เพียงพอแล้ว?

ไม่แปลกที่ผู้ชมบางคนจะตะโกนว่า ‘ยูริ’ กันสนั่นโรง

แต่เหตุผลจริงๆ ที่หลินเยวียนให้อิ่งจือสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ช่างเรียบง่าย ก็เพื่อดังให้อันดับอันดับของผู้กำกับอิ่งจือ ให้พุ่งขึ้นในการจัดอันดับสาขาภาพยนตร์ของบลูสตาร์

ทว่า ทันทีที่ภาพยนตร์จบลง หลินเยวียนกลับผุดอีกหนึ่งความคิดขึ้นมาแรงบันดาลใจมาจากดิสนีย์บนโลกเช่นกันแม้คนอื่นจะบอกว่าความคิดของเขาแหวกแนวเกินไปก็ตาม

“ผมอยากสร้างสวนสนุก”

หลินเยวียนพูดด้วยท่าทีจริงจัง

ขณะที่ทุกคนกำลังตั้งสติ ทุกคนชะงักไปชั่วขณะ

ซุนเย่าหั่วกลับเป็นคนแรกที่เข้าใจอย่างประหลาด

“ผมสนับสนุนเต็มที่!”

หลินเยวียนยิ้มบางๆ “สวนสนุกนี้จะใช้ชื่อว่าแดนนิทาน”

ใช่

นี่คือไอเดียที่ต่อยอดมาจากดิสนีย์เลย และเป็นความคิดที่หลินเยวียนเคยคิดไว้นานแล้ว

ตั้งแต่บรรดานิทานในแดนนิทานโด่งดังไปทั่วทั้งบลูสตาร์ แนวคิดนี้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ผลงานต่อๆ มาก็คล้ายกับค่อยๆ ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน เพียงแต่โอกาสและเวลาเพิ่งจะสุกงอมก็ตอนนี้เอง

นั่นคือ

สร้างดิสนีย์แลนด์เวอร์ชันบลูสตาร์!

ชื่อไม่ต้องเรียกว่าดิสนีย์แลนด์หรอก ก็เรียกว่าแดนนิทานนี่แหละถึงอย่างไรฉู่ขวงก็หยิบนิทานของโลกจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงแอนิเมชันของดิสนีย์ มาไว้ในบลูสตาร์อยู่แล้ว

มีผลงานลิขสิทธิ์พร้อมใช้มากมายขนาดนี้ จะสร้างแดนนิทานเวอร์ชันจริง ขึ้นมา จะต้องโด่งดังเป็นพลุแตกอย่างแน่นอน ดิสนีย์ก็เล่นวิธีนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ขี่ไม้กวาดบินในแดนนิทานก็ได้!

“พวกเราก็ขอมีส่วนร่วมด้วยนะ!”

ราชวงศ์ปลาทุกคนเริ่มตื่นเต้น

แม้แต่เจี่ยนอี้ก็ลุกพรวดขึ้นมา

“ไอเดียใช้ได้ ในเน็ตยังเห็นคนพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่าถ้าแดนนิทานของฉู่ขวงมีอยู่จริงก็คงดี แล้วทำไมเราจะไม่สร้างมันขึ้นมาล่ะ!?”

“งั้นก็ตกลงตามนี้ โปรเจกต์นี้ฉันรับผิดชอบเอง!”

ซุนเย่าหั่วพูดอย่างจริงจัง เขาเป็นคนที่มีทรัพยากรมากที่สุด ทุนและอิทธิพลทางธุรกิจนั้นมากพอที่จะสนับสนุนให้ความคิดของหลินเยวียนเป็นจริงได้!

อันที่จริง

ต่อให้หลินเยวียนไม่พูด ซุนเย่าหั่วก็จะออกตัวเสนอเรื่องนี้ก่อนอยู่ดี

ตั้งแต่วินาทีที่ตัวตนของฉู่ขวงถูกเปิดเผย ซุนเย่าหั่วก็เริ่มคิดทันทีว่าจะพัฒนาผลงานลิขสิทธิ์ของฉู่ขวงให้ยิ่งใหญ่ที่สุดได้อย่างไร

และในบรรดาผลงานลิขสิทธิ์ทั้งหมดนั้น แดนนิทาน คือหนึ่งในโปรเจกต์ที่เขาให้ความสำคัญที่สุด

เพราะบนบลูสตาร์ แทบไม่มีเด็กคนไหนไม่รู้จักแดนนิทาน

ทว่าเมื่อก่อน แนวทางของเขามุ่งเน้นไปที่การต่อยอดแอนิเมชันและภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน

จนกระทั่งหลินเยวียนเอ่ยถึงแดนนิทานในชีวิตจริง สวนสนุกสำหรับเด็กขนาดยักษ์ใหญ่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอนนั้นเอง ความคิดทั้งหมดของซุนเย่าหั่วก็ปะติดปะต่อเข้าหากันในทันที บางทีนี่อาจเป็นหัวใจสำคัญของการต่อยอดผลงานลิขสิทธิ์ฉู่ขวงให้ถึงจุดสูงสุด!

“แดนนิทาน…”

ซุนเย่าหั่วชักจะอดใจรอไม่ไหว เขาพร้อมทุ่มทุกอย่าง เพื่อสร้าง แดนนิทานของจริงให้สำเร็จ เพื่อให้รุ่นน้องได้เล่นสนุกอย่างมีความสุขที่สุด!

ส่วนเรื่องกำไร?

แน่นอนว่าเรื่องนั้นสำคัญน้อยกว่า รุ่นน้องของเขาอยู่แล้ว

และสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดบนบลูสตาร์

สวนสนุกซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสวนสนุกธีมพาร์กของโลกที่ใหญ่ที่สุด

โครงการธุรกิจสำคัญที่สุด ที่จะช่วยผลักดันให้ซุนเย่าหั่วก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ในอนาคต ทั้งหมดนี้ได้รับการตัดสินใจในค่ำคืนที่หลินเยวียนและเพื่อนๆ นั่งพูดคุยกันอย่างสบายใจ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน