ระหว่างที่เผยเชียนกำลังครุ่นคิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เขาเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นลู่หมิงเหลียง
“บอสเผยครับ พวกผมทำแบบร่างคอนเซปต์เสร็จแล้ว บอสอยากตรวจดูก่อนไหมครับ”
ก่อนหน้านั้นลู่หมิงเหลียงบอกให้หร่วนกวางเจี่ยนส่งแบบร่างคอนเซปต์เกมกลับใจคือฟากฝั่งทั้งหมดมาให้ดู ไม่ว่าจะเป็นฉาก ตัวละคร มอนสเตอร์ อาวุธ อุปกรณ์สวมใส่ และอื่นๆ
หร่วนกวางเจี่ยนทำทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ แต่ตอนนี้เขามีสตูดิโอเป็นของตัวเองแล้ว
หลังเรียนจบหร่วนกวางเจี่ยนก็ใช้ชื่อเสียงและเส้นสายที่มีเปิดสตูดิโอเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัย
สตูดิโอของเขาชื่อกวงหวนสตูดิโอ งานภาพเกมแม่ทัพผี เกมนักออกแบบ รวมถึงงานออกแบบคอนเซปต์อื่นๆ ทำให้สตูดิโอมีชื่อในวงการ
หร่วนกวางเจี่ยนชวนรูมเมตตอนเรียนมหาวิทยาลัยมาทำงานที่สตูดิโอของตัวเอง ตอนนี้กิจการของพวกเขาอยู่ในช่วงรุ่งเรืองและเพิ่งจะจ้างพนักงานกลุ่มใหม่ไป ก่อนหน้านี้พวกเขารับได้แต่งานเล็กๆ ตอนนี้สามารถรับงานที่ใหญ่ขึ้นได้แล้ว
พอมีชื่อเสียงมากขึ้น บริษัทเกมหลายต่อหลายแห่งก็ติดต่อพวกเขาผ่านเว็บรวมทรัพยากรเข้ามา จนบางครั้งต้องให้ลูกค้าต่อคิว
ลูกค้าที่อยากให้หร่วนกวางเจี่ยนวาดงานให้โดยเฉพาะจะต้องจ่ายเงินเพิ่มและต้องรอคิวนาน
แต่หร่วนกวางเจี่ยนก็ยังจงรักภักดีกับเถิงต๋า
ไม่ว่าจะขออะไรมา พวกเขาก็จัดให้ได้ตามที่ต้องการ ขอแค่ไม่กระทบกับโปรเจ็กต์ที่หร่วนกวางเจี่ยนกำลังทำอยู่!
พอกำหนดพล็อต โครงสร้างโลก และทรัพยากรงานภาพของเกมกลับใจคือฟากฝั่งได้แล้ว ลู่หมิงเหลียงก็รีบติดต่อกวงหวนสตูดิโอขอให้หร่วนกวางเจี่ยนช่วยออกแบบคอนเซปต์ให้
ตอนนี้แบบร่างคอนเซปต์ชุดแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เผยเชียนตรวจแบบร่างไปพร้อมลู่หมิงเหลียง แบบร่างชุดแรกที่ส่งมาเป็นคอนเซปต์ฉาก
ประตูสู่ยมโลกตั้งอยู่บนเทือกเขาทอดยาว ขนาบข้างด้วยภูเขารูปทรงประหลาด ด้านหน้ามีหุบเหวลึกลิบตาซึ่งเนืองแน่นไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย
หมอกจางสีฟ้ากระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณประตู ตัวอักษรจีนโบราณน่าเกรงขามแต่ก็แฝงไปด้วยความพรั่นพรึงที่จารึกไว้บนประตูทำให้เผยเชียนรู้สึกเสียวสันหลัง
ด้านหลังประตูคือเส้นทางสู่ยมโลกที่ทอดยาวไปไกลสุดขอบฟ้า วิญญาณชั่วร้ายมากมายเดินร่อนเร่อยู่ตามทาง พวกมันเดินกันสับสนอลหม่าน ดูไม่เหนื่อยหน่ายเลยสักนิด
เส้นทางสู่ยมโลกแวดล้อมไปด้วยหมอกสีเขียวลอยวนไปมา บางครั้งบางคราก็มีมือเหี่ยวแห้งตกสะเก็ดพุ่งพรวดออกมาจากหมอก หมายจะลากคนบนเส้นทางสู่ยมโลกไป
หลังข้ามสายธารลืมชาติด้วยสะพานลืมภพ ผู้เล่นจะได้พบฝูงวิญญาณชั่วร้าย มีโคมนำวิญญาณห้อยลงมาจากฟ้า ผีเร่ร่อนเดินผ่านหน้าไปที่ละตน บางตนเดินหายลับเข้าไปในหมอก ไม่ก็กระโดดลงสายธารลืมชาติแล้วหายวับไปตลอดกาล
นอกจากนั้นแล้วก็มีภาพสิ่งของต่างๆ และภาพร่างของมอนสเตอร์
มีทั้งภาพวัดสภาพผุพัง พระพุทธรูป วัดเทพแห่งพื้นดิน ผีชั่วร้ายทั่วไป อาวุธสภาพไม่สมบูรณ์ ธงนำวิญญาณ และอื่นๆ
มอนสเตอร์ในเกมมียายเมิ่งโผที่สะพานลืมภพกับสี่ผู้พิพากษาแห่งยมโลก
ถึงเกมอื่นๆ จะใช้ตัวละครเดียวกันเป็นมอนสเตอร์ แต่หร่วนกวางเจี่ยนออกแบบมอนสเตอร์เหล่านี้ใหม่หมดโดยใช้สไตล์งานอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้มอนสเตอร์ออกมาดูมืดหม่นเลยทีเดียว
หลังจากดูแบบร่างทั้งหมด เผยเชียนก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมา
“หร่วนกวางเจี่ยนนี่ฝีมือไม่ตกเลย”
ความหมายจริงๆ ของประโยคนี้คือ บ้าจริง แกทำงานห่วยออกมาบ้างไม่ได้รึไง!
ที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งแต่เกมแม่ทัพผี เกมนักออกแบบเกม มาจนถึงเกมกลับใจคือฟากฝั่ง งานของเจ้านั่นดูดีมีระดับขึ้นเรื่อยๆ น่าหงุดหงิดจริงๆ!
เห็นได้ชัดว่าแบบร่างคอนเซปต์เกมกลับใจคือฟากฝั่งนั้นเสร็จเร็วกว่างานครั้งก่อน แถมงานที่ได้ก็ดูดีสุดๆ
เทียบกับเกมนักออกแบบเกมแล้ว เนื้อหาเกมกลับใจคือฟากฝั่งเหมาะกับงานภาพสไตล์มหากาพย์หมึกสีน้ำมันของหร่วนกวางเจี่ยนมากกว่า นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมงานครั้งนี้ถึงดูดีกว่าเดิม
ลู่หมิงเหลียงเห็นด้วยกับที่เผยเชียนพูด เขาพยักหน้าแล้วเอ่ยชม “ใช่ครับ สมแล้วที่เป็นมืออาชีพ ฝีมือไม่เคยตกจริงๆ! ส่งงานให้คุณหร่วนทำนี่สบายใจหายห่วงสุดๆ!”
เผยเชียน “…”
เขาอยากจะตัดขาดจากหร่วนกวางเจี่ยน ไม่อยากร่วมงานด้วยอีก
แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้ทำแบบนั้น!
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เหมือนว่าจะไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไรให้เผยเชียนเข้าไปแก้
เผยเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาต้องจัดการ
เผลอแป๊บเดียวก็จะเข้าช่วงสิ้นเดือนแล้ว ยังเหลือเรื่องด่วนอีกสามเรื่องที่ต้องจัดการ
เรื่องแรก ตามแผนที่เผยเชียนวางไว้ วันที่ 1 สิงหาคมเขาต้องเลือกพนักงานผลงานดีเด่น
เขาพอจะมีไอเดียคร่าวๆ แล้วว่ารอบนี้จะตัดสินยังไง
พนักงานผลงานดีเด่นจะคัดเลือกจากคะแนนโหวต เผยเชียนไม่คิดจะแทรกแซงเรื่องนี้ เพราะเขาไม่เชื่อการตัดสินใจของตัวเอง
พนักงานทุกคนคือผู้ตัดสินเรื่องนี้ได้ดีที่สุด พนักงานดีเด่นที่พวกเขาเลือกมาจะต้องเป็นคนที่ทุกคนมองว่ามีความสำคัญต่อบริษัทมาก เผยเชียนจะไม่เก็บคนคนนั้นเอาไว้แน่นอน
ต่อให้จะรักและมั่นใจในตัวพนักงานคนนั้นแค่ไหน เขาก็ต้องกำจัดคนคนนั้นทิ้งไป!
เรื่องที่สองคือ ภัตตาคารระดับสูงกับนี่เฟิงโลจิสติกส์
ตอนนี้ทั้งสองธุรกิจยังอยู่ในช่วงเตรียมเปิดกิจการ แต่ก็ใกล้ได้เวลาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ใครเป็นคนรับผิดชอบ
เผยเชียนจำได้ว่าผู้จัดการร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูสาขาย่อยคนหนึ่งเป็นเชฟ หมอนั่นน่าจะเหมาะมาดูแลภัตตาคารระดับสูง
เพราะเชฟคนนั้นทำอะไรไม่สำเร็จเลยหลังจากขึ้นเป็นผู้จัดการสาขา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความสามารถ ถ้าเผยเชียนให้เขาดูแลภัตตาคารระดับสูง เบื้องหน้าจะดูเหมือนว่าเลือกคนรับผิดชอบได้ตรงกับงาน แต่จริงๆ แล้วใช้การไม่ได้เลยต่างหาก
ส่วนนี่เฟิงโลจิสติกส์…
เผยเชียนว่าจะถามพนักงานดีเด่นรอบนี้ว่าสนใจอยากดูแลนี่เฟิงโลจิสติกส์หรือเปล่า
ถ้าไม่สนใจ เขาก็จะให้งบตามฝันหนึ่งล้านหยวนกับพนักงานคนนั้นไปไล่ตามความฝันของตัวเอง แต่ถ้าสนใจ เผยเชียนก็จะให้พนักงานคนนั้นดูแลกิจการนี่เฟิงโลจิสติกส์
เรื่องที่สาม เผยเชียนต้องเอาเงินที่ได้จากหลินฉางไปสร้างผลงานสักอย่าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี