ตอนที่ 233 ฉีกเสื้อผ้าออกแล้วถ่ายรูป ?!
นรชัยส่ายหัวแบบเซ็งๆ เเต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรเขา ก้มหน้าดูมือถือต่อไป
หลังจากที่ได้อยู่กับทัตดา ก็เห็นได้ชัดเลยว่าเขาใช้เวลาในการดูมือถือมากซะยิ่งกว่าดูพวกเอกสารอีก
_
ในโกดังร้างแห่งหนึ่งตรงตีนเขาซาน
ในโกดังเงียบเชียบ เงียบชนิดที่เรียกว่าเงียบสงัดเลยก็ว่าได้ เงียบขนาดที่หยดน้ำเล็กๆที่หยดลงมา สามารถได้ยินเสียงสะท้อนก้องกังวาลไปได้หลายเท่า
วรินทรเบิกตาโพลงอยู่เเบบนั้นไม่กล้าหลับตา ด้วยเพราะเธอกังวลว่า ถ้าตัวเองเผลอหลับไปจะไม่รู้ว่าสองคนนั้นคิดจะทำอะไรต่ออีก ก็เลยยังไม่กล้าวางใจจนสามารถทำตัวสบายๆได้ เธอต้องทำตัวให้กะปรี้กะเปร่าเข้าไว้
โกดังมันใหญ่มาก แล้วก็มีแต่น้ำท่วมขังเต็มไปหมด ทางเดียวที่จะหนีออกไปจากที่นี่ได้คือต้องไปทางประตูใหญ่เท่านั้น เเต่สองคนนั้นดันนั่งขวางอยู่ตรงประตูพอดี ถ้าขืนเธอหนีออกไปพวกมันต้องตกใจตื่นขึ้นมาแน่ๆ
ทว่าตอนนี้ ……
มือเเละเท้าของเธอถูกมัดไว้ จะยืนยังยืนไม่ได้เลย ฉนั้นอย่าได้คิดไปถึงว่าจะเดินหนีออกไปได้ง่ายๆ
ทันใดนั้น ความคิดก็เเล่นปรู๊ดเข้ามาในหัวเธอ ค่อยๆขยับๆตัวไปทีละหน่อยๆ ไปตรงที่มีเศษหินแตกๆอยู่ตรงนั้น
ในโกดังที่เงียบสงัดแบบนี้ เสียงเสื้อผ้าที่เสียดสีไปกับพื้นนั้นได้ยินได้อย่างชัดเจน วรินทรเลยไม่กล้าขยับตัวเเรง ได้เเต่ค่อยๆกระดึ้บๆขยับตัวไปทีละหน่อยๆ
โชคดีที่เศษหินชิ้นนั้นอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนัก หลังจากเธอค่อยๆขยับตัวไปทีละหน่อยๆ ในที่สุดก็ไปถึงเศษหินนั้นจนได้
เธอออกเเรงขยับมือที่ถูกมัดไว้ด้านหลัง เอื้อมหยิบเศษหินชิ้นนั้น ที่จริงก็ดูเหมือนจะหยิบได้ไม่ยาก เเต่ข้อมือของเธอถูกมัดไว้แน่นเกินไป ทำให้เธอต้องออกเเรงกับมันมากยิ่งขึ้นไปอีก
เหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นมาจากหน้าผากสวยเนียนเรียบของเธอ ค่อยๆไหลย้อยลงมาข้างแก้ม เธอยังคงเอื้อมมือออกไปคว้าหยิบเศษหินนั้น จนในที่สุดก็หยิบมันมาไว้ในฝ่ามือจนได้
วรินทรถอนหายใจออกมาเบาๆ ในมือจับหินนั้นไว้เเน่น ใช้หินนั้นถูๆตัดไปที่เชือกที่มัดข้อมือเธออยู่
เชือกดูเหมือนจะหนาเท่านิ้วหัวแม่มือได้ ถึงหินจะคมเเต่กว่าจะถูจนตัดเชือกให้ขาดได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เธอยังคงออกเเรงถูเชือกนั้นต่อไป เเต่ด้วยความที่ต้องใช้ข้อมือทำท่าเดียวอยู่ตลอดนานๆเลยทำให้เป็นตะคริว เธอเลยหยุดพักแป๊บนึง แล้วก็ทำต่ออยู่อย่างนั้น
" กริ๊ง …… " จู่ๆเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังกระหึ่มขึ้น ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงัดไปโดยสิ้นเชิง เสียงนั้นดังจนวรินทรตกใจ จนหินเกือบจะหลุดจากมือ
สองคนนั้นสะดุ้งตกใจตื่น ตาลีตาเหลือกมองหามือถือ
" ฮัลโหล ?ใช่ๆ เอาตัวมานี่แล้ว เเล้วเมื่อไหร่เงินจะเข้า ?…… อะไรนะ ?ให้ฉีกเสื้อผ้าเธอออกเเล้วถ่ายรูปอย่างงั้นรึ ?ไหนบอกว่าเเค่ให้พาตัวมาไง ?!…… เพิ่มเงินเหรอ ?เพิ่มเท่าไหร่อ่ะ ?…… ได้ เข้าใจละ เเต่คุณต้องรับประกันความปลอดภัยให้พวกเราสองคน เสร็จเรื่องเเล้วต้องพาพวกเราออกไปจากที่นี่ !" ลูกพี่พูดสายกับคนที่โทรเข้ามา ใบหน้าที่ก่อนหน้านี้ดูปีติยินดีเริ่มมีท่าทีกังวลใจ
ฉีกเสื้อผ้าเธอออกเเล้วถ่ายรูป ?!
วรินทรน้ำตาคลอปริ่มอยู่ที่ขอบตา ใบหน้าเเนบอยู่กับพื้นเย็นเฉียบ ได้ยินที่พวกนั้นพูดอย่างชัดเจนเต็มสองหู
สรุปแล้วเป็นใครกันเเน่ ถึงได้โหดร้ายได้ขนาดนี้ คิดจะทำลายชื่อเสียงของเธอให้ป่นปี้ !
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ลูกน้องหันไปมองหน้าลูกพี่ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นเเละลังเล " ลูกพี่ ต้องทำแบบนี้จริงๆเหรอ ?ทีเเรกไม่ใช่เเค่ให้จับตัวมาเฉยๆเเล้วก็จ่ายเงินให้เราหรอกรึ ?
" ทางฝั่งนั้นเค้าก็จ่ายเพิ่มให้เเล้ว !อีกอย่างก็มาถึงขนาดนี้เเล้วด้วย จะกลับตัวตอนนี้ก็คงไม่ได้เเล้ว ก็ทำตามที่เขาบอกแล้วกัน เเล้วเราสองคนก็จะได้เงินก้อนใหญ่ ค่อยหนีไปจากที่นี่ !" ลูกพี่ใหญ่กัดฟันพูดอย่างไม่ใยดี ถึงแม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจว่านี่มันผิดกฎหมาย เเต่ที่เขาพูดมามันก็ไม่ผิด เขาลักพาตัวเธอมาแบบนี้มันก็ผิดโต้งๆอยู่เเล้ว พองานเสร็จเดี๋ยวเขาก็พาหนีเองแหละ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนี้รักประธานเจ้าเล่ห์
ก็รู้นี่นาว่าตอนที่หายไปกำลังท้อง ทำไมไม่ถามถึงเด็ก...