เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 980

ตอนที่ 980 รายชื่อชุดการแสดงของหลินเยวียน (2)

………………..

หลังจากการคัดเลือกในรอบแรกของงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิฉินโจวเสร็จสิ้น

เหล่าผู้แสดงในแต่ละรายการต่างก็อยู่ในห้องพักหลังเวที

บางคนลบเครื่องสำอาง บางคนเปลี่ยนเสื้อผ้า

และในขณะเดียวกัน

ทุกคนก็กำลังพูดคุยด้วยความกังวลใจ

“ไม่รู้ว่าผลการคัดเลือกรอบแรกจะเป็นยังไงบ้างนะ?”

“ละครสั้นของเราน่าจะผ่านแหละ คุณภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่าปีที่แล้วเลย”

“การแสดงเต้นของคณะระบำนั่นก็จัดท่าทางดีนะ เสียงปรบมือก็ดังพอตัวเลย แค่ดูเหมือนว่าผู้อำนวยการกับผู้กำกับจะไม่ค่อยมีปฏิกิริยาอะไร”

“ฉันว่าการแสดงมายากลชุดนั้นผ่านแน่นอน!”

“จำอวดของสองคนนั้นดูเหมือนจะได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างธรรมดานะ คุณภาพยังไม่เท่าปีที่แล้วเลย”

“ผมว่าก็ใช้ได้อยู่นะ สองคนนั้นถือว่าเป็นปรมาจารย์จำอวดที่เก่งที่สุดของฉินโจวเราแล้วนะ คุณจะไปเปรียบกับเวทีงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิระดับบลูสตาร์ไม่ได้หรอก”

“ยังไงผมก็รู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เลย”

“วันนี้ผู้อำนวยการกับผู้กำกับไม่มีสีหน้าอะไรเลยตลอดงาน เหมือนไม่มีการแสดงไหนที่ทำให้พวกเขารู้สึกพอใจเลยสักชุดเดียว”

ระหว่างที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น

จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากนอกประตู

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะรีบเอ่ยทักทาย “ผู้กำกับ!”

“ทุกคนลำบากกันแล้วครับ!”

ถงซูเหวินยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ผมมาที่นี่เพื่อแจ้งผลการคัดเลือกในรอบแรก”

ทุกสายตาจับจ้องไปที่ถงซูเหวิน

ถงซูเหวินกล่าวว่า

“เพลงของอาจารย์เฟ่ยหยาง รอพิจารณา การแสดงเต้นของคณะระบำ รอพิจารณา มายากลของหวงสือ รอพิจารณา”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที!

ผู้คนเริ่มคุยกันอย่างตื่นตระหนก

สามรายการที่ถงซูเหวินเอ่ยถึง ถือเป็นรายการที่ได้รับเสียงตอบรับดีที่สุดในวันนี้ แต่ผลลัพธ์กลับออกมาแค่รอพิจารณา?

ท่ามกลางฝูงชน

เฟ่ยหยางเองก็ตกตะลึง!

เขาไม่คาดคิดเลยว่าเพลงของเขาจะไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกทันที!

ในเวลานั้น

ถงซูเหวินก็พูดต่อ “การแสดงที่เหลือทั้งหมด ให้กลับไปปรับปรุงใหม่ ส่วนการแสดงบางชุด ตัดออกทันที”

ทันใดนั้นทุกคนในห้องก็ระเบิดเสียงฮือฮา!

ผลการประเมินรอบแรกกลับกลายเป็นว่าทุกคนตกรอบหมด!?

“ไม่จริงน่า!”

“ผู้กำกับพูดเล่นใช่ไหมครับ?”

“การแสดงของพวกเรานี่ถ้าอยู่ในงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิระดับท้องถิ่น ยังไงก็ไม่แย่นะ!”

“โชว์เต้นของคณะระบำของพวกเรา ดีกว่าของทวีปอื่นแน่นอนนะครับ! ถ้าไม่นับจงโจว พวกเราต้องได้คะแนนสูงที่สุดแน่ๆ !”

“อัตราการตกรอบสูงเกินไปแล้ว!”

“มาตรฐานของสถานีโทรทัศน์ปีนี้สูงไปหรือเปล่า?”

“ไม่เข้าใจเลยจริงๆ !”

ทุกคนรู้สึกสับสนจริงๆ !

แม้การแสดงเหล่านี้จะไม่ได้ดีที่สุด แต่ในระดับของงานฉลองประจำท้องถิ่นก็นับว่าได้มาตรฐานไม่น้อย แล้วทำไมถึงไม่มีรายการไหนผ่านเลยล่ะ?

แม้แต่รายการที่ดีที่สุดก็ยังอยู่ในสถานะ “รอพิจารณา”

ถงซูเหวินรู้ดีว่าผู้แสดงจะต้องไม่พอใจแน่นอน

เขาจึงพูดปลอบใจว่า

“ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ จะรีบแจ้งให้ทุกคนทราบ ปีนี้เรายกระดับมาตรฐานขึ้น ขอบคุณทุกคนนะครับที่เข้าใจ”

เช้าวันถัดมา

หลินเยวียนมาถึงสถานีโทรทัศน์ฉินโจว

ถงซูเหวินกำลังรอเขาอยู่ในสถานี เมื่อเห็นหลินเยวียน เขาก็รีบลุกขึ้นทักทันที “เมื่อคืนเราเซ็นสัญญาสปอนเซอร์เรียบร้อยแล้วนะ กับสุรานารีแดงแล้วก็เยี่ยนเยี่ยนหม้อไฟน่ะ”

“ครับ” หลินเยวียนพยักหน้าเบาๆ

“แต่ผลการคัดเลือกรอบแรกของเรานี่สิ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การแสดงที่โดดเด่นมีน้อยมาก อาจจะต้องตัดคนออกเยอะเลย ส่วนคนที่เหลือก็ต้องเตรียมการแสดงมาใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะทำการแสดงอะไร ต้องไปหาคนมาออกแบบใหม่หมด”

“ผมเตรียมการแสดงไว้บ้างแล้ว”

“ผมกำลังรออยู่เลยเนี่ย!”

แม้จะไม่มั่นใจกับจำอวดและละครสั้นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเพลงกับการเต้นละก็ ถงซูเหวินให้ความสำคัญมาก!

“แล้วรายการล่ะ?”

“อยู่ในนี้หมดแล้วครับ”

หลินเยวียนหยิบเอกสารที่พิมพ์ไว้เรียบร้อยแล้วยื่นให้

ถงซูเหวินรับมาด้วยความคาดหวัง แต่เมื่อรับมากลับรู้สึกว่าเอกสารนี้ค่อนข้างหนาผิดปกติ?

ต้องใช้ถึงขนาดนี้เลยหรือ?

เขาเปิดหน้าแรกโดยไม่คิดอะไรมาก แต่แล้วก็เป็นต้องตกตะลึง เพราะหน้าที่สองกลับเป็นสารบัญการแสดง!

[เพลง]

[การเต้น]

[ละครสั้น]

[จำอวด]

[กายกรรม]

[มายากล]

[ศิลปะการต่อสู้]

[งิ้ว]

[เอฟเฟ็กต์พิเศษ]

[…]

ถงซูเหวินนับดูแล้ว…

ทั้งหมดห้าสิบรายการ!

เซี่ยนอวี๋คนเดียวเสนอรายการการแสดงให้กับงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวเกือบทั้งหมดเลยหรือ!?

การแสดงอย่างเพลง เต้น ละครสั้น หรือจำอวดยังพอเข้าใจได้ เพราะหลินเยวียนเคยพูดถึงไว้ก่อนแล้ว แต่พวกกายกรรม มายากล งิ้ว ศิลปะการต่อสู้ และเอฟเฟ็กต์พิเศษคืออะไรล่ะเนี่ย!?

“แบบนี้แปลกมากเลยนะครับ!” ถงซูเหวินโพล่งออกมา

“อะไรแปลกครับ?” หลินเยวียนถาม

“รายการมันเยอะเกินไปแล้ว!”

“สิ่งสำคัญคือคุณภาพไม่ใช่จำนวน”

“ผมก็รู้แหละว่าคุณภาพคือสิ่งสำคัญ แต่ปัญหาคือ…”

ปัญหาก็คือ การแสดงเหล่านี้มีคุณภาพหรือ!

คำพูดนี้วนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของถงซูเหวิน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เขาได้แต่ฝืนยิ้มอย่างจนใจ ก่อนจะพูดอย่างอ้อมค้อมว่า “คุณจัดรายการการแสดงพวกนี้ได้ยังไง หรือว่าคุณรู้เรื่องพวกนี้หมดทุกแขนงเลย?”

หลินเยวียนตอบว่า “ก็พอรู้อยู่บ้าง”

คำว่าพอรู้อยู่บ้างนิดหน่อยอีกแล้ว ถงซูเหวินไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เขาได้แต่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “แล้วด้านหลังนี่ มีแผนโดยละเอียดของการแสดงแต่ละชุดไหมครับ?”

“คุณลองดู”

ถงซูเหวินยกมือขึ้นนวดขมับ จากนั้นจึงเปิดเอกสารหน้าถัดไป ปรากฏว่าไม่กี่นาทีผ่านไป สีหน้าของเขาก็ค่อยๆ แลดูแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

เหมือนจะไม่ธรรมดาแฮะ

แม้การบรรยายในเอกสารจะไม่สามารถถ่ายทอดภาพรวมของการแสดงได้ทั้งหมด

หลินเยวียนชี้ไปยังบทละครสั้นเรื่องหนึ่งในรายการ ซึ่งมีชื่อว่า ‘กินบะหมี่’

เขายิ้มและตอบว่า

“ให้สือเหยียนกับเฉินเฟิงจากฉีโจวมาแสดงแล้วกัน”ช่วงนี้หลินเยวียนไม่ได้แค่เตรียมเนื้อหาเท่านั้น

เขายังทุ่มเทเวลาไปกับการหาข้อมูลและดูวิดีโอต่างๆ มากมาย

ทั้งละครสั้น จำอวด การแสดงกายกรรม มายากล เป็นต้น

หลังจากดูจนตาแฉะ หลินเยวียนก็สามารถจับคู่ได้อย่างแม่นยำว่า รายการไหน เหมาะกับนักแสดงคนไหนมากที่สุด!

“ส่วนการแสดงชุดนี้ ต้องไปหาจากจ้าวโจว…”

“แล้วเวทีมายากลโชว์นี้ระดับความยากสูงพอสมควร แต่ผมไปสืบมาแล้วว่า ในเว่ยโจวมีปรมาจารย์มายากลระยะใกล้คนนึง บางทีเขาอาจจะทำได้นะ…”

“อีกเรื่องก็คือ…”

หลินเยวียนพูดชื่อการแสดงต่างๆ ออกมาราวกับท่องจากใจ ราวกับสมบัติล้ำค่าทั้งหมดอยู่ในมือเขา

ถงซูเหวินจ้องมองหลินเยวียนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นทันทีว่า “งั้นผมลาออกเลยดีไหม?”

“หา?”

“คุณเหมาะกับการเป็นผู้กำกับงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิฉินโจวมากกว่าผมอีก!”

“อย่างน้อยก็ขอให้คุณรับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผนงานเถอะ”

“หรือไม่ก็เป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผนก็ได้ เอาเป็นว่ารับตำแหน่งใหญ่ๆ สักตำแหน่งหนึ่งที่เทียบเท่ากับผมไปเลย ไม่อย่างนั้น ผมคงไม่กล้ารับตำแหน่งผู้กำกับนี้อีกแล้ว จริงๆ การแสดงพวกนี้ เราจำเป็นต้องทำให้ได้ บางรายการผมยังดูไม่เข้าใจด้วยซ้ำ ต้องรอดูตอนแสดงจริงถึงจะตัดสินได้ ตอนนี้ฉันกำลังกลุ้มมากเรื่องลำดับการแสดง โดยเฉพาะโชว์ปิดงาน ปกติงานฉลองแบบนี้ต้องมีโชว์ไฮไลต์ปิดท้ายใช่ไหมล่ะ ต่ดูจากรายการที่คุณให้มา ผมไม่รู้เลยว่าจะเลือกโชว์ไหนมาเป็นโชว์ปิดท้ายดี เพราะการแสดงแต่ละชุดก็ดูจะอลังการจนเป็นโชว์ปิดได้ทั้งนั้น!.

ถงซูเหวินเริ่มกระวนกระวายใจแล้วจริงๆ !

เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่มีตัวตนในงานนี้อีกต่อไปแล้ว!

ถึงแม้จะเป็นหมูสนามตัวหนึ่ง พอได้ถือรายการพวกนี้ไว้ในมือ ก็ยังสามารถจัดงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่ตราตรึงใจผู้ชมได้เลย!

จะเทียบกับจงโจวงั้นหรือ?

แม้จะได้เงินมามากขนาดนี้ ถงซูเหวินก็ยังกล้าพูดได้เพียงว่ามาตรฐานของเวที”

พอจะเทียบชั้นกับงานของจงโจวได้!

แต่หากเป็นเรื่องคุณภาพของการแสดง?

เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดเทียบจริงจังเลยด้วยซ้ำ!

ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นแรงราวกับจะระเบิดออกมา จนเริ่มมีความคิดที่ทั้งกล้าและบ้าบิ่นผุดขึ้นมาในใจ!

“จะให้เรียกตำแหน่งว่ายังไงก็แล้วแต่พวกคุณเลย”

หลินเยวียนไม่สนใจเลยสักนิด เขาสนใจแค่ผลลัพธ์เท่านั้น

งานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่รวมการแสดงชั้นเลิศมาหลายสิบปีจากโลกเดิม จะทำผลงานออกมาไม่ได้เรื่อง?

งั้นเขาหลินเยวียนควรไปหาเต้าหู้สักก้อนแล้วเอาหัวโขกตายให้รู้แล้วรู้รอด ชุดจิตรวิญญาณของอิ่งจือจะได้กลายเป็นผลงานสุดท้ายไปเลย

“ฟู่ว”

ถงซูเหวินถอนหายใจลึกอีกครั้ง แล้วพูดต่อว่า

“คนที่คุณพูดถึงเมื่อกี้ บางคนไม่ได้เชิญกันง่ายๆ นะครับ อย่างเช่นสองศิลปินละครสั้นชื่อดังจากฉีโจว พวกเขาไม่ได้ขึ้นเวทีงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิมาสองปีแล้ว ปีนี้แม้แต่จงโจวก็พยายามติดต่อไป แต่ก็เชิญไม่ได้ เพราะพวกเขามีหลักการว่า ถ้าไม่มีการแสดงที่ดีจริงๆ ก็จะไม่ขึ้นเวทีเด็ดขาด”

หลินเยวียนไปตามตรงว่า “งั้นถ้ามีการแสดงที่ดีล่ะ?”

ถงซูเหวิน “…ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พรุ่งนี้ผมถงซูเหวิน จะออกตระเวนทั่วทั้งบลูสตาร์!”

ไม่มีเรื่องไหนที่เงินแก้ไม่ได้!

ถ้ามี นั่นแปลว่า คุณยังทุ่มเงินไม่มากพอ!

อะไรนะ?

ศิลปินมองว่าเงินทองเป็นเพียงเศษดินเศษหญ้า?

คนแบบคุณนี่แหละที่ผมชอบ!

ไม่ต้องรีบร้อน

เรามาดูการแสดงนี้ก่อนดีไหม…

ชอบหรือเปล่า?

อยากแสดงไหมล่ะ?

…………………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน