ตอนที่ 1325-2 ปราชญ์ดนตรี (2)
……………
หลินเยวียนนั่งฟังซิมโฟนีที่ดังอยู่ข้างหูอย่างเงียบงัน
ฉินเจินคือปรมาจารย์ซิมโฟนีร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงที่สุดบนบลูสตาร์
ผลงานของปรมาจารย์ระดับนี้ แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา ใช้คำว่า น่าทึ่งยังไม่เพียงพออธิบายผลงานชิ้นนี้ของเขาด้วยซ้ำ
หลินเยวียนถึงกับคิดว่า หากฉินเจินเกิดในโลกเดิม เขาคงกลายเป็นเทพแห่งวงการดนตรีร่วมสมัยอย่างไม่ต้องสงสัยและยืนหนึ่งแบบไม่มีใครเทียบเทียมได้
เพราะบนโลกเดิมนั้นไม่มีศิลปินคนใดที่มีความสามารถระดับเดียวกับเขาเลย
หากจะมีคนที่พอเป็นคู่เปรียบได้ ก็ทำได้เพียงต้องย้อนไปเฟ้นหาเหล่าอัจฉริยะในประวัติศาสตร์ดนตรี ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนทั่วโลกเท่านั้น
ทว่าในชั่วขณะนี้
หลินเยวียนไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ชนะ เขากำลังเพลิดเพลินไปกับปัจจุบัน ดื่มด่ำกับผลงานที่ไม่เคยฟังมาก่อน แต่ทรงพลังจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในใจ
หลังช่วงเปลี่ยนผ่านสั้นๆ ท่อนที่สอง ของซิมโฟนีก็เริ่มต้นขึ้น
เป็นบันไดเสียง ดี-แฟลต เมเจอร์ และมีถึงแปดจังหวะ
หากตั้งใจฟังดีๆ จะพบว่าจังหวะทั้งแปดนี้ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อย่างเช่นจังหวะแรก
เริ่มจากกลุ่มเครื่องเป่าลมไม้ของวงออร์เคสตราบรรเลงคอร์ดต่ำที่อบอวลด้วยความหม่นเศร้า ตามด้วยการบรรเลงฟลูตเด้วยท่วงทำนองเนิบช้าของฉินเจิน ที่ทั้งงดงามและชวนให้หัวใจล่องลอยมีเครื่องสายคอยประคองด้วยคอร์ดอย่างเรียบง่าย ชวนให้ผู้ฟังอดนึกถึงฉินโจว ไม่ได้
จังหวะที่สอง…
จังหวะที่สาม…
ท่อนที่สองนี้คล้ายกับหลอมรวมดนตรีแปดสไตล์จากแปดทวีปทั้งฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว เว่ย และจงโจวไว้ด้วยกัน
แนวคิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่แหวกแนวแต่อย่างใด
และฉินเจินก็ทำสำเร็จ
ในชั่วขณะนั้น
หลินเยวียนรู้สึกได้เลยว่า
ฉินเจินคู่ควรกับคำว่า ‘ยิ่งใหญ่’ ในวงการดนตรีบลูสตาร์อย่างแท้จริง!
…
ซิมโฟนีโดยทั่วไปประกอบด้วยสี่ท่อนใหญ่
และซิมโฟนีของฉินเจินก็ยึดโครงสร้างสี่ท่อนตามขนบเช่นกัน
ท่อนที่สาม
ท่อนนี้ยาวกว่าสองท่อนแรกอย่างเห็นได้ชัด
มีบรรยากาศแบบสแกร์โซที่ ราวกับใช้ดนตรีถ่ายทอด ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านระหว่างสองศตวรรษ
ช่วงครึ่งแรก
ดนตรีมีจังหวะสนุกสนาน มีชีวิตชีวา และกระฉับกระเฉง ยุคนั้นบลูสตาร์ยังไม่รวมเป็นหนึ่งเดียว แต่ละทวีปก็มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตนเองและผู้คนสามารถอยู่อาศัยในโลกเล็กๆ ของตนเองได้อย่างมีความสุข
เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง
ธีมหลักกลับขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่การขับเน้นของเครื่องดนตรีและท่วงทำนองจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนตัวธีมกลับยังสามารถขานรับและล้อไปกับช่วงครึ่งแรกได้อย่างแนบเนียนสะท้อนเอกลักษณ์ของบันไดเสียงเพนทาโทนิกได้อย่างเต็มเปี่ยม!
ผนวกรวมดีกว่าหรือไม่ผนวกรวมดีกว่ากัน?
ไม่มีใครรู้คำตอบของคำถามนี้
แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ผู้คนเริ่มคุ้นชินกับกระแสของศตวรรษใหม่ความสัมพันธ์ของทั้งแปดทวีปก็แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ บ้านเกิดเมืองนอนค่อย ๆ กลายเป็นความผูกพัน แท้จริงแล้ว นี่คือสังคมที่ทั้งบลูสตาร์ก้าวเข้าสู่ ความเป็นหนึ่งเดียว
…
ตอนท้ายของท่อนที่สามมีลักษณะคล้ายช่วงเปลี่ยนผ่าน
โดยปกติแล้วซิมโฟนีแต่ละท่อนจะมีช่วงเว้นให้พัก
แต่ท่อนที่สามและท่อนที่สี่ของฉินเจินนั้นถูกเชื่อมเข้าหากันอย่างแนบแน่น
แทบจะทันทีที่ท่อนก่อนหน้าจบลง เฉินหมี่ผู้เป็นวาทยกรก็ยกไม้บาตองขึ้น เปิดท่อนที่สี่ทันที
นี่คือจุดไคลแม็กซ์ของซิมโฟนีทั้งบทเพลง!
จังหวะเร็วอัลเลโกรแบบคลาสสิก!
โครงสร้างโซนาตาอันยิ่งใหญ่!
เปรียบได้ดั่งบทสรุปของยุคหลอมรวมของบลูสตาร์ในยุคปัจจุบัน พลังของบทเพลงทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุด พร้อมกับให้กำเนิดธีมใหม่หลายประการที่ผสานกันเป็นสายธารแห่งอารมณ์อันเชี่ยวกราก!
ในชั่วขณะนั้น ยุคสมัยใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น และทำให้ผู้คนสัมผัสถึงภาระหน้าที่และพันธกิจบางอย่างที่ใหญ่กว่าแต่ก่อน
ธีมหลักของท่อนนี้ บรรเลงร่วมกันโดยเฟรนช์ฮอร์นและทรัมเป็ต ทั้งทรงพลังและสง่างาม
ส่วนธีมรองเป็นทำนองอันไพเราะและนุ่มนวล บรรเลงด้วยคลาริเน็ต
หลังจากผ่านการพัฒนาและหลากหลายชั้น บทสรุปอันตระการตาก็มาถึง!
เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายค่อยๆ จางหายไป เสียงปรบมือจากผู้ชมก็ถาโถมเข้ามาราวกับเกลียวคลื่นอันยาวนานไม่รู้จบ!
นี่คือซิมโฟนีที่คู่ควรแก่การผงาดครองในยุคสมัยปัจจุบัน!
เป็นผลงานที่ไม่มีใครตำหนิได้แม้แต่จุดเดียว และคู่ควรกับคำว่า ‘ยิ่งใหญ่’ อย่างเต็มภาคภูมิ!
และนี่เองคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่อเวทีอันยิ่งใหญ่ของศึกชิงจ้าวดนตรีบลูสตาร์
และในเวลาเดียวกัน บทเพลงซิมโฟนีนี้ของฉินเจินยังทำให้หลินเยวียนรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ประมาท และตัดสินใจอัญเชิญผลงานของเบโทเฟินออกมาใช้…
…
ภายในหอแสดงดนตรีจงโจว


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...