เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 964

ตอนที่ 964 งานประกวดกวีนิพนธ์

ในตอนแรกทุกคนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก คิดว่าอิทธิพลของไท้เก๊กคงเป็นเพียงกระแสชั่วคราว

ทว่าไม่กี่วันต่อมา

ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นว่าจำนวนชายชราที่ฝึกไท้เก๊กในสวนสาธารณะยามเช้านั้น…

เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ !

และไม่ใช่แค่ชายชราเท่านั้น

แม้แต่บรรดาคุณป้าคุณยายที่เคยเต้นรำในลานกว้างกลางจัตุรัส ยังแอบหันไปเข้าวงการไท้เก๊กแทน

และหลังจากนั้น…

ทั้งการแสดงของโรงเรียน

การแสดงในงานของบริษัท

แม้แต่การแข่งขันศิลปะการต่อสู้…

ล้วนมีรายการที่เกี่ยวข้องกับไท้เก๊ก!

พรึบๆๆ !

กระแสของไท้เก๊กระเบิดขึ้น!

แผ่ขยายไปยังทุกช่วงวัย!

บนโลกออนไลน์

ชาวเน็ตต่างพูดคุยกันอย่างครึกครื้น

‘คุณปู่ของฉันคลั่งไท้เก๊กไปแล้ว!’

‘คุณตาของผมก็เหมือนกัน! ว่างเมื่อไหร่ก็มักจะออกไปฝึกไท้เก๊ก แถมยังประลองฝีมือกับคุณตาในละแวกชุมชนด้วยนะ’

‘ให้มันได้อย่างนี้สิ’

‘พ่อเพลงอวี๋ถือว่าเป็นเพื่อนแท้ของผู้สูงอายุได้หรือยัง?’

‘จากเต้นรำกลางจัตุรัสสู่ไท้เก๊ก คุณลุงคุณป้าถูกพ่อเพลงอวี๋ตกหมดแล้ว!’

‘เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง!’

‘ฉันจะบอกให้ว่าเมื่อวานแถวบ้านฉันกลุ่มไท้เก๊กกับกลุ่มเต้นรำทะเลาะกัน เห็นบอกว่าเป็นศึกแย่งชิงเขตแดน!’

ด้วยกระแสของรายการ

การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ

การสนับสนุนจากทางการ

กอปรกับคุณค่าของไท้เก๊กซึ่งช่วยสร้างเสริมสุขภาพ

ทำให้ศิลปะการต่อสู้นี้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว!

ขณะที่อิทธิพลของไท้เก๊กขยายวงกว้างขึ้น ถงซูเหวินผู้กำกับรายการกลับต้องกุมขมับ

รายการนี้ดังเกินไปแล้ว!

หลังจากที่ตอนแรกได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

ตอนที่สองก็ระเบิดความนิยมขึ้นมาอีกครั้ง!

จะทำอย่างไรให้ตอนที่สามมีผลตอบรับเทียบเท่าสองตอนแรก? ถงซูเหวินรู้สึกว่าตนเองกำลังแบกรับความกดดันมหาศาล

เพราะระดับของรายการถูกยกระดับขึ้นสูงเกินไปแล้ว!

ถึงขั้นที่ทำให้เขาต้องคิดหนักว่าตอนที่สามจะใส่เนื้อหาอะไรลงไปดี

เนื้อหาของตอนที่สามที่เขาออกแบบไว้แต่แรก ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่า มันยังไม่ดีพอและไม่มีจุดพีคที่น่าตื่นเต้นมากพอ!

หลินเยวียนไม่รู้ว่าถงซูเหวินกำลังปวดหัวเรื่องนี้

หลังจากถ่ายทำรายการตอนที่สองเสร็จ เขากลับมาที่บริษัท

ตั้งแต่ผีชีวะออกฉาย เขายังไม่ได้เขียนบทภาพยนตร์ใหม่มานานแล้ว

แต่ในวันนี้ หลินเยวียนได้นำเสนอบทภาพยนตร์เรื่องใหม่ออกมาแล้ว!

บทภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า ‘กังฟู’!

ในช่วงที่กระแสนิยายกำลังภายในกำลังกลับมาเฟื่องฟู

และตอนนี้ที่ไท้เก๊กกำลังได้รับความนิยมสูงสุด

นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปิดตัว ‘กังฟู’!

ในบริษัทแน่นอนว่าเมื่อเป็นบทภาพยนตร์ของเซี่ยนอวี๋ ทุกคนให้ไฟเขียวทันที

เมื่อบทภาพยนตร์ออกมา การเตรียมการผลิตก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีเหล่าโจวรับหน้าที่ดำเนินงาน

ขณะนั้นเอง

ผู้ช่วยกู้ตงเอ่ยขึ้นว่า “ตัวแทนหลินคะ ทางเขาหลูซานเชิญคุณเป็นแขกรับเชิญในงานประกวดกวีนิพนธ์ค่ะ”

หลินเยวียนชะงักไปครู่หนึ่ง “งานประกวดกวีนิพนธ์?”

กู้ตงพยักหน้า “บทกวีจารึกกำแพงวัดซีหลินของคุณช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของเขาหลูซานเป็นอย่างมาก ดังนั้นทางเขาหลูซานจึงถือโอกาสนี้ตีเหล็กตอนร้อน จัดงานประกวดกวีนิพนธ์ขึ้น พวกเขาตั้งใจเชิญนักกวีชื่อดังจากทั้งฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน และจ้าวมาร่วมงาน สถานที่จัดงานคือวัดซีหลินในเขาหลูซานค่ะ”

“จัดขึ้นเมื่อไหร่ครับ”

หลินเยวียนได้ยินเช่นนี้ก็รู้ทันทีว่า งานนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการกอบโกยชื่อเสียง เขาจึงรู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย

“ปลายเดือนค่ะ”

กู้ตงยิ้ม “แต่ไม่แน่ใจว่าจะชนกับกำหนดการถ่ายทำรายการหรือเปล่า”

ด้วยเหตุนี้เอง

แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งจึงต่างพยายามเชิญถงซูเหวินให้ไปถ่ายทำรายการที่สถานที่ของพวกเขา พร้อมเสนอเงื่อนไขมากมาย เพียงหวังให้รายการไปกันกับปลาไปถ่ายทำที่นั่นสักตอนหนึ่ง

หนึ่งในนั้นก็คือเขาหลูซาน

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ถงซูเหวินจึงรีบโทรหาสำนักงานเขตทัศนียภาพเขาหลูซานในทันที

และในค่ำวันนั้นเอง

เขาหลูซานและกองถ่ายรายการไปกันกับปลาได้ประกาศข่าวสารสำคัญร่วมกัน

‘งานประกวดกวีนิพนธ์ครั้งแรกของบลูสตาร์จะจัดขึ้นที่เขาหลูซาน งานนี้ทางเราจะเชิญปรมาจารย์ด้านกวีนิพนธ์จากหกทวีป ทั้งฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน และจ้าวมาร่วมงาน และที่พิเศษกว่านั้นรายการไปกันกับปลาจะนำทีมโดยเซี่ยนอวี๋และแขกรับเชิญอีกมากมาย จะมาร่วมถ่ายทอดสดและมีส่วนร่วมกับผู้ชมแบบเรียลไทม์ งานนี้จะเป็นเนื้อหาหลักของตอนที่สามของรายการ!’

นี่คือความร่วมมือระหว่างวงการบันเทิงและวงการศิลปะวัฒนธรรม

แต่ความร่วมมือนี้กลับไม่ได้ดูแปลกแยก หรือถูกยัดเยียดเข้ามาเลยแม้แต่น้อย

เพราะแขกรับเชิญหลักของรายการนี้คือเซี่ยนอวี๋

เป็นที่รู้กันดีว่า

เซี่ยนอวี๋ไม่ได้เป็นเพียงบุคคลในวงการบันเทิงเท่านั้น ขณะเดียวกันเขายังมีความเข้าใจและความเชี่ยวชาญในบทกวีอย่างลึกซึ้ง แม้แต่กวีมืออาชีพก็ยังชื่นชมผลงานของเขาเป็นอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น

อย่าลืมว่า

สาเหตุที่เขาหลูซานจัดงานนี้ขึ้นมาในตอนแรก

เป็นเพราะเซี่ยนอวี๋เคยแต่งบทกวีจารึกกำแพงวัดซีหลินให้กับพวกเขา บทกวีนี้ถึงขั้นถูกจารึกไว้ในสถานที่สำคัญของเขาหลูซาน

ไม่นานหลังจากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป

ทุกภาคส่วนต่างให้ความสนใจ!

รายการนี้ไม่ได้เป็นเพียงรายการวาไรตีเพื่อความบันเทิงอีกต่อไปแล้ว!

ขอบเขตที่เกี่ยวข้องนั้นได้ขยายไปในหลากหลายวงการ ตั้งแต่เกม สู่วงการวรรณกรรม ไปจนถึงศิลปะการต่อสู้

เพียงแต่

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ

แม้แต่สมาคมวรรณศิลป์ ก็ยังให้ความสนใจในงานประกวดกวีนิพนธ์ครั้งนี้

‘ตั้งตารอผลงานของปรมาจารย์วงการกวีนิพนธ์ทุกท่าน!’

พวกเขาได้โพสต์ผ่านบัญชีทางการพร้อมกับคำพูดประโยคนี้

ในชั่วพริบตา

หลายคนในวงการกวีนิพนธ์ต่างก็นั่งไม่ติดขึ้นมาทันที!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน