ตอนที่ 979-2 ข่าวใหญ่ของสปอนเซอร์ (2)
ทันใดนั้น
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูของทั้งหกคน
ซุนเย่าหั่วใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้ม
ท่องบทกวีหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เขาไท่ซานยิ่งใหญ่เพียงใด ฉีลู่เขียวชอุ่มไกลไม่สร่างสี
ธรรมชาติสรรค์สร้างให้ทัศนีย์ ยอดพฤกษ์ชี้แบ่งหยินหยาง
เมฆาพล่านซ่านอุรา ทอดมองสุดนภาวิหคคืนรัง
คราใดพิชิตยอดดังใจหวัง มองบรรพตเบื้องล่างเล็กดังธุลี!”
“งานประชันกวีนิพนธ์บลูสตาร์ บทกวี ‘ทัศนาขุนเขา’ ของอาจารย์เซี่ยนอวี๋ เขียนเกี่ยวกับเขาไท่ซานได้ถึงแก่นแท้ ส่วนภาพนี้ของอาจารย์อิ่งจือ ก็ใช้ชื่อเดียวกัน ไม่ต้องให้ผมชี้แจง ทุกท่านคงเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่งนี้กระมัง?”
ซุนเย่าหั่วกำลังหว่านล้อม
เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าภาพวาดนี้จะเกี่ยวข้องกับบทกวีทัศนาขุนเขาของหลินเยวียนหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกมหาเศรษฐีเหล่านี้ก็ไม่มีทางพิสูจน์ได้อยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า
เซี่ยนอวี๋และอิ่งจือมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน หากจะบอกว่าบทกวีไม่เกี่ยวกับภาพคนส่วนใหญ่ก็คงไม่เชื่ออยู่ดี
ในงานประชันกวีนิพนธ์บลูสตาร์
เซี่ยนอวี๋ประพันธ์บทกวีไว้มากมาย
และหนึ่งในบทกวีที่ดังที่สุดก็คือทัศนาขุนเขา
วรรคทองอย่าง ‘คราใดพิชิตยอดดังใจหวัง มองบรรพตเบื้องล่างเล็กดังธุลี’ ไม่รู้ปลุกเร้าจิตใจผู้คนมากมายเพียงใด ในเวลานี้ภาพวาดตรงหน้าก็ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน!
หรืออาจจะทรงพลังยิ่งกว่าบทกวีเสียด้วยซ้ำ!
เมื่อเสียงของซุนเย่าหั่วจบลง มหาเศรษฐีทั้งหกก็ทยอยได้สติกลับมา แล้วพวกเขาก็หลงใหลในภาพนี้ไปเสียแล้ว!
นี่คือภาพชุดจิตรวิญญาณใช่ไหม?
ไม่ต้อมีข้อสงสัยใด ใช่แน่นอน!
บรรยากาศและจิตวิญญาณอันทรงพลังที่แผ่ซ่านจากภาพนี้ เป็นสิ่งที่ภาพวาดอื่นไม่สามารถมอบให้ได้ มีเพียงภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือเท่านั้น ที่มอบความรู้สึกสะเทือนอารมณ์จนแทบคลั่งเช่นนี้ได้!
“ภาพนี้ ผมขอซื้อ!”
“ขอโทษนะครับ ใครอนุญาตคุณ”
“พวกคุณไม่ต้องแย่งกันหรอก เพราะผมต้องได้ภาพนี้แน่นอน!”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าภาพนี้จะเกี่ยวข้องกับบทกวีทัศนาขุนเขาที่เซี่ยนอวี๋แต่ง บทกวีในดวงใจของผม รวมกับภาพในดวงใจของผม ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะยกมันให้พวกคุณ!”
“ว่ามาเถอะ ราคาเท่าไหร่!”
“คุณกำลังพูดเรื่องเงินต่อหน้าผมงั้นหรือ?”
ทั้งหกคนล้วนเป็นมหาเศรษฐี จะยอมถอยเพียงเพราะเรื่องเงินได้อย่างไร?
แทบจะในเวลาเดียวกัน ทั้งหกคนต่างก็รู้สึกว่าต้องคว้าภาพนี้มาครอบครองให้ได้!
แต่ละคนเริ่มพูดขึ้น พลางจับจ้องซุนเย่าหั่วไม่วางตา
ซุนเย่าหั่วเริ่มรู้สึกขนลุก ถึงขั้นรู้สึกว่าโชคดีที่รอบนี้ไม่ได้เชิญเศรษฐีมามากกว่านี้…
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก “งั้นผมขอแจ้งเงื่อนไขของอาจารย์อิ่งจือก่อนนะครับ”
“เงื่อนไขอะไร?”
ทั้งหกคนถามขึ้นพร้อมกัน
ซุนเย่าหั่วตอบ “อาจารย์อิ่งจือได้รับมอบหมายจากอาจารย์เซี่ยนอวี๋ ให้ช่วยหาสปอนเซอร์งานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจว ใครที่ให้เงินสนับสนุนสูงที่สุด ก็จะได้สิทธิ์ประมูลภาพทัศนาขุนเขาภาพนี้ไป ณ ที่นี้ ผมต้องขอเตือนทุกท่านไว้ก่อนว่า ภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือมีเพียงเจ็ดภาพในบลูสตาร์ และไม่มีใครรู้ว่าอาจารย์อิ่งจือจะสามารถวาดภาพที่แปดออกมาได้เมื่อไหร่ หรืออาจจะไม่มีอีกเลยก็ได้ เพราะฉะนั้น เงินสนับสนุนยิ่งสูงก็ยิ่งดี แน่นอนว่า ถ้าหากงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวในปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ การสนับสนุนของทุกท่านก็ย่อมได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเช่นกัน โดยเงินสนับสนุนขั้นต่ำเริ่มต้นที่สองพันล้านหยวน ส่วนภาพนี้ อาจารย์อิ่งจือบอกว่าไม่จำเป็นต้องขายแพง ใครที่ให้การสนับสนุนก็เพียงเพิ่มอีก สองร้อยล้านหยวนก็สามารถรับภาพนี้ไปได้เลย ถือว่าได้ผูกมิตรกันไว้”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เหล่ามหาเศรษฐีทั้งหกถึงกับตะลึง!
สองพันล้าน?
ค่าสปอนเซอร์!?
กับแค่งานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจว!?
นี่มันเท่ากับราคาค่าสปอนเซอร์ระดับงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของจงโจว ชัดๆ !?
แล้วยังจะต้องจ่ายเพิ่มอีกสองร้อยล้านถึงจะได้ครอบครองภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือ!?
พูดง่ายๆ ก็คือเงินค่าสปอนเซอร์สองพันล้านที่ต้องจ่ายไป คือเพื่อให้ได้สิทธิ์ซื้อภาพทัศนาขุนเขา แล้วถ้าอยากได้จริงๆ ยังต้องควักเพิ่มอีกสองร้อยล้าน!?
แน่นอน
ถ้าเป็นในแง่ของมูลค่าภาพชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือแล้ว สองพันล้านนั้นไม่ได้ถือว่าแพงเกินไปเลย
เพราะบนบลูสตาร์นั้น ภาพชุดนี้จัดเป็นของที่มีราคาแต่ไม่มีขายอย่างแท้จริง!
ราคานี้เพียงพอจะให้ทุกคนสู้ตายเพื่อแย่งกันซื้อได้!
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่สองพันล้านหรอก ประเด็นมันอยู่ตรงที่ต้องสปอนเซอร์งานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวเป็นเงินสองพันล้านก่อน ถึงจะได้สิทธิ์ซื้อภาพนี้!
และนั่นแหละคือคุณค่าที่แท้จริงของภาพชุดจิตรวิญญาณ!
จะนึกว่าจ่ายแค่สองพันล้านแล้วได้ภาพกลับบ้านง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?
ชั่วขณะนั้น
มหาเศรษฐีทั้งหกไม่มีใครพูดอะไรออกมา
พวกเขาล้วนเป็นคนฉลาดเฉลียว และรู้ดีว่าถ้าเผลอแข่งกันขึ้นราคาเมื่อไหร่ สถานการณ์จะควบคุมไม่ได้ทันที!
ประธานหวังจากปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวอย่างเห็นได้ชัด แทบไม่เหลือเค้าของความลังเลแม้แต่น้อย
ราวกับว่า หวังซินที่เพิ่งพูดว่า ‘ไม่มีทาง’ อยู่หลายครั้งในห้องรับรองเมื่อครู่นั้นเป็นตัวปลอมไปเสียแล้ว!
ผู้ช่วยสาวซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ตาโตขึ้นทันที!
เธอยืนใกล้ซุนเย่าหั่วมากพอจะได้ยินบทสนทนาในสายอย่างชัดเจน
เธอนิ่งอึ้งไป ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องราวถึงได้พลิกผันอย่างเหนือความคาดหมายขนาดนี้!
หวังซินคนนั้นออกจากห้องไปเพียงครู่เดียว ทำไมจู่ๆ ถึงได้เปลี่ยนใจ?
หรือว่าทุกอย่างอยู่ในความคาดการณ์ของประธานตั้งแต่แรก!?
แต่สิ่งที่ผู้ช่วยสาวคาดไม่ถึงที่สุดคือ ซุนเย่าหั่วยังแกล้งถอนหายใจแบบคนลำบากใจอีกต่างหาก “พวกท่านนัดกันไว้แล้วใช่ไหมครับเนี่ย เมื่อกี้แต่ละคนยังบอกว่าราคาแพงเกินไปอยู่เลย พอเดินออกจากห้องก็โทรกลับมาทีละคนบอกจะซื้อ ผมควรจะตอบตกลงกับใครดีล่ะเนี่ย”
ผู้ช่วย “…”
คุณก็เพิ่งรับสายแค่สายเดียวเองไม่ใช่เหรอ!
ทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
ทางฝั่งหวังซินในสายดูคล้ายกับร้อนรนขึ้นมา “บ้าชะมัด ผทก็รู้ว่าพวกนั้นกำลังถ่วงเวลา ประธานซุน ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ผมเพิ่มราคา สองพันห้าร้อยล้านเป็นอย่างไร!”
“ผมขอคิดดูก่อนนะครับ ตอนนี้ติดธุระอยู่ แค่นี้ก่อนครับ”
ซุนเย่าหั่วพูดจบก็ตัดสายทันที ก่อนที่เสียงเรียกเข้าจะดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เป็นสายจากเหมียวไป่
“ประธานซุน ผมมาคิดดูแล้ว ยอมสนับสนุนสองพันล้าน แล้วก็จ่ายเพิ่มอีก สองร้อยล้านสำหรับภาพวาดนั้น ผมตกลง”
โอ้โฮ!
ผู้ช่วยสาวถึงกับตกใจสุดขีด!
นายทุนพวกนี้น่ากลัวจริงๆ !
เธอเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง กลุ่มคนเหล่านี้ที่ก่อนหน้านี้ทำท่าเหมือนไม่ยอมรับข้อเสนอของซุนเย่าหั่ว ทว่าแท้จริงแล้วแค่แสร้งทำเป็นลังเลเพื่อหลอกล่อคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลวงว่าคนที่ตกลงซื้อคือ ‘คนโง่ที่มีเงินเยอะ’ ก็เท่านั้น!
แต่ในความเป็นจริง พวกเขาแต่ละคนต่างตัดสินใจในใจไปแล้วว่าจะคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้!
ถึงขนาดที่เดินออกจากห้องไปไม่กี่ก้าว ก็รีบโทรกลับมาทันที!
เหมือนจะนัดกันไว้อย่างไรอย่างนั้น!
แต่คนที่น่ากลัวที่สุดในการเจรจาครั้งนี้ ยังไงก็ต้องยกให้ซุนเย่าหั่ว ประธานหวังเพิ่งเสนอสองพันห้าร้อยล้านไปนะครับ ประธานเหมียวเห็นว่ายังไงบ้าง…”
“บัดซบ!”
………………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...