เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1322

ตอนที่ 1322 อัลบั้มเทพลำดับที่สาม

……………

คืนนั้นหลังชมภาพยนตร์จบ ซุนเย่าหั่วกลับถึงบ้านปุ๊บก็รีบเริ่มจัดวางแผนโปรเจกต์ ‘แดนนิทาน’ ทันที!

ขณะเดียวกันบนโลกออนไลน์

กระแสของเรื่องผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ

ก็ระเบิดจนแทบครองพื้นที่กว่าค่อนของอินเทอร์เน็ต!

แอนิเมชันเรื่องนี้พิชิตใจผู้ชมไปนับไม่ถ้วน ทำให้ทั้งบลูสตาร์ได้เห็นอีกครั้งว่าความสามารถด้านการกำกับแอนิเมชันของอิ่งจือนั้นน่ากลัวแค่ไหน!

แน่นอนว่า

นอกจากการพูดถึงอิ่งจือแล้วยังมีสองเพลงที่กลายเป็นเพลงโปรดของผู้ชมไปแบบรวดเร็วด้วย

เพลงแรกคือ Do You Want to Build a Snowman?

ปั้นมนุษย์หิมะด้วยกันไหม

ส่วนเพลงที่สองคือ Let It Go

อย่าเปิดใจไป อย่าให้เขาเห็น ปล่อยมันไป

สองเพลงนี้ไพเราะมาก โดยเฉพาะเพลงหลังที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้นับไม่ถ้วนระหว่างที่รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้

ดังนั้น

หลังจากชมภาพยนตร์แล้ว ผู้ชมจำนวนมากก็รีบเปิดแอปพลิเคชันฟังเพลง และเสิร์ชหาทั้งสองเพลงนี้ทันที!

ทางสตาร์ไลท์เองก็รีบคว้าโอกาสทองปล่อยสองเพลงนี้พร้อมกับเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มใหม่ของเจียงขุยออกมาทีเดียว!

ทันใดนั้น

กระแสความร้อนแรงของภาพยนตร์ ช่วยส่ งเสริมให้อัลบั้มของเจียงขุยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นแบบเต็มเม็ดเต็มห่วย!

‘อ๊า!’

‘มีอัลบั้มใหม่ออกแล้ว!”

‘ที่แท้สองเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มใหม่ของเจียงขุยนี่เอง!’

‘เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มใหม่ก็เพราะมากเลยนะ!’

‘จริงหรือ!?’

‘แน่นอนอยู่แล้วละ ถึงยังไงก็เป็นฝีมือพ่อเพลงอวี๋นี่นา!’

‘นี่คืออัลบั้มลำดับที่สามที่พ่อเพลงอวี๋ทำให้วงปลาเลยนะ!’

‘ขอฟังก่อน!’

‘ต้องโหลดเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวจะค่อยๆ ฟัง’

‘เฮือก!’

‘เพลงแรกของอัลบั้มใหม่ก็เปิดมาน่าสนใจเลย ชื่อเพลงว่าปีกที่มองไม่เห็น!’

เพลงแรกของอัลบั้มก็คือ ‘ปีกที่มองไม่เห็น’!

ไม่ว่าเพลงนี้จะมีความหมายแบบไหนต่อจางเสาหานบนโลกเดิมผู้ชมบนบลูสตาร์ก็มีการตีความเป็นของตัวเอง!

‘ปีกที่มองไม่เห็น!”

‘พอเอามาเชื่อมกับประสบการณ์ของเจียงขุย ก็น่าจะหมายถึงพ่อเพลงอวี๋ใช่ไหมล่ะ?’

‘ชัดเจนขนาดนี้ ยังต้องถามอีกหรือ?’

‘ทุกครั้งที่ต้องเข้มแข็งในความโดดเดี่ยวตามลำพัง ทุกครั้งต่อให้เจ็บปวดจะไม่ยอมหลั่งน้ำตา ฉันรู้ว่าฉันมีปีกที่มองไม่เห็นคู่หนึ่ง คอยพาฉันโบยบินข้ามความสิ้นหวัง ถ้าพูดถึงคนที่พาเจียงขุยออกจากช่วงเวลาที่มืดมนของชีวิต ก็มีแต่พ่อเพลงอวี๋จริงๆ ’

‘สำหรับทุกคนในราชวงศ์ปลา พ่อเพลงอวี๋คือปีกที่มองไม่เห็น ของพวกเขาเลยนะ’

‘ในที่สุดฉันก็ได้เห็นความฝันบานสะพรั่ง ประโยคนี้เหมือนร้องถึงเจียงขุยที่ทำความฝันสำเร็จ ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่’

‘ใช่แล้ว’

‘พอฟังแบบนี้ เพลงนี้เข้ากับทุกคนในราชวงศ์ปลามาก’

‘ราชวงศ์ปลาได้เจอพ่อเพลงอวี๋ นับว่าเป็นโชคดี!’

‘แน่นอน’

‘แต่ละคนก็เก่งมากอยู่แล้วนะ แค่คว้าโอกาสไว้ได้ถูกจังหวะเท่านั้นเอง!’

ไม่ใช่แค่เพลงนี้

เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มก็สร้างความประหลาดใจให้แฟนๆ ได้มหาศาลเช่นเดียวกัน

อย่างเช่นเพลงที่สอง ‘ตำนาน’

‘พ่อเพลงอวี๋คือปีกที่มองไม่เห็นของราชวงศ์ปลา และเขาก็เป็นตำนานในใจของผู้คนนับไม่ถ้วนด้วย’

‘งั้นแปลว่าเนื้อเพลงท่อนที่ร้องว่า เพียงเพราะในฝูงชนวันนั้น ฉันมองเธออีกแค่หนึ่งครั้ง แต่ใบหน้าของเธอกลับตราตรึงในใจไม่เคยลืม คือกำลังบอกว่าพ่อเพลงอวี๋หล่อมาก?’

‘พรืด!’

‘มุมมองที่เหนือความคาดหมาย’

‘ในนิยายของเจ้าแก่ฉู่ขวงเคยเขียนว่าพบเอี้ยก้วยเพียงครั้งเดียว พลาดพลั้งชั่วชีวิต งั้นในชีวิตจริงก็ต้องเป็นแค่พบเซี่ยนอวี๋เพียงครั้งเดียว พลาดพลั้งชั่วชีวิตสินะ’

‘แต่งเรื่องกันเก่งจริง’

‘งั้นลองแต่งเรื่องจากเพลงถัดไปสิ’

‘อย่าบอกนะว่าพ่อเพลงอวี๋คือ ‘ถั่วแดง’ ของเพลงน่ะ?’

เพลงที่สามก็คือ ‘ถั่วแดง’

แฟนๆ แต่งเรื่องราวจากเพลงนี้ไม่ค่อยได้หรอก

แต่ก็ชื่นชมกันยกใหญ่หมือนเดิม

‘เพลงนี้มันไม่ได้บอกว่าพ่อเพลงอวี๋เป็นถั่วแดงอะไรทั้งนั้น’

‘งั้นเป็นถั่วแดงกวน?’

‘ถั่วแดงกวนบ้านแกเถอะ!’

‘คนฉู่บอกถั่วแดงกวน แข่งม้าแบบส่วนตัว[1]!’

‘ขออนุญาตไม่คุยกับคนโง่ เพลงนี้มันอ้างอิงจากบทกวีของพ่อเพลงอวี๋ต่างหาก บทกวีนั้นชื่อว่าถวิลหา’

‘ถั่วแดงผลิใบในแดนใต้ หวังเจ้าเก็บไว้แทนใจมั่น’

‘ถั่วแดงมีความหมายแทนความคิดถึงมาแต่เดิมแล้ว’

‘ของคนอื่นคืออ้างอิงบทกวีโบราณ แต่เนื้อเพลงของพ่อเพลงอวี๋คืออ้าง ผลงานของตัวเองโดยตรงเลยนะ’

‘เพลงรักเขียนแบบนี้ งดงามมาก!’

ต่อมาก็ถึงคิวเพลง ‘จดหมายรักถึงตัวฉัน’

เวอร์ชันภาษากลางของเพลงนี้ชื่อ ‘บันทึกรอยยิ้มลืมความเศร้า’

แต่หลินเยวียนใช้เวอร์ชันภาษาฉีขับร้อง

‘เพราะมาก!’

‘ขึ้นมาคำแรกก็คลาสสิกแล้ว!’

‘เพลงนี้เหมาะกับเสียงของเจียงขุยสุดๆ ’

‘ถ้าเป็นเพลงที่พ่อเพลงอวี๋ออกแบบให้ละก็ นั่นคือเพลงที่ถูกออกแบบมาเฉพาะตัวจริงๆ ’

‘ให้คนอื่นร้องยังไงก็ไม่ใช่อารมณ์นี้หรอก’

‘จริงๆ เจียงขุยเสียงหลากหลายมากนะ’

‘ฟังเพลงนี้แล้วไปฟังเพลงบุปผาหิมะ จะยิ่งรู้เลยว่าเสียงเธอปรับได้แค่ไหน’

ใช่แล้ว

เพลงถัดไปคือ ‘บุปผาหิมะ’

เป็นเพลงภาษาฉู่

‘คนฉู่รักเซี่ยนอวี๋ที่สุด!’

‘เพลงภาษาฉู่ ต้องฟังคนฉินร้อง!’

‘ฮ่าๆๆ ’

‘พรสวรรค์ด้านภาษาของราชวงศ์ปลานี่ทำผมอึ้งทุกครั้งเลย!’

‘เพลงนี้คืองานคลาสสิกจริงๆ พูดได้เลยนะว่าเพลงที่พ่อเพลงอวี๋แต่งนอกเหนือจากภาษากลางนี่โดยเฉลี่ยนแล้วคุณภาพสูงกว่าเพลงภาษากลางซะอีก!’

เมื่อมีโปรดิวเซอร์มาขอเพลง เหยาเชียนก็หยิบภาพนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจแล้วเขียนเนื้อเพลงฉันยินดีขึ้นมา

ส่วนผู้ประพันธ์ทำนองคือหวงกั๋วหลุน กล่าวว่า

ตอนเขาแต่งเพลงนี้ เขาตั้งใจอุทิศแด่พระเจ้า

ไม่มีใครรู้ว่าพื้นหลังเหล่านี้ มาอยู่ในเพลงรักได้อย่างไร

แต่สำหรับการตีความของเจียงขุย เธอเพียงมองว่าเพลงนี้คือเพลงรักที่ซึ้งกินใจสุดๆ เสียงของเธอซึ่งบางครั้งก็หนักแน่น บางครั้งก็อ่อนหวาน ให้ความรู้สึกงดงามเปี่ยมด้วยสุนทรีย์ มีเสน่ห์ความอ่อนโยนแบบแดนมังกร และทุกตัวโน้ตมีสัมผัสนุ่มนวลลื่นไหล

ไม่ต้องสงสัยเลย

อัลบั้มนี้กวาดการจัดอันดับเพลงประจำฤดูกาลไปได้อีกครั้ง!

วันนี้คือวันที่ 30 มีนาคม

เหลืออีกเพียงหนึ่งวันก่อนที่ตารางอันดับประจำฤดูกาลจะจบลง

แต่สำหรับหลินเยวียนหรือเจียงขุยแล้ว มันแทบไม่ได้สร้างความแตกต่างแต่อย่างใด เพราะทันทีที่อัลบั้มเปิดตัว ก็พุ่งขึ้นอันดับที่หนึ่งแบบไม่ต้องลุ้น

ราวกับทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ

‘อัลบั้มระดับเทพลำดับที่สาม!’

นิตยสารในสังกัดสมาคมวรรณศิลป์ลงพาดหัวเช่นนี้

สรุปผลให้เสร็จในประโยคเดียว

สำหรับหลินเยวียน การที่อัลบั้มใหม่ของเจียงขุยคว้าแชมป์ฤดูกาลเพลงมาครองได้นั้น กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ

แม้แต่ความรู้สึกโดดเดี่ยวของยอดฝีมือ เวลานี้เขาก็กลับชินชาจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว

ทั้งพ่อเพลง และราชาราชินีเพลงในวงการดนตรีก็ดูเหมือนยอมรับชะตากรรมไปแล้วเหมือนกัน

หลินเยวียนน่าจะเหมาแชมป์ฤดูกาลเพลงทั้ง 12 ครั้งในปีนี้ไปคนเดียวแล้วละ

คนอื่นๆ มุ่งมั่นกับการแข่งกันเพื่อชิงอันดับสองไปก็พอแล้ว

ส่วนทางอิ่งจือ ก็รีบถือโอกาสตีเหล็กตั้งแต่ยังร้อน เผยแพร่ประกาศว่า

สตูดิโอตามเงาฝันปล่อยเรื่อง ‘ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ 2’ เข้าฉายในเดือนเมษายน

ใช่แล้ว

สตูดิโอตามเงาฝันสะสมภาพยนตร์แอนิเมชันไว้หลายเรื่อง

ทั้งผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ 1 และผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ 2 ผลิตสำเร็จตั้งแต่ปีก่อน เพียงแต่เลือกฉายพร้อมกันในปีนี้เพราะอยากให้ผู้ชมได้รับความสนุกที่มากขึ้น

และแน่นอน

เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือเพื่อผลักดันให้อิ่งจือทะยานขึ้นในอันดับสาขาภาพยนตร์

หลินเยวียนอยากให้อิ่งจือกลายเป็นเทพภาพยนตร์แอนิเมชันบลูสตาร์ให้ได้ ก่อนที่จะถูกเปิดเผยตัวตน!

แม้แต่บางชาวเน็ตก็เริ่มคาดเดาเป้าหมายนี้ออกแล้ว

ในคืนนั้น

อันดับหนึ่งบนฮ็อตเสิร์ชของบล็อก คือประเด็นสะเทือนวงการ

‘อิ่งจือกำลังบุกคว้าอันดับหนึ่งคู่!!’

ในสายตาชาวเน็ตบางส่วน

นี่ก็เหมือนพี่น้องที่แข่งกันโดยไม่รู้ตัว เมื่ออิ่งจือเห็นเซี่ยนอวี๋คว้าอันดับที่หนึ่งได้ถึงสองสาขา อิ่งจือก็เหมือนจะของขึ้น อยากจะคว้าแชมป์ในการจัดอันดับศิลปะระดับสูงมาอีกสักหนึ่งสาขาเล่นๆ บ้าง

อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่แค่หยอกล้อกันตามประสา

เพราะอิ่งจือมีเพียงภาพยนตร์แอนิเมชัน จะให้ขึ้นเป็นที่หนึ่งของสาขาภาพยนตร์และโทรทัศน์ได้อย่างไร?

มีชาวเน็ตคนหนึ่งแซวว่า

‘อิ่งจืออยากได้ที่หนึ่งสาขาภาพยนตร์หรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก เว้นแต่ว่าเขาคืออีกตัวตนหนึ่งของหลินเยวียน!”

ทันใดนั้นก็มีคนตอบกลับว่า

“ฉันกล้าพนันเลยว่าอิ่งจือต้องตัวตนลับของหลินเยวียนอย่างแน่นอน ไม่เชื่อเดี๋ยวก็รู้กัน!”

เอาเถอะ

ถึงแม้ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จะไม่กล้าคาดเดาเช่นนี้กัน แต่ก็ยังมีคนกลุ่มเล็กๆ แต่ใจสู้ และยังคงยืนหยัดในแนวคิดนี้เสมอมา

[1] ถั่วแดงกวน แข่งม้าแบบส่วนตัว ถอดความประโยคภาษาจีนกลางว่า ‘หงโต้วหนี ซือหมีหม่าไซ่’ ซึ่งเป็นการเลียนเสียงประโยคภาษาญี่ปุ่นว่า ‘ฮนโตนิ ซึมิมาเซน’ ที่แปลว่า ‘ขอโทษจริงๆ ’

[2] เรื่องประหลาดจากห้องหนังสือ โดยผูซงหลิง ฉบับภาษาไทยใช้ชื่อว่า ‘โปเยโปโลเย’

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน