เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 972

ตอนที่ 972-2 ต้นไม้ที่สูงเด่น (2)

ในไลฟ์สด

ผู้ชมที่ตกตะลึงค่อยๆ ได้สติกลับมา และคอมเมนต์ก็ระเบิดออกมาราวกับห่าฝนที่ตกลงมาบริเวณทั้งสิบศาลาของเขาหลูซาน!

ทั่วอินเทอร์เน็ต

ผู้ชมจากหกทวีปทั้งฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน และจ้าวกำลังแตกตื่น!

‘อ๊ากกกก!’

‘ขอคารวะ!’

‘พ่อเพลงอวี๋บ้าไปแล้ว!!’

‘แอนตีทั้งหลาย มาคุกเข่ากันเถอะ!’

‘ตอนนี้พ่อเพลงอวี๋มีสิทธิ์เป็นกรรมการหรือยัง?’

‘พ่อเพลงอวี๋ฆ่าไม่เลี้ยง! ฉันจะบ้า!’

‘มีอัจฉริยะระดับนี้อยู่บนโลกได้ยังไง!?’

‘ในทางกวีนิพนธ์ของบลูสตาร์ เซี่ยนอวี๋กลายเป็นเซียนแล้ว!’

‘ยังจะมีใครอยากดูการประชันกวีอีกไหม!’

‘ฉันจะกลับไปอ่านทบทวนบทกวีที่เขาเพิ่งอ่านไป!’

‘สองร้อยบท สองร้อยบทเต็มๆ และทุกบทคือระดับตำนาน!’

‘มันคงไม่ใช่แค่การแต่งสด แต่คือการสั่งสมจนถึงวันที่ระเบิดออกมา!’

‘จะสดหรือไม่สดก็ไม่ใช่ประเด็นแล้ว! เพราะเรื่องนี้ได้ถูกจารึกลงไปในประวัติศาสตร์ของกวีนิพนธ์เรียบร้อยแล้ว!’

‘ไม่มีใครเคยทำได้แบบนี้มาก่อน!’

‘และจะไม่มีใครทำได้อีกในอนาคต!’

‘สำหรับบางคน วันนี้คือวันที่มืดมนที่สุดของโลกวรรณกรรม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ วันนี้คือวันที่โลกวรรณกรรมสว่างไสวที่สุด!’

คราใดพิชิตยอดดังใจหวัง มองบรรพตเบื้องล่างเล็กดั่งธุลี

เมื่อเซี่ยนอวี๋จากไป เสมือนระเบิดปรมาณูที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้ทั้งสิบศาลาของเขาหลูซานกลายเป็นดินแดนรกร้าง ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างพังพินาศ!

บล็อก

ปู้ลั่ว

เว็บบอร์ด

หน้าฟีดในสื่อสังคมออนไลน์

ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตกำลังตกตะลึง!

สมองชาวาบ ขนลุกไปทั้งตัว

ไม่มีใครสนใจการแข่งขันประชันกวีต่อไป ทุกคนย้อนกลับไปดูช่วงเวลาที่เซี่ยนอวี๋อ่านบทกวีพร้อมกัน แล้วเริ่มคัดลอกและวิเคราะห์

กลอน

กวีนิพนธ์สือ

หรือแม้แต่กวีนิพนธ์ฝูสั้นยาว!

ต้องบอกว่าคำว่าผู้ชมนับไม่ถ้วนนั้นไม่ได้หมายรวมถึงเพียงชาวเน็ตทั่วไปจากแต่ละทวีป แต่ยังรวมถึงกวีชื่อดังที่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย!

ในหมู่ผู้ชมมีคนเก่งอยู่ไม่น้อย!

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเก่งแค่ไหน เมื่อได้เผชิญกับบทกวีเหล่านี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นรอง!

‘ในเส้นทางกวีนิพนธ์ เซี่ยนอวี๋ได้ไปถึงที่สุดของมันแล้ว’

‘สิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้กับเหล่ากวี คือเงาหลังที่ห่างไกลออกไป แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้กับวงการกวีนิพนธ์คือแสงที่พุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว และไม่มีใครสามารถตามทันได้ ต่อจากนี้ ใครอยากแข่งอะไรก็แข่งไป แต่แข่งกวีนิพนธ์น่ะ ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว!’

‘พวกเขาคงต้องไปแย่งชิงพื้นที่ในวงการบทกวีสมัยใหม่แทนแล้วละ’

‘เซี่ยนอวี๋แต่งบทกวีโบราณได้ขนาดนี้ แล้วใครจะกล้าพูดว่าเขาแต่งกวีสมัยใหม่ไม่ได้?’

‘พวกเราโชคดี ที่พวกเราถนัดกวีสมัยใหม่และงานเขียนร้อยแก้ว’

‘โบราณมีคำว่ากลอนสือเพลงฝู สิ่งที่ชาวจ้าวภาคภูมิใจที่สุด วันนี้ถูกเซี่ยนอวี๋ทำลายลงไปแล้ว!’

‘ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันอยากจะแต่งกลอนขึ้นมาสักบท’

‘หืม?’

‘สุดปลายแห่งบทกวี บนจุดสูงสุดคือผู้ใดเล่า? เพียงพบเซี่ยนอวี๋เข้า กลับกลายเป็นความว่างเปล่า’

‘แต่งได้ดีนี่ เหมาะไปเป็นนักเขียนแนวแฟนตาซีเลยนะ’

‘พูดจริงๆ นะ บทกวีพวกนี้จะต้องสั่นสะเทือนวงการกวีนิพนธ์แน่นอน แม้แต่สมาคมวรรณศิลป์ ยังต้องให้ความสำคัญ หนังสือรวมบทกวีของเซี่ยนอวี๋ต้องขายได้ถล่มทลายแน่ๆ ปาดเหงื่อแทนลูกผมเลย’

จนลืมไปว่า

คนที่พวกเขาควรให้ความสนใจในเวลานี้คือเหล่ากวีที่ยังคงฝืนแข่งขันประชันกวีอยู่นั่นเอง!

แต่ท่ามกลางเรื่องวุ่นวาย

คลังหนังสือซิลเวอร์บลูก็ได้ติดต่อมายังสตาร์ไลท์ แจ้งว่าพวกเขาต้องการขอสิทธิ์ตีพิมพ์รวมบทกวีของเซี่ยนอวี๋

ถึงแม้ว่าคลังหนังสือซิลเวอร์บลูจะยังไม่รู้ว่าเซี่ยนอวี๋ก็คือฉู่ขวง แต่แผนการที่วางไว้สวยหรูทีเดียว พวกเขาคิดจะใช้สัมพันธ์ระหว่างเซี่ยนอวี๋และฉู่ขวงให้เป็นประโยชน์ ภาษิตที่ว่าอยู่ใกล้สายน้ำย่อมได้ใช้ก่อน และหวังจะใช้ความสัมพันธ์นี้ เพื่อคว้าสิทธิ์ตีพิมพ์บทกวีก่อนใคร เพราะในเวลานี้ไม่ใช่แค่คลังหนังสือซิลเวอร์บลูเท่านั้น สำนักพิมพ์น้อยใหญ่อีกนับไม่ถ้วนจากทุกทวีปก็พากันติดต่อสตาร์ไลท์ เสนอเงื่อนไขที่ดียิ่งกว่ากันไปเรื่อยๆ !

เรื่องนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เพราะบทกวีเหล่านี้มีค่ามากเพียงใด ทุกคนย่อมรู้ดี หากได้ตีพิมพ์ จะต้องได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วบลูสตาร์แน่นอน!

ทันใดนั้น

แววตาของหลินเยวียนก็กระจ่างใสขึ้นมา

เขาคิดว่าตนเองควรเปลี่ยนแนวคิดได้แล้ว

ทำไมเขาต้องมัวคิดว่าต้นไม้ที่โดดเด่นในป่าย่อมถูกลมโหมพัดด้วยล่ะ ในเมื่อมีคนต้องการหาเรื่องเขา แล้วเขาจะถ่อมตัวต่อไปทำไม?

เขาได้ปูทางมามากพอแล้ว!

เซี่ยนอวี๋ถูกสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นอัจฉริยะมาโดยตลอด เช่นนั้นถ้าเขาจะเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งกว่าอัจฉริยะอีกสักหน่อย มันจะเป็นไรไป ลมที่ไหนอยากจะพัดก็พัดมา ช่างหัวมัน

ใครกันแน่ที่จะพังพินาศยังบอกไม่ได้หรอก

เมื่อวันที่แปดในเดือนเก้าของสารทฤดูมาถึง

ดอกเบญจมาศของข้าจะบานสะพรั่ง

กลิ่นหอมกำจายไปทั่วนครฉางอัน

ทั้งเมืองจะปกคลุมด้วยเกราะทองคำ!

บลูสตาร์กำลังจะผนวกรวม ในอนาคต ทั้งแปดทวีปจะมีสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เขา จะมีการเฝ้ามองจากหลากหลายวงการ และปัญหาแบบที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจจะต้องพบเจออีกในภายภาคหน้า

เพราะเวทีที่ถูกกำหนดไว้นั้นมีขนาดเท่าเดิม

ไม่สามารถรองรับให้ทุกคนได้ขึ้นไปเฉิดฉายตามต้องการ

มีคนอยากให้หลินเยวียนไม่สามารถเป็นกรรมการต่อไปได้มีคนต้องการกดดันให้เขาต้องก้าวลงจากเวที ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มีแต่ต้องตอบโต้กลับอย่างรุนแรง

ในเมื่อต้นไม้ที่สูงเด่นในป่าจะต้องถูกลมโหมกระหน่ำ งั้นก็ให้มันสูงเด่นขึ้นไปอีกจะเป็นไรไป!

……………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน