จางหยวนกับหม่าหยางเหลือบมองตากัน
หม่าหยางเบ้ปาก “พี่เชียน ยังไม่ต้องไปถึงเรื่องอื่น เอาเรื่องชื่อก่อน ชื่อมันดูความหมายลบๆ ยังไงไม่รู้[1]…เหมือนจะสื่อว่าเราจัดส่งโคตรช้าอะไรอย่างนี้”
เผยเชียนส่ายหน้า “ไอ้หม่า แกมันจะไปรู้อะไร ลมต้านน่ะเหมาะกับบินเครื่องบิน รู้รึเปล่า ชื่อของเราจะสื่อว่าเราพร้อมที่จะเหินฟ้าต่างหาก!”
จางหยวนกะพริบตาถี่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เขาไม่เข้าใจความคิดของบอสเผยเลยสักนิด!
ตอนแรกจางหยวนพยายามจะเดาเป้าหมายต่อไปของบอสเผย
จะพัฒนาสาขาอื่นรึเปล่านะ
หรือจะไปจัดการโมหยูเดลิเวอรี่แทน
สุดท้ายกลับไม่ใช่ทั้งสองอย่าง บอสเผยดันวางแผนจะขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น
ทั้งสองมองเผยเชียนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เผยเชียนกระแอมกระไอ “ฉันรู้ แผนนี้ฟังดูใหญ่เกินไป จากเงินทุนที่เรามีอยู่ตอนนี้อาจจะยังถือว่าไกลเกินเอื้อม
“แต่ฉันก็ไม่ได้จะเร่งสร้างบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งประเทศสักหน่อย ไม่ได้คิดจะให้บริการข้ามเมืองด้วยซ้ำ
“เราจะให้บริการแค่ในเมืองจิงโจว โดยจะมุ่งจัดการกับปัญหา ‘กิโลเมตรสุดท้าย’!”
ตอนนี้มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากมายบนโลกนี้ ปัญหาคือแพลตฟอร์มเหล่านี้ยังไม่ได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับภายหลังจากนี้
เป็นเรื่องปกติที่บริการขนส่งและโลจิสติกส์จะเริ่มให้บริการทั่วทั้งประเทศ แถมยังพัฒนาไปได้ดีเลยทีเดียว
แต่บริการขนส่งหลายๆ เจ้าก็ยังล้าหลังอยู่ มีส่งพัสดุไม่ตรงเวลา ทำพัสดุหาย และชอบปล่อยพัสดุไว้ที่จุดบริการปลายทาง ปล่อยให้ลูกค้าไปรับกันเองเป็นเรื่องปกติ
พูดง่ายๆ คือ มีไม่กี่บริษัทที่ส่งพัสดุถึงหน้าบ้านลูกค้า
โดยปัญหาที่ว่านี้เรียกว่า ปัญหา ‘กิโลเมตรสุดท้าย’
แม้แต่ในสิบปีให้หลัง ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากบริษัทดีๆ อย่าง SF Express กับ JD Central แล้ว บริษัทขนส่งหลายๆ เจ้ายังปล่อยพัสดุไว้ที่จุดบริการปลายทางเหมือนเดิม
มีการก่อตั้งบริษัท Hive Box บริษัทไช่เหนี่ยว และบริษัทอื่นๆ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับให้บริการได้แย่มาก
ต้นตอของปัญหาอยู่ที่เงินทุน
การส่งพัสดุจากคลังสินค้าไปถึงหน้าบ้านลูกค้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทำให้หลายบริษัทเลือกที่จะผลักค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปให้ลูกค้า
เผยเชียนคิดง่ายๆ ว่า ที่คนอื่นๆ ไม่ยอมเหนื่อยกับตรงนี้ก็เพราะไม่ได้กำไร
แต่ฉันไม่สน!
เพราะยังไงเขาก็ต้องทำให้ตัวเองขาดทุนอยู่แล้ว การยอมเหนื่อยทำตรงนี้แทนคนอื่นจะช่วยให้เขาขาดทุนได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้นด้วย ทำไมเขาจะไม่อยากช่วยคนอื่นล่ะ
“ฉันวางแผนไว้แล้ว เราจะเปิดจุดบริการนี่เฟิงในเมืองจิงโจวร้อยจุด โดยจะให้บริการครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองจิงโจว
“จากนั้นเราจะติดต่อบริษัทขนส่งเจ้าอื่นๆ ให้พนักงานของพวกเขามาส่งพัสดุไว้ที่จุดบริการของเรา แล้วพนักงานของเราจะเป็นคนเอาพัสดุไปส่งถึงหน้าบ้านลูกค้า”
พูดง่ายๆ คือ พวกเขาคือจุดบริการไช่เหนี่ยวที่ส่งพัสดุถึงหน้าบ้านลูกค้า
แต่ปัญหาอยู่ที่จุดบริการไช่เหนี่ยวบางสาขาสามารถทำกำไรได้
จุดบริการไช่เหนี่ยวใช้เงินลงทุนตั้งต้นแค่แห่งละสองถึงสามหมื่นหยวน ที่ต้องทำก็แค่เช่าสถานที่ภายในพื้นที่ให้บริการ ค่าเช่าแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณพันสองพันหยวน (อิงตามราคาตลาดการเช่าพื้นที่ในเมืองจิงโจว) จากนั้นก็ต้องการเงินอีกหนึ่งหมื่นหยวนไว้ใช้ซื้อชั้นวางของ เคาน์เตอร์ คอมพิวเตอร์ ตู้เก็บของ และตกแต่งภายใน เสร็จแล้วก็พร้อมเปิดให้บริการ
นอกจากจะช่วยผลาญเงินได้แล้ว ยังถือเป็นการทำดีอีกด้วย ยอดเยี่ยมจริงๆ!
หลังจากได้ฟังเผยเชียนอธิบาย จางหยวนก็ได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้
เป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะเดาความคิดบอสเผยได้!
ดูแล้วนี่น่าจะเป็นแผนการระยะยาว
ถึงเผยเชียนจะไม่ได้บอกอะไรละเอียดนัก แต่จางหยวนก็พอเดาได้ว่าเขาน่าจะไปในทิศทางนี้
ถ้าแก้ปัญหา ‘กิโลเมตรสุดท้าย’ ได้ ก็จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้นี่เฟิงโลจิสติกส์
ในระยะสั้นอาจขาดทุน แต่ถ้ามองในระยะยาวล่ะ
พอคนเริ่มคุ้นชินกับการใช้บริการนี่เฟิงโลจิสติกส์ พวกเขาก็จะเลือกนี่เฟิงโลจิสติกส์เวลาต้องการส่งพัสดุ
ในอนาคตนี่เฟิงโลจิสติกส์จะก้าวขึ้นไปเป็นบริการขนส่งระหว่างเมืองและระหว่างมณฑล
แต่แผนนี้กินระยะเวลานานมาก นานจนคนส่วนใหญ่อาจคาดไม่ถึง!
ไม่แน่ในหลายปีให้หลัง นี่เฟิงโลจิสติกส์อาจจะยังขาดทุนอยู่ แต่ถ้าประสบความสำเร็จขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะส่งผลกระทบกับทุกแง่มุมในชีวิตของทุกคน
จางหยวนอดรู้สึกยกย่องเผยเชียนไม่ได้
นี่สิคือการเริ่มกิจการที่แท้จริง!
[1] ชื่อร้านนี่เฟิง (逆风) ที่เผยเชียนตั้งแปลว่าลมต้าน ซึ่งสวนทางกับประโยค 一路顺风 (ความหมายตรงตัวคือ เดินตามลม) ที่แปลว่าเดินทางโดยสวัสดิภาพ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี