ช่วงกลางคืน
ในงานกินเลี้ยงที่ภัตตาคารห่านฟ้า
สำหรับเผยเชียนแล้ว งานกินเลี้ยงกลายเป็นวิธีพื้นฐานในการผลาญเงินก้อนโต ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นธรรมเนียมสำหรับพนักงานที่จะมารวมตัวกันเพื่อกินอาหารหรูๆ หลังจากวิเคราะห์และพัฒนาเกมใหม่
ตอนนี้เผยเชียนมีพนักงานในสังกัดเกือบสองร้อยคน เขาจึงจองเหมาภัตตาคารห่านฟ้า
เหล่าพนักงานที่มามีทั้งพนักงานใหม่จากร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูหลายๆ สาขา รวมถึงพนักงานจากเฟยหวงสตูดิโอที่เพิ่งกลับมา
พนักงานจากฉางหยางเกมส์ยังไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งในตอนนี้
เผยเชียนวางแผนจะค่อยๆ ให้พนักงานของฉางหยางเกมส์เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในรอบบัญชีหน้า จึงไม่ได้ชวนมางานเลี้ยงรอบนี้
แต่เขาก็ต้องหาทางผลาญเงินก้อนโต
เผยเชียนให้เยว่จือโจวกับหวังเสี่ยวปินจัดกินเลี้ยงกันเองโดยทางบริษัทจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ พวกเขาจะได้ไปกินเลี้ยงที่ร้านอาหารเหมือนกัน แตกต่างกันแค่วันและเวลา
เขาเริ่มรู้สึกว่าร้านบุฟเฟต์ที่แพงที่สุดในเมืองจิงโจวไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
ถ้าบินไปกินอาหารดีๆ ที่ปักกิ่งได้ก็คงทำไปแล้ว แต่ระบบดันไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้น
“ดูจากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นแล้ว ภัตตาคารห่านฟ้าไม่น่าจะจุพนักงานทั้งหมดทีเดียวไหว
“ต้องคิดหาทางอื่น
“…ชีวิตมีแต่เรื่องให้เครียดจริงๆ”
ระหว่างที่คนอื่นๆ กำลังสวาปามอาหาร เผยเชียนนั่งอยู่เงียบๆ คิดเรื่องการจัดงานกินเลี้ยงรอบหน้า
ภัตตาคารห่านฟ้าจุคนได้ไม่มากเพราะเป็นภัตตาคารระดับสูง ฐานลูกค้าเป้าหมายคือพวกร่ำรวยและมีชื่อเสียงในเมืองจิงโจว โต๊ะเก้าอี้ใหญ่โตโอ่อ่า ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา ทำให้รองรับคนจำนวนมากไม่ได้
แค่ให้พนักงานเถิงต๋ามากินเลี้ยง เผยเชียนก็ต้องจองเหมาร้านแล้ว ถ้างานเลี้ยงครั้งหน้ามีพนักงานเพิ่มขึ้นอีก ที่นี่คงจะจุคนได้ไม่พอ
“ถ้างั้นรอบหน้าจะจัดแยก
“พาพนักงานหลักๆ จากทุกแผนกมาก่อน แล้วแต่ละแผนกค่อยแยกกันไปกินเลี้ยงอีกที
“ทำแบบนี้ก็จะผลาญเงินได้เพิ่มขึ้นด้วย เจ๋งเป้ง!
“เสียดายจังที่ไม่มีภัตตาคารราคาแพงกว่านี้ในจิงโจว
“เดี๋ยวนะ ฉันเปิดร้านที่หรูกว่าภัตตาคารห่านฟ้าได้นี่”
จู่ๆ เผยเชียนก็คิดอะไรดีๆ ออก
เขาเพิ่งก้าวขาเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มด้วยร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูและโมหยูเดลิเวอรี่ ตอนนี้เหมือนจะเป็นการลองเชิงดู ที่ผ่านมาก็ดำเนินกิจการไปได้ตามที่เผยเชียนคาดหวังไว้
ทั้งจัดหาอาหารดีๆ ให้พนักงานได้ แถมยังขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจทั้งสองอย่างช่วยผลาญเงินเผยเชียนไปได้เยอะเลยทีเดียว!
ตอนนี้ยังถือว่าประสบความสำเร็จอยู่!
แต่ปัญหาคือโมหยูเดลิเวอรี่ยังหรูไม่พอ
เป้าหมายหลักของโมหยูเดลิเวอรี่คือจัดเตรียมอาหารบ้านๆ ที่ดีต่อสุขภาพให้พนักงาน ถึงจะราคาสูงกว่าร้านอื่นๆ เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นเครื่องจักรผลาญเงินแบบที่เผยเชียนคิดไว้
เนื่องจากเมนูทั้งหมดเป็นอาหารพื้นๆ ระบบจึงตั้งข้อจำกัดในการวางราคา เขาไม่สามารถตั้งราคาสูงๆ ได้ตามใจชอบ
ถึงไข่ผัดมะเขือเทศจะอร่อยแค่ไหนก็ขายแพงๆ ไม่ได้ เว้นแต่เชฟจะโกงค่าวัตถุดิบ
แต่ตอนนี้เผยเชียนไม่มีเชฟแบบนั้น
การเปิดภัตตาคารระดับสูงจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้
หาทำเลร้างผู้คนเปิดภัตตาคาร จากนั้นก็เลือกแต่วัตถุดิบคุณภาพสูง ทีนี้ก็ตั้งราคาสูงได้ตามที่ใจอยาก
ถึงพนักงานของเขาจะได้รับส่วนลด แต่ถ้าใช้วัตถุดิบแพงมากพอก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
พวกเขาจะไปกินเลี้ยงที่ร้านก่อนวันปิดบัญชีแต่ละรอบ นอกเหนือจากนั้นเขาก็แค่ต้องประคองธุรกิจให้ขาดทุนไปเรื่อยๆ ถือเป็นไอเดียที่ดีเลยทีเดียว
เมื่อคิดได้อย่างนั้น เผยเชียนก็พอจะรู้คร่าวๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง
ในรอบปิดบัญชีหน้า เกมต่างๆ น่าจะทำกำไรให้ได้เหมือนอย่างเคย แต่เผยเชียนก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเอาเงินไปผลาญยังไงดี เขาสามารถเอาเงินทั้งหมดไปทุ่มเปิดภัตตาคารระดับสูงได้ เท่าที่คิดดูมันน่าจะต้องใช้เงินเยอะกว่าเปิดร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูทั้งสามสาขาเสียอีก
แน่นอนว่าพวกมีเงินน่าจะชอบภัตตาคารระดับสูงแบบนี้ ยังไงก็น่าจะมีลูกค้าเข้าร้านบ้าง
หลินหวาน “เอ หนูจำได้ตอนหนูบอกว่าจะเอาปืนกิเลนเพลิงให้ พี่ดูถูกดูแคลนมันเหลือเกิน ตอนนั้นบอกว่าก็เป็นแค่ข้อมูลในเกม คนบ้าหน้าไหนจะมาเสียเงินแปดร้อยแปดสิบแปดหยวนซื้อ แบบนี้เรียกว่ายังไงนะคะ ตอนนั้นไม่เหลียวแล มาเห็นค่าเอาตอนนี้รึเปล่า”
เฉินชา “แหะๆ พี่มันโง่เอง! เป็นคนโง่ที่อยากได้ปืนบาเร็ตมรณะสุดๆ ช่วยพี่ที ขอร้องล่ะ!”
“แหะๆ” พอเห็นเฉินชาด้อยค่าตัวเอง หลินหวานก็รู้สึกกระดากใจ “ก็ได้ค่ะ เห็นว่าพี่จริงใจดี เดี๋ยวหนูจะลองถามบอสเผยดูให้ แต่ไม่รับปากนะว่าจะได้รึเปล่า”
เฉินชา “ขอบคุณมากครับ!”
หลินหวานหันมองเผยเชียนที่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ เธอเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้าแล้วหรือยัง
ว่ากันตามตรง ครั้งนี้เธอช่วยลดค่าเช่ามากเกินไปหน่อย
จากสี่หยวนเหลือ 1.5 หยวน บอสเผยอาจจะนึกสงสัยขึ้นมาก็ได้
ถ้าลดราคาไปไม่มากก็คงจะปิดบังตัวตนจากบอสเผยได้ แต่ก็ถือว่าไร้ค่าสำหรับหลินหวาน เพราะมันไม่พอที่จะตอบแทนความรักใคร่ใส่ใจของบอสเผยที่มีต่อพนักงาน แถมจะดูเป็นการขี้เหนียวด้วย
หลินหวานไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนขี้เหนียว
ตอนนี้หลินหวานไม่มั่นใจว่าเผยเชียนนึกสงสัยในตัวเธออยู่หรือเปล่า
ตามปกติถ้าสงสัยในตัวเธอก็ต้องมาถามเธอดูใช่ไหมนะ
แต่บอสเผยทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้แม้แต่จะสนใจเธอมากขึ้นเป็นพิเศษ
“บอสเผยอาจจะยุ่งมาก ค่าเช่าก็แค่เรื่องเล็กๆ อาจจะไม่ทันสังเกตก็ได้
“ใช่ น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ
“ถ้างั้นฉันก็ควรทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
หลินหวานไม่มีทางเปิดประเด็นเรื่องนี้กับเผยเชียนก่อน เธอทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน อยากให้ทุกคนปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งมากกว่า
พอตัดสินใจได้ หลินหวานก็เดินไปหาเผยเชียน
ทั้งคู่มีอะไรแอบแฝงอยู่ในใจ แต่เบื้องหน้ากลับยิ้มแฉ่ง พวกเขาแสร้งทำเหมือนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี