เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 977

ตอนที่ 977-2 สามสหายรวมตัวอีกครั้ง (2)

“ถ้ามองอย่างเป็นกลาง ที่จริงผมก็อยากจะเตือนให้คุณคืนดีกับทางจงโจวนะ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะคิดและตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว แถมเรื่องนี้ก็เกี่ยวกับผลประโยชน์ของราชวงศ์ปลาทั้งกลุ่มด้วย ที่สำคัญผมเองก็ไม่สามารถวางตัวเป็นกลางได้จริงๆ เพราะคุณกำลังจะมาร่วมงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจว ผมนับว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรง ทำได้แค่ต้อนรับด้วยความยินดีเท่านั้น ไหนๆ การแสดงของเราหลายอย่างก็ยังไม่ได้ข้อสรุปดี พวกคุณยังมีพื้นที่ให้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ แล้วดูจากรายการที่จงโจวยังอยากได้ สุดท้ายกลับตกมาถึงผม ก็เหมือนลาภลอยแล้วละ!”

ถงซูเหวินไม่ได้เก็บซ่อนความดีใจ

ถ้าตอนนี้ยังจะแสร้งแสดงความเห็นใจ ก็คงเสแสร้งเกินไปหน่อย

ถ้าไม่ใช่เพราะจงโจว เขาก็ตั้งใจจะเชิญราชวงศ์ปลามาร่วมงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวอยู่แล้ว

ถงซูเหวินหยุดไปครู่หนึ่ง

ก่อนพูดต่อว่า “แล้วที่คุณพูดในโทรศัพท์ว่านอกจากเพลงแล้ว ก็พอมีความรู้เรื่องการแสดงประเภทอื่นๆ ด้วย หมายความว่าอย่างไรหรือครับ?”

“ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว”

หลินเยวียนรู้สึกว่าช่วงนี้เซี่ยนอวี๋ปรากฏตัวถี่เกินไปแล้ว จึงอยากจะดึง ฉู่ขวงออกมาช่วยแชร์บทบาทด้วย “เพื่อนนักเขียนของผมก็จะมาร่วมจัดงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวด้วยเหมือนกัน”

“เจ้าแก่ฉู่ขวง!?”

ถงซูเหวินหลุดปากพูดออกมาแทบจะทันที!

เพื่อนนักเขียนนิยายของเซี่ยนอวี๋ ก็ต้องเป็นเจ้าแก่ฉู่ขวงไม่ใช่หรือไง?

พูดจบเขาก็รู้ตัวว่าไม่ควรเรียกอีกฝ่ายว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงต่อหน้าเซี่ยนอวี๋ จึงรีบกระแอมไอหนึ่งที

“หมายความว่าไงครับ”

สายตาเขาเริ่มฉายแววตื่นเต้น

หรือว่าเซี่ยนอวี๋จะพาฉู่ขวงมาร่วมงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวด้วย?

ฉู่ขวงไม่เคยเปิดเผยตัวมาก่อน!

ถ้ามีข่าวลือว่าเขาจะขึ้นเวทีในงานนี้ น่ากลัวว่าคงมีคนนับไม่ถ้วนที่คลั่งแน่นอน!

หลินเยวียนพูดต่อ “ผมหมายถึงว่า ฉู่ขวงไม่ได้เขียนแค่นิยาย เขายังเขียนบทละครได้ด้วย และที่หลายคนไม่รู้ก็คือ บทละครสั้นหรือจำอวด เขาก็สามารถมีส่วนร่วมในการเขียนบทได้เหมือนกันครับ”

ฮะ?

ถงซูเหวินถึงกับงุนงง

ฉู่ขวงไม่เปิดเผยตัว

แต่หมายถึงเขาจะเขียนบทให้บทละครสั้นกับจำอวดในงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ?

นี่ผมหรือคุณกันแน่ที่เพี้ยน?

เขารู้สึกได้ถึงความไม่เข้ากันอย่างรุนแรง!

ฉู่ขวงจะเขียนบทละครสั้นหรือจำอวด เขานึกภาพไม่ออกจริงๆ!

จำอวด…

ละครสั้น…

อย่างแรกเลย ต้องมีมุกตลกใช่ไหม?

แต่นี่มันคือปีศาจผู้เขียนแนวดราม่าตาไม่กระพริบ งานเขียนของเขาแต่ละเรื่อง ล้วนแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโหดร้าย!

แต่ช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิแบบนี้จะมาเล่นอะไรเศร้าซึ้งสะเทือนใจไม่ได้ไหม!?

หลินเยวียน “…”

เขาเองก็รู้ดีว่าสไตล์อาจจะแปลกไปสักหน่อย แต่เขาก็จนปัญญา

ไม่ว่าจะใช้ตัวตนไหนของเขามาเขียนบทตลก สไตล์ก็ออกจะแปลกแหวกแนวอยู่ดี

ต้นตอของปัญหาคือ แต่ตัวตนของเขา ไม่มีตัวตนไหนเคยสร้างผลงานแนวตลกมาก่อนเลย!

หากจะต้องเชื่อมโยงกันจริงๆ ก็เห็นจะมีแค่เซี่ยนอวี๋เท่านั้น

อย่างไรเสียเขาก็เคยร้องเพลงร้อนลนและแต่งผลงานเพลงยอดฮิตในวงการเต้นรำกลางจัตุรัสมาก่อน ทั้งยังเคยผลิตภาพยนตร์ตลกอย่างถังปั๋วหู่ ใหญ่ไม่ต้องประกาศอีก พอจะมีประวัติด้านความตลกโปกฮาอยู่บ้าง

แต่ช่วงนี้เซี่ยนอวี๋ก็ปรากฏตัวถี่เกินไปเช่นกัน

หลินเยวียนจึงอยากให้ฉู่ขวงออกมาแทน และตาลปัตรมาเผยมุมน่ารักออกมาบ้าง

การให้ฉู่ขวงผู้ซึ่งได้รับฉายาว่า ‘เจ้าแก่ฉู่ขวง’ มาสร้างผลงานแนวตลก แค่ได้ยินก็ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ไม่น้อยแล้ว

ยิ่งเกิดความความแตกต่างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าสนใจ!

ไม่กลัวด้วยซ้ำว่าภาพลักษณ์จะพัง

ถึงอย่างไรในอนาคตตัวตนของเขาก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี

ถงซูเหวินมองไม่ออกว่าหลินเยวียนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง “คือว่า ละครสั้นกับจำอวดมันต่างจากการเขียนนิยายหรือบทภาพยนตร์อยู่นะครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในความสามารถของอาจารย์ฉู่ขวงนะ ผมแค่รู้สึกว่า…”

“ศาสตร์แต่ละแขนงล้วนมีผู้ที่สันทัด”

หลินเยวียนยืมวรรคหนึ่งจาก ‘คำสอนอาจารย์’ มาอธิบาย

“ฉู่ขวงไม่ใช่นักเขียนบทตลกมืออาชีพก็จริง เป็นธรรมดาที่คุณจะรู้สึกกังวล ผมเลยเสนอให้เขาลองเขียนดู แล้วส่งให้ทีมงานสายตลกของเราพิจารณาอีกที ถ้าเขาไม่ผ่าน เราก็ไม่เอา”

“งั้นก็ดีครับ”

ถงซูเหวินโล่งใจ

เขากลัวเหลือเกินว่าหลินเยวียนจะดันทุรังดันเพื่อนสนิทขึ้นมา

ถงซูเหวินยักไหล่ เขาไม่ได้คาดหวังว่าหลินเยวียนจะหาสปอนเซอร์รายใหญ่ได้จริงๆ “ว่าแต่คุณจะประกาศข่าวการถอนตัวจากงานของจงโจวเมื่อไหร่?”

“เดี๋ยวผมจะแจ้งทางบริษัทก่อน”

พูดแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย เรื่องอย่างการถอนตัวจากงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ตามหลักแล้วหลินเยวียนควรแจ้งบริษัทให้รู้ก่อน ทำโดยพลการแบบนี้ ก็รู้สึกผิดกับประธานอยู่ไม่น้อย

หลินเยวียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

กดโทรหาหลี่ซ่งหวา

เห็นได้ชัดว่าทางฝั่งหลี่ซ่งหวารู้เรื่องอยู่แล้ว หลังจากเงียบไปชั่วขณะ เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า

“เรื่องที่เหลือไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการเอง”

“ขอโทษด้วยครับ ที่สร้างความลำบากให้บริษัท”

หลินเยวียนรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ เขารู้ว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการที่ราชวงศ์ปลาจะขึ้นเวทีงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของจงโจวมากแค่ไหน

ประธานกรรมการเงียบไปอีกสองวินาที ก่อนจะตอบมาสามคำว่า

“ชินแล้วละ”

หลินเยวียน “…”

ทันใดนั้นหลี่ซ่งหวาก็หัวเราะ “ดูท่าทางพวกจงโจวจะคิดว่าเราสำคัญจริงๆ ล่ะสิ”

ดูเหมือนหลี่ซ่งหวาจะรู้อะไรบางอย่าง?

แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ปลอบใจว่า “เรื่องนี้จะโทษคุณก็ไม่ได้หรอก ถ้าเป็นผม ผมก็เลือกทำแบบเดียวกันนั่นละ ลงมือทำไปเถอะ บริษัทหนุนหลังเต็มที่ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องตัดสัมพันธ์กับพวกเขา ยังไงเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของหลายฝ่าย”

ประธานหลี่ไม่มีท่าทีร้อนรนเลยแม้แต่น้อย

เขาเหมือนกับนอนรอผลลัพธ์อย่างสบายใจเสียด้วยซ้ำ!

สตาร์ไลท์เอ็นเตอร์เทนเมนต์แข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างไรน่ะหรือ?

ก็เพราะ เซี่ยนอวี๋คอยสร้างปัญหาให้บริษัทอยู่ตลอดไงล่ะ แต่บริษัทก็ปกป้องเขาอย่างเต็มที่ จนในที่สุดก็ค่อยๆ เบิกทางในทุกแขนงของวงการบันเทิงได้อย่างมั่นคง!

ครั้งนี้ก็เหมือนกัน

พูดก็เหมือนจะประหลาด

แต่หลี่ซ่งหวาแทบอยากให้หลินเยวียนก่อเรื่องอีกสักหน่อยด้วยซ้ำ

เพราะหลังจากที่เกิดเรื่อง หลินเยวียนจะทำให้ทั้งวงการต้องตะลึงได้ทุกครั้ง!

…………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน